Last Updated on Friday, 23 July 2010 00:06 Written by thailand Sunday, 23 May 2010 00:00
หลายๆวัน คุณได้รับอีเมล์ที่มีเนื้อในใจความทำนองว่า
"ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจการทำธุรกิจของตัวเอง เป็นเจ้าของกิจการ แต่ยังไม่มีความรู้และประสบการณ์จริงในการทำงาน แต่มีความต้องการที่จะพัฒนาตนเองอย่างจริงจังเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ เราเปิดโอกาสให้คุณได้ทำธุรกิจของตัวคุณเองที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เป็นระบบการทำงานที่ในปัจจุบันบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆทั่วโลกใช้ในการขยายงาน ขยายธุรกิจ รวมทั้งบริษัทในประเทศไทยด้วย เช่น เครือ CP ,7-eleven
เรามีระบบการฝึกอบรมที่สุดยอด ที่สุด พร้อมทั้งระบบสนับสนุนมากมาย ทั้งหมดนี้เราต้องการเพียงคำตอบของคุณแค่ว่า สนใจ ที่จะรับฟังรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมโดย click เข้ามาที่ http://www.thaiworkathome.com/**** "
หรือวันดีคืนดีก็ได้อีเมล์อีกหลายฉบับที่มีข้อความว่า
"สวัสดีครับ ไม่ต้องแปลกใจนะครับว่าผมเป็นใคร ผมก็คือคนคนหนึ่งที่เคยมีปัญหาทางการเงินอย่างมาก ไม่ใช่เพราะว่ารายได้ผมไม่มากนะครับ มันมากพอที่จะอยู่คนเดียวสบายๆ แต่เพียงเพราะว่าผมมีภาระทางบ้านมากจริงๆ และสิ่งที่ผมมองหาก็คืองานพิเศษ ที่จะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมา ตอนแรก ก็หวังเพียงแค่ 10,000 บาทก็หรูแล้ว แต่พอทำไปทำมา ล่าสุด 15,000 บาทแล้ว และแนวโน้ม เดือน สิงหาคม2545 นี้ ผมอาจจะมีรายได้อย่ที่ 40,000 - 50,000 บาทเลยก็ว่าได้ คุณสงสัยมั๊ยครับว่าผมทำอะไร? ผมแค่ทำงานอยู่กับบ้าน ใช้เวลาเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมง/วัน โดยมีการทำงานผ่านสื่อ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ internet โฆษณา หนังสือพิมพ์ แล้วแต่ความถนัด ขนาดผมยังทำได้ คุณก็ทำอย่างผมได้ !
ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ลอง โทรมาคุยกับผมสิครับ ผมชื่อ วาทยิท 09-924**** เชื่อผมเถอะครับว่าบางครั้งคนเราก็พลาดโอกาส
ดีๆ แต่ไม่ใช่เพราะคนเหล่านั้นทำผิดพลาดนะครับ แต่เป็นเพราะเค้าไม่กล้าตัดสินใจต่างหาก!
หากว่าคุณเป็นมหาเศรษฐีแล้วก็คงต้องยินดีด้วย แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นละก็ อย่าลืมให้โอกาสตัวเองนะครับ ! วาทยิท {www.bestjobinyourlife.com/****} "
เมื่ออ่านอีเมล์จบ คุณจะรู้สึกอย่างไร
แวบแรก คงรู้สึกว่า ก็น่าสนใจนะ ทำงานอยู่กับบ้าน ไม่ต้องฝ่าฝันการจราจรบนท้องถนน ไม่ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปลงเวลาให้ทัน ไม่ต้องกลับบ้านดึกดื่นๆ ให้มีปัญหาครอบครัว แถมไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาอะไรมาก ไม่ต้องลงทุนมากหรือใช้เวลามาก ก็เป็นเจ้าของกิจการได้เองอีกต่างหาก กะว่า มีรายได้แค่เดือนละ 30,000 ก็พอแล้ว และอีกสาระพัดเหตุผลด้านดีจะอ้างได้
ขณะเดียวกัน อีกใจหนึ่งก็คิดว่า เป็นธุรกิจนอกกฎหมายหรือเปล่า จะหลอกเราหรือเปล่า จะเป็นประเภทขายตรงหรือไม่ แต่ไม่เป็นไร ลองไปรับฟังคำชี้แจงคงไม่เสียหาย ว่าแล้ว ก็เข้าไปในเวบไซต์ตามที่บอกมา แล้วก็อีเมล์ตอบรับหรือโทรไปนัดแนะเวลา สำหรับการเข้าฟังการบรรยายที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะถามอย่างไร คนที่ติดต่อด้วยก็ไม่ยอมบอกว่าคืออะไร บอกแต่ว่า ให้ไปฟังด้วยตัวเองดีกว่า เพราะจะมีผู้เชี่ยวชาญมาตอบคำถามเราอยู่แล้ว
แต่ยังไงๆก็รู้สึกแปลกใจอยู่ดีที่ ทำไมจึงรู้อีเมล์เราได้ ก็เราไม่เคยไปลงทะเบียนอะไรกับเวบไซต์ไหนไว้นี่นา นี่เป็นอีเมล์ส่วนตัวที่รู้จะเฉพาะเพื่อนๆ คนรู้จัก หรือคนที่ทำธุรกิจด้วยเท่านั้น แถมยังเป็นอีเมล์ไม่ใช่อีเมล์ฟรี แบบฮอตเมล์(www.hotmail.com) หรือไทยเมล์(www.thaimail.com) อีกต่างหาก แล้วเขารู้ได้ไงหว่า ว่าแล้วก็ไปลองดูก่อนดีกว่า
สำหรับยุคที่หางานยากเช่นนี้ กลยุทธการทำตลาดลักษณะนี้ดูจะเข้าถึงและสร้างความสนใจให้ผู้ที่ได้รับสาส์น ได้มากเลยทีเดียว นอกจากอีเมล์แล้ว ยังมีการโฆษณากั้บแบนเนอร์ในเวบไซต์ต่างๆ การแจกใบปลิวตามสะพานลอย หรือโทรศัพท์ ซึ่งไม่ว่าผู้ที่ติดต่อเราจะเป็นใคร ชื่ออะไร รูปแบบเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้ว เวบไซต์ที่เข้าไปก็เป็นเวบไซต์เดียวกัน หรือ มีโครงสร้างและข้อมูลเหมือนกัน แล้วนี่มันหมายความว่าไง
เพื่อให้ได้คำตอบกับความรู้สึกว่ามันคืออะไรกันแน่ ขี้เกียจลบอีเมล์พวกนี้แล้ว (เป็นอีเมล์ภาษาไทยที่มาจากคนที่ไม่รู้จัก ขณะที่อีเมล์ภาษาอังกฤษจะมีรูปแบบที่แตกต่างออกไปมากมายหลายรูปแบบกว่านี้) จึงเข้าไปค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ก็พบว่า พวกทำงานที่บ้านหรือเวิร์กแอทโฮมนี้ มีมาช่วงหนึ่งแล้ว มีการเสนอในหลายสื่อแล้ว ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ มีการสืบเสาะหาที่มาแล้วว่าเป็นอย่างไร และมีปฏิกิริยาโต้ตอบมานานแล้ว แม้ขณะนี้ ก็ยังมีการโต้ตอบกันอยู่
โดยเฉพาะในเวบ บอร์ดแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ของเวบไซต์ประเภทศูนย์กลางชุมชน เช่น พันธ์ทิพย์ (pantip.inet.co.th/cafe/torakhong/topic/C1648586/C1648586.html) หรือ ไทยเมล์(www.thaimail.com/webboard/readmess.php3?FID=3726695) และอีกหลายๆแห่ง ที่จะมีกระทู้ตั้งขึ้นมาทำนองที่ว่า เวิร์กแอทโฮม เป็นอย่างไร น่าทำหรือไม่
ก็มีผู้เข้าไปตอบมากมาย ชนิดที่เรียกว่าท่วมท้นก็ว่าได้ โดยเฉพาะกระทู้ "work at home โดนเล่นแล้วท่าน โฆษณาเกินจริง ระดมเงินทุนแบบผิดกฎหมาย ข่าวทีวีออกเมื่อกี้"(www.pantip.com/cafe/torakhong/topic/C1363848.html) ที่ตั้งขึ้นตั้งแต่ 8 มีนาคม 2545 จวบจนวันนี้ครึ่งปีผ่านไป ก็ยังผู้เข้าไปโพสต์ข้อความโต้ตอบกันกว่า 530 ความคิดเห็นแล้ว เรียกได้ว่า ควักไส้ควักพุง กันมาตอบเลยทีเดียว โดยแบ่งได้ เป็นจาก 3 ฝั่ง คือ ฝั่งต่อต้าน , ฝั่งถูกพาดพิง และฝั่งผู้สังเกตการณ์และผู้สนับสนุน ที่ทำให้ความคิดเห็นต่อกันไปเรื่อยๆ
โดยเฉพาะผู้ใช้นามว่า อินเซน(iNzAnE) ที่ใช้ถ้อยคำโต้ตอบที่ค่อนข้างตรงและรุนแรง พุ่งตรงไปที่ คุณ สุรเช... วงศ์... ที่เป็นผู้บริหารไทยเวิร์กแอทโฮม โซลูชั่น (www.thaiworkathome.com) จนบางความคิดเห็นไม่เหมาะสมที่จะเผยแพร่ต่อสื่อสาธารณะ ถ้าใครต้องการทราบว่าเขาแสดงความคิดเห็นกันดุเด็ดเผ็ดมันอย่างไร ก็เข้าไปดูได้ตามลิงก์ที่บอกไว้ข้างต้น
สรุปใจความกระทู้นี้ได้ว่า ผู้รับอีเมล์ ต้องการให้ผู้ส่ง ยุติการส่งข้อความเชิญชวนทำธุรกิจลักษณะนี้ ซึ่งท้ายสุดแล้ว ก็คือ เฮอร์บาไลฟ์ นูสกิน หรือแอมเวย์ โดยใช้กลยุทธแบบล่อใจ ให้ผู้ต้องการรายได้ ไปรับฟัง แล้วต้องสมัครเพราะทนต่อแรงยุและบรรยากาศไม่ได้ ทั้งความหรูของที่ประชุม การแต่งกายที่น่าเชื่อถือ การผลัดเปลี่ยนกันขึ้นไปเล่าประสบการณ์และผลตอบแทนที่ได้ ล้วนแล้วแต่ทำให้ตกปากรับคำไปอย่างงๆได้โดยง่าย แต่สุดท้ายก็ต้องเลิกทำธุรกิจ เพราะรู้สึกว่าไม่ถนัด และการส่งอีเมล์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าผิดมารยาทอย่างยิ่ง แม้จะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม
ทางฝั่งผู้ส่งอีเมล์ เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด ก็จะพยายามอธิบายว่า การทำการตลาดลักษณะเช่นนี้ ไม่ผิดกฎหมาย และถ้าไม่ต้องการอ่านก็ข้ามไป พร้อมกับยกตัวอย่างการทำธุรกิจลักษณะอื่น แต่เนื่องจากว่ายังเป็นปุถุชน ก็ย่อมหนีอารมณ์จากคำวิจารณ์ที่สุดรุนแรงไปไม่พ้น จึงมักจะมีคำหยอดในทางตอกกลับ ผู้ที่พาดพิงถึง ทำให้ต้องมีการโต้ตอบและวิจารณ์กับยาวนาน ชนิดที่ว่า ให้ตายกันไปข้างหนึ่ง จนคนอ่านอย่างเรา รู้สึกว่า เหนื่อยต่อการอ่านแล้ว (ก็มีตั้ง 530 กว่า ความคิดเห็น กว่าจะอ่านหมด กินเวลาไปไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง)
ซึ่งจะว่าไปแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ย่อมคิดว่าตนเองถูกต้อง แต่เมื่ออ่านภาพรวมทั้งหมด และเปิดใจให้กว้าง พยายามทำใจให้เป็นกลางแล้ว ใจจะเอนเอียงไปทางผู้รับอีเมล์มากกว่า เพราะการถูกยัดเยียดอะไรโดยไม่เต็มใจนั้น ไม่ใช่วิถีของประชาธิปไตย และแม้ในทางกฎหมายจะไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ แต่ในทางมารยาท ก็ต้องมีความเกรงใจกันบ้างในฐานะที่ต้องอยู่ร่วมกันในสังคม
ผู้ที่ทำการตลาดในลักษณะนี้ ควรต้องพิจารณาให้ดีๆ เพราะภาพพจน์ของการทำธุรกิจขายตรงนั้นไม่ค่อยดีเท่าไรนักต่อประชาชนจำนวน หนึ่ง และการขยายเครือข่ายโดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวแบบเพื่อนหรือญาตินั้น ทำให้ผู้ถูกชักชวนอึดอัดอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่า รูปแบบการหาสมาชิกเครือข่าย เพื่อยอดรายได้จะเปลี่ยนรูปแบบไป จากการหาคนเข้ามามากๆ มาเป็น การเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยไม่ต้องลงทุนมาก แต่ท้ายสุดแล้ว ถ้าไม่มีเครือข่ายที่ต่อเนื่องออกไป แล้วรายได้จะมาจากไหน หลายๆคนเมื่อมีสินค้าอยู่ในมือแล้ว จึงพลิกแพลงกลยุทธ์การตลาด จนออกมาเป็น เวิร์กแอทโฮม ตามที่ตกเป็นเรื่องพูดกันสนั่นเมือง(Talk of the town)ในทุกวันนี้
ใครจะทำอะไร ย่อมมีอิสระตามสิทธิ์ที่มี แต่การเข้าไปล่วงล้ำสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคล ย่อมไม่มีแน่ โดยระบบของธุรกิจ คงไม่มีข้อสงสัยว่าดีหรือไม่(ก็ดีนั่นแหล่ะ) แต่การปฏิบัติในหลายๆครั้ง ได้สร้างความขุ่นมัวให้อย่างยิ่ง ดังนั้น เป็นการบ้านของผู้ที่อยู่ในวงการขายตรง ว่าจะใช้กลยุทธ์ใดมา ชักชวนลูกค้า ให้รู้สึกว่าไม่ถูกยัดเยียดได้ โจทย์นี้ยากนะ แต่ถ้าทำได้ คุณก็สบาย ขอให้โชคดีกันทุกคน
อันนี้ ผมเขียนอยู่กับบ้าน ครับ สวัสดี