#เป็นต่อ2เมษายน2558ยมจีบสาวแข่งขั้นเทพมีโอกาสชนะ1เปอร์เซ็นต์
Posted by 2poto.com on 2 เมษายน 2015
ตีสิบ 31/3/58 ในช่วง สนทนา ครูหนุ่ย และเรื่องราวของ บ้านเอื้อพร มูลนิธิที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเด็ก และคุณแม่วัยใสที่ยังไม่...
Posted by วางระบบร้านเน็ต วางระบบร้านเกมส์ 2poto system on 31 มีนาคม 2015
ทดสอบ
Last Updated on Friday, 09 July 2010 14:02 Written by Mr-Amnart Sunday, 23 May 2010 18:04
วิธีการตอบคำถามที่เกี่ยวกับจุดอ่อน ของคุณ
โดย Arlene S. Hirsch
ผู้บริหารทุกคนที่ประสบความ สำเร็จจะมีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งในตัว ที่สำคัญคือจะต้องไม่ให้จุดอ่อนนั้นเข้ามาเป็นอุปสรรคในการทำงาน ผู้ว่าจ้างจะพยายามมองข้อบกพร่องนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครที่รับเข้ามา จะไม่สร้างปัญหาให้กับบริษัท คุณจะต้องทำให้ผู้สัมภาษณ์แน่ใจว่าคุณจะไม่นำปัญหามาให้บริษัทเช่นกัน
หนึ่ง วิธีในการเรียนรู้จุดอ่อนของผู้สมัคร คือ การถามตรงๆระหว่างการสัมภาษณ์ว่า “ จุดอ่อนของคุณคืออะไร ” ขณะที่คุณกำลังกังวลอยู่กับการตอบคำถาม ผู้สัมภาษณ์จะยิงคำถามต่อเพื่อประเมินไหวพริบในการโต้ตอบของคุณ
วิธีการ ตอบคำถามที่เกี่ยวกับจุดอ่อนของคุณ
โดย Arlene S. Hirsch
ผู้บริหารทุกคนที่ประสบความสำเร็จจะมีทั้งจุดอ่อนและจุด แข็งในตัว
ที่สำคัญคือจะต้องไม่ให้จุดอ่อนนั้นเข้ามาเป็นอุปสรรคในการทำงาน
ผู้ว่าจ้างจะพยายามมองข้อบกพร่องนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าผู้สมัครที่รับเข้ามา จะไม่สร้างปัญหาให้กับบริษัท
คุณจะต้องทำให้ผู้สัมภาษณ์แน่ใจว่าคุณจะไม่นำปัญหามาให้บริษัทเช่นกัน
หนึ่งวิธีในการ เรียนรู้จุดอ่อนของผู้สมัคร คือ การถามตรงๆระหว่างการสัมภาษณ์ว่า “
จุดอ่อนของคุณคืออะไร ” ขณะที่คุณกำลังกังวลอยู่กับการตอบคำถาม
ผู้สัมภาษณ์จะยิงคำถามต่อเพื่อประเมินไหวพริบในการโต้ตอบของคุณ
หลัก 7 ประการในการโต้ตอบ
หลักในการตอบคำถามเกี่ยวกับจุดอ่อน
โดยไม่ให้จุดอ่อนนั้นเข้ามาเป็นปัญหาในการสัมภาษณ์
จำไว้ว่าแนวทางการตอบสำคัญพอๆกับเนื้อหา
เมื่อคุณพูดถึงจุดอ่อนคุณควรจะพูดให้ผู้สัมภาษณ์สามารถมองมันเป็นจุดแข็งของ คุณได้
ต้องซื่อสัตย์ในการตอบคำถาม
แต่ต้องไม่ทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกว่ามันจะเข้ามาเป็นอุปสรรคในการทำงานและ คุณยังสามารถนำมาใช้ในทางที่ดีได้ด้วย
สำคัญที่การนำเสนอจุดอ่อนของคุณให้สามารถมองเป็นจุดแข็งได้
หลักข้อที่ 1 :
ต้องแสดงให้เห็นว่าคุณสามารถทำจุดอ่อนให้เป็นประโยชน์ได้ในสภาพแวดล้อมที่ เหมาะสม
แทนที่คุณจะบอกจุดอ่อนของคุณตรงๆ คุณควรจะทำให้มันเป็นไปในทางบวก เช่น “
ฉันเป็นคนบ้างาน ฉันใช้เวลาส่วนมากับการทำงานเพื่อให้งานของฉันมีความถูกต้อง ”
ผู้สัมภาษณ์โดยทั่วไปจะ สามารถรู้ได้ในกรณีที่คุณไม่ซื่อสัตย์และเข้าข้างตัวเองในการตอบคำถาม
ทางที่ดีคือพูดถึงในบางสิ่งที่เป็นจุดอ่อนแต่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมก็ สามารถเป็นจุดแข็งได้
เช่น ความเห็นอกเห็นใจ เป็นความสามารถในการทำความเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
มันจะเป็นคุณสมบัติที่ดีเมื่อนำมาใช้กับการทำความเข้าใจคู่แข่ง
แต่ถ้าเป็นผู้จัดการที่มีความเห็นอกเห็นใจอาจจะส่งผลเสียและเป็นจุดอ่อนได้
ผู้สมัครที่มีจุดอ่อนในเรื่องนี้ (แต่รู้ว่ามันสามารถเป็นจุดแข็งได้)
จะสามารถนำมันมาใช้ในการทำความเข้าใจคู่แข่งได้ด้วย
หลักการค้นหาจุดแข็งจากจุดอ่อนจะเป็น ประโยชน์มาก
แต่ต้องนำมาใช้ในสภาวะที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
พร้อมทั้งอธิบายถึงวิธีการที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับบริษัทได้ในอนาคต
ยกตัวอย่าง การที่คุณเป็นคนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการทำงาน
ซึ่งลักษณะแบบนี้จะเป็นจุดแข็งมากกว่า เช่น
ในกรณีที่อาจจะมีการตรวจทานหรือแก้ไขในงานจะรับประกันได้เลยว่างานที่ออกมา จะไม่มีความผิดพลาด
ถ้าคุณมีจุดอ่อนคุณต้องทำให้ผู้สัมภาษณ์คิดว่าคุณสามารถเปลี่ยนมันเป็นจุด แข็งที่เป็นประโยชน์แก่บริษัทได้
หลักข้อที่ 2 : แสดงให้เห็นว่าเป็นจุดอ่อนที่ได้รับการแก้ไข
เป็นจุดอ่อนที่ได้รับการแก้ไขหรือกำลังได้ รับการแก้ไข บอกวิธีการแก้ไข
การพัฒนาจุดอ่อนที่มีและพัฒนาตรงนี้จะเกิดประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้างอย่างไร
ยกตัวอย่าง
ผู้บริหารฝ่ายต่างประเทศมีความรู้สึกว่าอาชีพที่เขาทำไม่มีความก้าวหน้า เพราะเขาไม่เก่งภาษาสเปน
หลังจากที่สูญเสียงานในระหว่างนั้น
เขาจึงตัดสินใจเข้าคอร์สเรียนภาษาอย่างจริงจังในชิลี หลังจากนั้น 6
สัปดาห์เขารู้สึกว่าความรู้ภาษาสเปนของเขาจะสามารถช่วยให้งานต่อไปประสบผล สำเร็จ
ระหว่างการสัมภาษณ์เขาจึงมีความพร้อมมากในภาษาสเปน
ซึ่งเป็นวิธีการพัฒนาตนเองที่สามารถแก้ไขจุดอ่อนนี้ได้
ในกรณีผู้บริหารฝ่ายการตลาดซึ่งขาดความ เชี่ยวชาญในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าจึงได้มีการเข้าคอร์สสัมนาและ อบรมเพื่อพัฒนาความรู้สำหรับงานต่อไป
หลักข้อที่ 3 :
แสดงให้เห็นว่าเป็นบทเรียนที่ได้รับการเรียนรู้แล้ว
คล้ายๆข้อที่ แล้ว คือ เป็นข้อผิดพลาดที่ได้รับการเรียนรู้แล้ว
และอะไรที่คุณเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนั้นบ้าง ผู้ว่าจ้างจะพิจารณา 2 อย่างคือ หนึ่ง
คุณสามารถเรียนรู้จากข้อผิดพลาดได้ และสองคุณจะไม่ทำผิดเป็นครั้งที่สอง
และคุณจะสามารถนำมันมาเป็นประโยชน์แก่ผู้ว่าจ้างคนใหม่ได้
ยกตัวอย่าง กรณีของผู้ช่วยผู้จัดการที่มีปัญหาขัดแย้งกับเจ้านาย
หลังจากนั้นจึงไปทำงานในตำแหน่งฝ่ายธุระการขาย
แสดงให้เห็นว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเธอควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาหลัก บริหารให้ดีขึ้น
ถ้าไม่อย่างนั้นอีก 20 ปีข้างหน้าเธอก็คงจะเจอกับปัญหาเดิมๆ
หลักข้อที่ 4 : แสดงให้เห็นวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้
หลังจากที่คุณดูรายละเอียดของงาน
คุณเห็นว่าทักษะและประสบการณ์ที่ผู้ว่าจ้างต้องการในงานนั้นๆมีมากกว่าที่ คุณมีในบางข้อ
คุณควรจะนำเสนอคุณสมบัติบางประการที่สามารถทดแทนกันได้
ยกตัวอย่าง ผู้สมัครงานในตำแหน่งหนึ่ง รู้ว่าเธอมีประสบการณ์ 5 ข้อ จากทั้งหมด 6
ข้อที่ผู้ว่าจ้างต้องการ
ก่อนที่เธอจะไปสัมภาษณ์ก็ได้มีเข้าคอร์สเรียนเพื่อพัฒนาภาษาให้สามารถ เก่งกว่าคนอื่นๆ
เมื่อพูดถึงจุดอ่อนนั้น
เธอสามารถพูดได้ว่าเธอต้องการเรียนเพื่อพัฒนาจุดอ่อนที่เธอมีและสามารถกำหนด เวลาที่แน่นอนสำหรับความพร้อมที่จะทำงานได้
หลักข้อที่ 5 :
แสดงให้เห็นว่าทักษะที่ขาดไปไม่มีความสัมพันธ์กับงาน
คุณอาจจะรู้ ว่าจุดอ่อนหรือสิ่งที่ขาดไปนั้น
จะไม่ส่งผลต่อความสามารถในการทำงานของคุณ เช่น
การทำงานในด้านการจัดการไม่ต้องใช้ทักษะในการพูดเท่าที่ควร
แต่ควรจะมีทักษะการเขียนรวมทั้งการสื่อสารทางโทรศัพท์บ้าง
ดังนั้นคุณควรจะรู้ในรายละเอียดและความรับผิดชอบของงานก่อน
ทำความเข้าใจว่าอะไรที่สำคัญในการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ
แน่นอนว่าคุณจะต้องไม่ให้จุดอ่อนนั้นมาส่งผลต่อการทำงานของคุณ
หลักข้อที่ 6 : การเบี่ยงเบนความสนใจ
ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่สะดวกที่จะตอบคำถาม คุณสามารถเบี่ยงเบนความสนใจได้
ถึงแม้คุณจะตระหนักดีว่าจุดอ่อนนั้นจะไม่ส่งผลต่อความสามารถในการทำงานของ คุณ
ถ้าผู้สัมภาษณ์ยืนกรานที่จะให้คุณตอบ คุณสามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสได้
โดยการบอกว่าอะไรที่สำคัญกับคุณ คุณอาจจะบอกว่า
คุณจะทำงานได้ดีที่สุดกับผู้จัดการที่เชื่อมั่นในตัวคุณ และเป็นการทำงานภายใต้
deadline ถึงแม้จะไม่ได้ระบุถึงจุดอ่อนโดยตรง
แต่ก็เป็นการแสดงเป็นนัยว่าคุณสามารถทำงานได้ดีกว่าถ้าอยู่ภายใต้เงื่อนไข ที่แน่นอน
หรือว่าคุณจะใช้ความตลกขบขันเพื่อเบี่ยงเบนคำถามนั้นก็เป็น ได้
โดยจะเห็นได้จากกรณีศึกษาของผู้จัดการทั่วไปคนหนึ่ง
เมื่อเขาถูกถามถึงจุดอ่อนของเขา เขามักจะตอบว่า “
ถามเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ของฉันดูสิ ” แน่นอน เรื่องขำๆนี้ใช้ได้
ถ้าคุณไม่เคยมีคดีอาญาร้ายแรงติดตัวมา
หลักข้อที่ 7 : การรู้ทัน/ทำความเข้าใจกับคำถามที่ซ่อนความนัย
ผู้สัมภาษณ์ที่ถามเกี่ยวกับจุดอ่อนของคุณ
บางครั้งอาจจะสนใจในวิธีการตอบโต้ของคุณมากกว่า
ว่าคุณจะมีความซื่อสัตย์ในการสนทนาหรือไม่
คุณควรที่จะพูดความจริงก่อนที่ผู้สัมภาษณ์จะสงสัยและก่อนที่ความจริงจะถูก เปิดเผยออกมา
คุณสมบัติบางอย่างจะมีความสำคัญในการทำงาน
รวมทั้งวิธีการแก้ปัญหาในการโต้ตอบของคุณ
ซึ่งการสัมภาษณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงและยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์
ก่อนที่คุณจะนำหลักนี้ ไปใช้ ต้องดูว่าคุณจะสามารถตอบโต้ผู้สัมภาษณ์ได้ดีขนาดไหน
ไม่เป็นไปในแนวทางก้าวร้าวเกินไป
ถึงแม้ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นองค์ประกอบในการ สัมภาษณ์
แต่ที่สำคัญคือคุณกำลังอยู่ในการสนทนาเพื่อที่จะบอกว่าคุณสามารถทำงานให้มี ประสิทธิภาพได้
ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดหรือว่าจุดอ่อน ถ้าคุณรู้จักมัน
ทำความเข้าใจในผลกระทบของมัน และมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลา
ความสามารถในการตอบคำถามอย่างมั่นใจและน่าประทับใจจะทำให้ผู้ว่าจ้างมองเห็น จุดแข็งของคุณได้