เขียนโดย clOs3r- วันเสาร์ที่ 11 กันยายน 2010 เวลา 14:51 น.

วันนี้มีเรื่องราวของ "4 ยุทธวิธีเผชิญหน้ากับไข้เลือดออก" มาฝากกันค่ะ ฟังชื่อเรื่องแล้วอาจคิดได้ว่าเหมือนกับการเตรียมตัวไปต่อสู้ในสนามรบ
แต่ในเนื้อหาของวันนี้คือ การเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อป้องกันและจัดการกับโรคไข้เลือดออกที่มักระบาดมาก ในช่วงฤดูฝนของทุกๆ ปี 4 ยุทธวิธีที่นำเสนอในวันนี้ได้แนวคิดมาจากสื่อเพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องการ ป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกแบบผสมผสานของสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยุทธวิธีทั้ง 4 ได้แก่ 1) อย่าให้ยุงเกิด 2) อย่าให้ยุงกัด 3) ป้องกันอย่าให้ป่วย และ 4) รักษาอย่าให้ตาย รายละเอียดดังนี้ค่ะ
1. อย่าให้ยุงเกิด หมาย ถึงการลดและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายซึ่งเป็นยุงพาหะของโรคไข้เลือดออก ทำได้โดยการกำจัดและดูแลพื้นที่น้ำนิ่งขังในบ้านหรือบริเวณบ้านพักอาศัย เช่น แจกันดอกไม้ ภาชนะใส่ไม้ประดับ ภาชนะรองขาตู้กับข้าว อ่างปลูกบัว ยางรถยนตร์เก่า เป็นต้น
2. อย่าให้ยุงกัด เป็นการป้องกันไม่ให้ยุงพาหะกัดโดยการป้องกันที่ตัวบุคคล เช่นการทาผิวด้วยครีมหรือน้ำมันหอมระเหยกันยุง การนอนกางมุ้งหรือในห้องที่มีมุ้งลวด การกำจัดแหล่งเกาะพักของยุง เช่น เสื้อผ้าที่แขวนในบริเวณที่อับและมืดเป็นต้น ใช้ยาฉีดไล่ยุงชนิดกระป๋อง อนึ่งยุทธวิธีอย่าให้ยุงกัดเป็นวิธีป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ปลายเหตุของ ปัญหาซึ่งอาจจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ายุทธวิธีอย่าให้ยุงเกิดที่มุ่งเน้นทำลายแหล่งเพาะ พันธุ์ลูกน้ำยุงลาย
3. ป้องกันอย่าให้ป่วย โรคไข้เลือกออกเป็นโรคจากเชื้อไวรัสติดต่อจากคนสู่คนโดยมียุงลายเป็นพาหะนำ โรค การป้องกันการติดต่อของโรคชนิดนี้คือการป้องกันการถูกยุงลายกัด สำหรับวัคซีนป้องกันปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยมหิดลนั้นมีความก้าวหน้าของการศึกษาอยู่ในระยะที่ 3 คือการทดลองในคนแล้ว และคาดการณ์ว่าประเทศไทยของเราจะมีวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกใช้เองในเวลาไม่ เกิน 10 ปีนี้
4. รักษาอย่าให้ตาย อาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกจะแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะคือ ระยะไข้สูง ผู้ป่วยจะมีไข้สูงลอยอยู่ระหว่าง 39-40 องศาเซลเซียส ระยะวิกฤติผู้ป่วยจะมีไข้ลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นระยะอันตรายที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และระยะสุดท้ายคือระยะฟื้นตัว ระยะนี้ผู้ป่วยจะกลับสู่ระยะปกติภายใน 2-3 วัน การสังเกตอาการของตัวเองหรือผู้ป่วยที่ดูแลจะทำให้ผู้ป่วยมารับการรักษาได้ อย่างทันท่วงที และไม่เกิดอันตรายร้ายแรง
ถึงแม้ว่าโรคไข้เลือดออกจะเป็นโรคที่มีอันตราย แต่โรคชนิดนี้ก็เป็นโรคที่ป้องกันได้ โดยมุ่งเน้นที่การจัดการกับยุงพาหะ ดังนั้นยุทธวิธี อย่าให้ยุงเกิด เป็นยุทธวิธีที่ทำได้ง่ายราคาประหยัดและได้ผลดี
ที่มา : สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

body>