บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงก็ไม่แตกต่างกัน เป็นเพราะสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ออกใบอนุญาตเพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ตให้กับบรรดาเอกชนที่ยื่นขอประกอบกิจการทั้งมีโครงข่ายและไม่มีโครงข่ายของตนเอง
![]()
แต่ดูเหมือนว่ามีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่ Active อยู่ในขณะนี้ ไล่เลียงตั้งแต่ บริษัท ทรู ออนไลน์ จำกัด ,บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด หรือ 3BB ซึ่งจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์อินเตอร์เน็ตในขณะนี้มีถึง 2 ล้านรายเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนครัวเรือนในกรุงเทพมหานครที่มีถึง 19 ล้านครัวเรือน นี้ยังไม่นับรวมตลาดภูมิภาค ขณะที่จำนวนตัวเลขผู้ใช้คอมพิวเตอร์อยู่ 17 ล้านคน มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประมาณ 11 ล้านคน
นั่นหมายความว่าในปี 2553 ตลาดอินเตอร์เน็ตจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง
คำถามว่าการแข่งขันอยู่ตรงไหน.....คำตอบ คือ Speed หรือ ความเร็วสูง
แม้แต่นายกฤติกา มหัทธนกุล ประธานกลุ่มธุรกิจเอเชียเหนือของ โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์ก (ประเทศไทย) บอกกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า อินเตอร์เน็ตคือ Killer Application เพราะเวลาพูดถึงเรื่องนี้มีการเปรียบเทียบบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2G ความพิเศษ คือ สามารถโชว์เบอร์ และ คุณภาพของเสียงที่คมชัด และมีการพัฒนาขึ้นไปอีกคือโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ทุกคนเชื่อว่าจะเป็นเรื่องของวิดีโอคอลล์ และ การดาวน์โหลดข้อมูล แต่สุดท้าย คือ อินเตอร์เน็ต เพราะแกดเจตหรืออุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถนำอินเตอร์เน็ตอย่าง Facebook (เฟซบุ๊ก) ,Twitter และYouTube เข้ามาอยู่บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ เนื่องจากเทคโนโลยีระบบ 3G สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ถึง 7.2 เมกะบิต แตกต่างจากระบบ 2G ถึง 200 เท่า
*** 3BBเพิ่มความเร็ว 4 เมกะบิต
หลังจาก ดร.อดิศัย โพธารามิก ผู้ก่อตั้งบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถอดสูตลงเล่นการเมือง (หมายเหตุ: ปัจจุบันถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี) มอบหมายให้ พิชญ์ โพธารามิก บุตรชายคนเดียวเข้ามาสานต่อธุรกิจ
พลันที่ พิชญ์ เข้ามานั่งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เขาได้ปักธงธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) และตั้งเป้าภายในปี 2553 จะเพิ่มจำนวนฐานลูกค้า 3BB ให้ได้ 1 ล้านพอร์ต
สำหรับกลุ่มจัสมิน เริ่มต้นก้าวเข้าสู่อินเตอร์เน็ตตั้งแต่ปี 2549 มีฐานลูกค้า 25,000 พอร์ต และภายในสิ้นปีนี้ลูกค้าจะอยู่ที่ 5.7 แสนพอร์ต อัตราเติบโต 50% จากปีที่แล้วประมาณ 380,000 พอร์ต
สำหรับกลยุทธ์ทางด้านการตลาดของ 3BB จะเน้นไปในเรื่องของความเร็วสูงเป็นหลักเพราะตลอด 3 ปีที่ผ่านมา 3BB ชูจุดขายด้วยความเร็วสูงเริ่มต้นตั้งแต่ 1 เมกะบิต และเพิ่มความเร็วเป็น 2 และ 3 เมกะบิต จนกระทั่งล่าสุดเมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมาเพิ่มอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไว้ที่ 4 เมกะบิตต่อวินาที ค่าบริการรายเดือน 590 บาทต่อเดือนและได้ปรับความเร็วอินเตอร์เน็ตให้กับลูกค้าที่ใช้ขั้นต่ำ 3 เมกะบิต
ทั้งนี้ พิชญ์ บอกว่าแนวโน้มตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในปี 2553 ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และยังมีแนวโน้มจะมีผู้ใช้บริการรวม 3 ล้านราย จากปัจจุบันเกือบ 2 ล้านราย จากการแข่งขันของผู้ให้บริการทุกราย ดังนั้นทางเดียวที่ทำได้ก็คือการเพิ่มความเร็วสูงให้กับลูกค้าและคิดค่าบริการเหมือนเดิม และได้เริ่มปรับให้กับลูกค้าเก่าแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนลูกค้าที่ใช้บริการ 4 เมกะบิตต่อวินาทีอยู่แล้วในราคา 790 บาท บริษัทจะให้สิทธิ์เลือกว่าต้องการเพิ่มความเร็วเป็น 5 เมกะบิตต่อวินาทีในราคาเดิม หรือต้องการใช้ความเร็วเท่าเดิม คือ 4 เมกะบิตต่อวินาทีในราคาที่ต่ำลง
"ตอนนี้เราให้สปีดสูงสุดเต็มที่ 10 เมกะบิต 1,490 บาท ซึ่งปีหน้าคงต้องเพิ่มอีกแน่นอน"
พร้อมกันนี้ บริษัทได้เตรียมแผนการลงทุนขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ในปี 2553 เพื่อให้บริการได้ครอบคลุมมากขึ้น จากปัจจุบัน สามารถรองรับได้ 1.2 ล้านราย คาดว่าจะใช้เงินเพิ่มอีกราว 1,500 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ได้ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาด 30% หรือราว 1 ล้านรายปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 จากปัจจุบันครองส่วนแบ่งอันดับ 3 สัดส่วน 27-28% หรือมีลูกค้าทิ้งห่างจากอันดับ 2 เพียงหลักแสนราย
*** "ทีโอที" รอความหวัง MSAN
แม้บรรดาเอกชนจะรุกคืบธุรกิจอินเตอร์เน็ต แต่ทว่าบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้เล่นอีกหนึ่งราย และเป็นผู้เล่นที่น่าจับตายิ่งเพราะมี Backbone เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคมครอบคลุมทั่วประเทศ
ผลแห่งการรุกคืบอย่างหนักถึงตอนนี้ บมจ.ทีโอที มีจำนวนผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจำนวน 8.9 แสนพอร์ต เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีเพียง 2.4 แสนพอร์ต
กลยุทธ์ทางการตลาดที่ บมจ.ทีโอที นำมาใช้ก็คือให้บริการความเร็วสูง ไล่เลียงตั้งแต่ความเร็วสูง 3-4-8 และ 12 เมกะบิต ส่วนวิธีเข้าถึงลูกค้าใช้กลยุทธ์แมสมาร์เก็ตติ้งเข้าถึงกลุ่มลูกค้า
อย่างเช่น กรณีแคมเปญ "ฟ้าลั่นสนั่นกรุง" ที่ผ่านมา บมจ.ทีโอที ตั้งม็อบเดินสายแจกโบรชัวร์ที่ จ.นนทบุรี และ สวนจตุจักร
แม้ บมจ.ทีโอที พยายามปั้นบรอดแบนด์ให้เป็นเรือธง แต่ปัญหาก็คือการขยายเครือข่ายบรอดแบนด์แต่ละครั้งต้องเปิดประมูลร่างเงื่อนไขทีโออาร์ ที่สำคัญไปกว่านั้นงานประมูลแต่ละครั้งของหน่วยงานราชการมีกลุ่มก๊วนการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ล็อกสเปกให้พวกพ้องได้งานประมูล ส่งผลให้ผู้แพ้ต้องฟ้องร้องดำเนินคดี
แต่ทว่าในขณะนี้ บมจ.ทีโอที กำลังเผชิญปัญหาใหญ่ในการติดตั้งอุปกรณ์ชุมสาย (Multi Service Access Node) หรือ MSAN 3,415 แห่งจำนวน 577,000 พอร์ต ได้มีการประกวดราคาด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ออกชัน) เพื่อให้บริการอินเตอร์เน็ความเร็วสูง และ ไฟเบอร์ออพติกใยแก้วนำแสง ซึ่งมีเอกชนยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่าการประกวดราคาไม่มีความโปร่งใส
เรื่องนี้นายวรุธ สุวกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บมจ.ทีโอที ถึงกับอึดอัดใจแม้จะออกมาให้สัมภาษณ์ การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบของทีโอที ซึ่งอาจมีบางข้อที่แตกต่างจากกฎระเบียบในการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักนายกรัฐมนตรี หากมีการล้มประมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ บมจ.ทีโอที ในปีหน้าจะไม่สามารถขยายการให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ตามแผนงานปี 2553 ตั้งเป้าเพิ่มลูกค้าบรอดแบนด์อีก 3 แสนราย ขณะที่งบประมาณที่ใช้เป็นงบผูกพันระหว่างปี 2551-2552 หากยังไม่ได้ใช้ต้องส่งเงินคืนกระทรวงการคลัง และถ้าจะเปิดจัดซื้อใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปีในการของบประมาณ
***ทรู ชูความเร็ว 16 เมกะบิต
ในบรรดาผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต กลุ่มทรู ซึ่งมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริการ วางทฤษฎีการบริหารธุรกิจให้เป็น Convergence (ผสมผสานธุรกิจ) ด้วยการหลอมหลวมและเชื่อมธุรกิจเข้าด้วยกัน และ บริการอินเตอร์เน็ต ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรือธงที่กลุ่มทรูเป็นเจ้าตลาด โดยมีบริษัท ทรู ออนไลน์ จำกัด ทำหน้าที่บริหารจัดการ ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 50% แบ่งประเภทบริการผ่าน 2 เทคโนโลยี คือ Cable Modem (เป็นอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสง) และ ADSL (ย่อมาจากคำว่า Asymmetric Digital Subscriber Line คือเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงแบบดิจิตอลที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดต่อสื่อสารอินเตอร์เน็ตและเครือข่ายระยะไกลได้ด้วยความเร็วสูง) ด้วยความเร็วสูงสุด 10 เมกะบิต
นอกจากนั้นยังให้บริการอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi (Wireless Fidelity) และมีเครือข่ายให้บริการโดยมีจุดกระจายสัญญาณ หรือ Hot spot มากกว่า 16,000 จุดทั่วประเทศปัจจุบันมีผู้บริการ Wi-Fi ของทรู 2 แสนกว่าราย
ไม่เพียงเท่านี้แนวโน้มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มมากขึ้น ทรู ได้ให้บริการบรอดแบนด์ด้วยความเร็ว 8 เมกะบิตเมื่อกลางปี 2552 และเพิ่มเป็น 12 เมกะบิต และ เพิ่มเป็น 16 เมกะบิตเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาปัจจุบันมีผู้ใช้ทั้งหมดเกือบ 700,000 ราย และ จากจำนวนนี้เป็นผู้ใช้บริการอินเตอร์เน็ตด้วยความเร็ว 3 เมกะบิต มากกว่า 50% ,ความเร็ว 4 ,5, 8และ 12 เมกะบิต ประมาณ 30% มีส่วนแบ่งการตลาดในกรุงเทพฯ 70% ทั่วประเทศ 40% จากจำนวนผู้ใช้ทั้งหมดประมาณ 2 ล้านราย
อย่างไรก็ตามในปี 2553 นี้เชื่อว่าดีกรีการแข่งขันเข้มข้นอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้ ส่วนจุดขายคงหนีไม่พ้นเรื่องความเร็วสูงเพราะทุกวันนี้การติดต่อสื่อสารแคบลงทุกทีเพียงแค่กด "คลิก" บนคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ สามารถรับส่ง-ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว
{snippet 6}
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,493 3-6 มกราคม พ.ศ. 2553

