ทดสอบความเร็วอินเตอร์เน็ตฟรี |
|
2poto system คือโซลูชั่น ซอฟต์แวร์ บริหารจัดการร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ และ บริหารจัดการเกม
2POTO system จะประกอบ ไปด้วย
1 .โปรแกรม ระบบสมาชิก ระบบคูปอง เพื่อทำหน้าที่ได้การคิดค่าบริการ และจัดโปรโมชั่นเรื่องราคา ที่บริการแก้ร้านเน็ต ร้านเกมส์
2 .โปรแกรมบริหารจัดการเกมส์ออนไลน์ เพื่อทำหน้าที่ อัพเดตเกมส์ออนไลน์
3 .โปรแกรม Game menu system ทำหน้าที่ จัดหมวดหมู่ ไอคอนที่หน้าจอ คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการลูกค้า
4.ระบบเซิร์ฟเวอร์ ClearOS
SUPER MEMORY หลักสูตรเทคนิคความจำอัจฉริยะ เป็นหลักสูตรเดียวในประเทศไทย ที่สอนเทคนิคการจำในส่วนวิชาการหรือตำราเรียน เพื่อให้การเรียนวิชาการ(สังคม,วิทยาศาสตร์,ประวัติศาสตร์,ภาษาไทยฯลฯ)เป็นเรื่องง่ายๆ โดยการใช้จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ในการจำ เพื่อเป็นการฝึกให้เด็กมีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ในการเรียนหนังสือ ควบคู่ไปด้วย
อย่างไรถึงเรียกว่า SUPER MEMORY การเรียนหลักสูตรนี้เป็นการสอนเทคนิคการใช้สมองสองซีกให้สมดุล เพราะมนุษย์เรามีสมองสองซีก คือซีกซ้ายและซีกขวา สมองฝั่งซ้ายเราใช้มันในเรื่องของเหตุผลและวิชาการ ส่วนสมองซีกขวาจะใช้ในเรื่องทักษะ และความคิดสร้างสรรค์ ถ้าต้องการทำให้สมดุลก็คือเราต้องให้สมองได้มีจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสามารถนำไปใช้ในส่วนของวิชาการได้ จึงทำให้การจำเป็นการจำที่เป็นระบบมากขึ้น จำได้นาน จำได้เร็วและเก็บรายละเอียดได้ดี
ถ้าเรานึกย้อนไปในการเรียนในอดีตเมื่อเราเรียนหนังสือ เราจะสังเกตุเห็นว่าเราเรียนหนังสือซ้ำๆกันในหลายๆวิชา เช่น เราเรียนประวัติศาสตร์ตั้งแต่ ป.1 ถึง ม.6ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เราก็ยังคงต้องท่องเนื้อหาเดิมซ้ำๆ กัน เพียงแต่ว่าแต่ละชั้นปีที่สูงขึ้นก็มีเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น แต่เนื้อหาเก่าไม่เปลี่ยนแปลงแต่ก็จำไม่ได้ ทำให้เราต้องเรียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ตลอด ถ้าเราไม่ลืมเนื้อหาเก่าเราก็จะเรียนเนื้อหาใหม่เพียงนิดเดียว เช่น การจำรัชกาลที่ 1-9, การจำพระนามกษัตริย์ 32 พระองค์ในสมัยอยุธยา , การจำชั้นบรรยากาศโลก, การจำตารางธาตุ 108 ตารางธาตุฯลฯ ดังจะเห็นได้ว่าเด็กมีเรื่องมากมายที่ต้องจำ ถ้าเด็กมีเครื่องมีในการจำที่พร้อมและสมบูรณ์ก็จะทำให้การจำเป็นเรื่องง่ายๆ เพราะหลักสูตรเทคนิคความจำอัจฉริยะ จะสอนเทคนิคให้นักเรียนเก็บความจำให้เป็นหมวดหมู่ เข้าลิ้นชัก เข้าตู้ให้เรียบร้อย แต่เมื่อใดที่เด็กต้องการนำมาใช้เด็กก็จะสามารถหยิบมาใช้ได้อย่างอัศจรรย์ และยอดเยี่ยมด้วย
ทำไมคนไทยจึงคิดอะไรใหม่ไม่เป็น ซึ่งเกี่ยวกับความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (สมองซีกขวา) ทำไมต่างชาติถึงคิดอะไรใหม่ๆ ทำไมเราต้องตามเขาตลอด เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องบิน (ชาวนาไทยปลูกข้าวทั้งประเทศทั้งปี รวมมูลค่าเท่ากับ การซื้อเครื่องบิน 1 ลำ) เพราะเด็กไทยยังขาดการคิดแบบจินตนาการ ริเริ่มสร้างสรรค์จากการนึกคิดของตัวเองและไม่ติดกรอบ
นี่แหละ SUPER MEMORY มีหน้าที่ที่จะทำให้เด็กไม่ลืมเนื้อหาเดิม โดยใช้จินตนาการในการจำ จำอะไรก็ได้ที่อยากจำโดยไม่ลืม เด็กก็ไม่ต้องเครียดกับการเรียนต่อไปเด็กสามารถนำหลักสูตรนี้ไปใช้ได้ตลอดชีวิตไม่ว่าจะเรียนในระดับประถม มัธยม ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือแม้กระทั่ง ปริญญาเอก ส่งบุตรหลานมาเรียนหลักสูตรนี้กันเถอะคะ และท่านผู้ปกครองจะรู้ทราบว่าการเรียนของบุตรหลานของท่าน สนุกสนานมากขนาดไหน
อัลเบิรต์ ไอน์สไตล์ กล่าวว่า จินตนาการสำคัญกว่าความฉลาด Imagination is more important than intelligence
ถาม: อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กสามารถจำได้ และจำได้ไม่ลืม
ตอบ: สามารถจำได้ และจำได้ไม่ลืมเพราะเด็กไม่ได้จำเป็นตัวเลข หรือตัวหนังสือ แต่เด็กจะจำแบบใช้จินตนาการในการจำ เหมือนการดูหนังทำให้เด็กจำได้
ถาม: ต้องเรียนนานแค่ไหน หรือกี่คอร์สเด็กถึงจะสามารถจำได้
ตอบ: อย่างน้อย 2 คอร์ส เพราะคอร์สแรกคุณครูจะสอนเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนการจำแบบเดิมคือแบบท่องจำ มาเป็นการใช้จินตนาการในการจำ เด็กต้องทำการแยกออกมาให้ได้ว่าจินตนาการอันไหนใช้ได้ และจินตนาการอันไหนใช้ไม่ได้ และ การเปลี่ยนตัวเลขเป็นภาพจินตนาการ
ถาม: เรียน super memory เครียดไหม และเรียนกี่คน
ตอบ: เรยน super memory เป็นการเรียนที่สนุกมาก เพราะเด็กไม่ได้ถูกบังคับให้จำอะไร เด็กจะมีจินตนาการตามวัยที่สนุกสนาน และก็ทำให้บรรยากาศการเรียนสนุกสนานตามไปด้วย เพราะการเรียนเป็นการเรียนกลุ่ม ก็จะมีการแลกเปลี่ยนจินตนาการกันอย่างสนุกสนาน
เทคนิคความจำก่อนทำข้อสอบ
เมื่อนักเรียนใกล้วันสอบเมื่อไหร่ เสียงโอดโอยของเด็กๆ ก็ยิ่งดังขึ้นโดยเฉพาะเนื้อหาวิชามากมายที่ต้องอาศัยความจำ จำ และจำตลอดเวลาไหนจะสูตรหาพื้นที่สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม ปริมาตร ของวิชาคณิตศาสตร์ ไหนจะวิชาภาษาอังกฤษการใช้TENSE,NOUN,PRONOUN,ARTICLE,DIRECT-NDIRECT SPEECHแล้วยังมีชื่อต่างๆเช่น ชื่อภูเขา แม่น้ำสำคัญๆในประเทศอีกละ.....โอยแค่นึกก็ปวดหัวแล้วค้าทำอย่างไรจะจำได้หมด และจำได้แม่นหนอก็ต้องไปจักกับความจำก่อนนะคะ
ความจำคืออะไร
ความจำ คือ ความสามารถในการเก็บและเรียกข้อมูลออกมาใช้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ประสบการณ์จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 จะถูกบันทึกอยู่ในสมองและระบบประสาท ผ่านกระบวนการทางเคมี ถ้าไม่มีความจำมนุษย์เราต้องเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างใหม่หมดทุกวัน เพราะสิ่งที่มองเห็นจะแปลกตา เหมือนกับว่าเพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรกในชีวิต
จำได้....เข้าใจดี
ความจำกับความเข้าใจเป็นส่วนที่ส่งเสริมกันและกันค่ะ ถ้าเข้าใจได้ดีตอนจำก็จะจำได้แม่น แล้วถ้าจำได้แม่น ก็จะมีผลต่อการสร้างความเข้าใจในเรื่องต่อ ๆ ไป เช่น ถ้าเราจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็ย่อมอ่าน passage ไม่เข้าใจ หรือเรียนคณิตศาสตร์เข้าใจ แต่จำอะไรไม่ได้เลย ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะนำความรู้ไปใช้ต่อไม่ได้
ทำไมถึง....ลืมล่ะ
คนที่ความจำดีกับคนที่ลืมได้ลืมดี ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่หน่วยบรรจุความจำในสมองหรอกนะค่ะ แต่อยู่ที่สาเหตุเหล่านี้ต่างหาก
1.ไร้การบันทึก ในบางครั้งที่เด็ก ๆ จำไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้จำเรื่องนั้นมาตั้งแต่ต้น อาจเป็นเพราะไม่ใส่ใจหรือถ้ากำลังครุ่นคิดถึง เรื่องอื่นอยู่ สภาพอารมณ์บางขณะ เช่น ความกระวนกระวาย ความเศร้าซึม ก็อาจทำให้เด็กไม่สามารถจดจำสิ่งที่ครูสอนได้
2.คลื่นรบกวนการเรียนรู้เรื่องใหม่ในชั่วโมงถัดมา จะเป็นคลื่นรบกวนความจำเรื่องที่เพิ่งเรียนผ่านไป เรียกว่า คลื่นหักล้างย้อนหลัง
จากการศึกษาพบว่านักเรียนสามารถจดจำเรื่องที่เพิ่งเรียนผ่านไปได้ถึง 56% แต่ถ้ามีการเรียนสิ่งใหม่คั่นกลางระหว่างการเรียนครั้งนั้นกับการทดสอบความจำจะเหลือเพียง 26%คลื่นรบกวนระหว่างสองวิชาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันจะมีความรุนแรงมากกว่าวิชาที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าเรียนภาษาอังกฤษ แล้วคั่นด้วยภาษาไทย จะมีผลรบกวนความจำมากกว่าคั่นด้วยวิชาคณิตศาสตร์
ทำอย่างไรถึง..จำได้
1.ตั้งใจที่จะจำ
เราจะจำเรื่องราวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้ากระตือรือร้นอยากจะจำ การที่เด็ก ๆ ท่องชื่อโปเกมอนเป็นร้อยตัวได้ แต่กลับท่องศัพท์ 10 คำ หรือสูตรเลขแค่บรรทัดเดียวไม่ได้ ก็เพราะเหตุผลนี้แหละค่ะ ถ้าไม่สนใจซะอย่างก็ยากที่จะจำได้
2. เชื่อว่าจำได้
ถ้าเด็ก ๆ คิดว่าความจำของตัวเองแย่มาก จำพลอยมีผลต่อความจำตามไปด้วย ควรเปลี่ยนความคิดใหม่ว่า "ฉันสามารถจำได้ หรือ ฉันต้องจำให้ได้"
3.ทุ่มความสนใจให้เต็มที
เวลาอ่านหนังสือ ไม่ใช่แค่จ้องดูตัวอักษรเรียงรายเต็มหน้ากระดาษเท่านั้น แต่ควรจะครุ่นคิดถึงความหมายและเรื่องราวในเนื้อหาตามไปด้วย ถ้าอยากจะจำให้ได้ ก็ต้องประทับหรือบันทึกข้อมูลให้แนบแน่นในสมองเสียก่อน
4.หมั่นนำมาใช้
สร้างนิสัยการอ่านทบทวนเรื่องราวที่เคยเรียนรู้ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะแม้แต่ข้อมูลที่ผ่านการบันทึกและการจัดเก็บเรียงไว้เป็นอย่างดีแล้วยังมีสิทธิ์ที่จะลืมได้ ถ้าไม่มีการนำออกมาใช้เป็นครั้งคราว
5.เทคนิคความจำ
อย่างที่รู้ ๆ กันว่าสมองซีกซ้ายเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับเหตุผลมาก ภาษา ตรรกะ ส่วนสมองซีกขวาเป็นส่วนของสุนทรียะ ดนตรี ศิลปะ และจินตนาการ ปกติคนเราใช้สมองซีกซ้ายในการจดจำเป็นส่วนใหญ่ โดยละเลยสมองซีกขวาทำให้สมองทั้งสองข้างถูกใช้งานอย่างไม่สมดุล
เมื่อรู้แบบนี้ เราก็แบ่งให้สมองซีกขวาช่วยทำงานบ้าง ศักยภาพในการจำก็จะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เอง ทางการแพทย์ได้ค้นพบว่า คนเราจดจำเป็นรูปภาพมากกว่าเสียง หรือ เหตุผล ทำให้เกิดเทคนิคสร้างความจำด้วยรูปภาพ (Figure Point) ซึ่งต้องอาศัยจินตนาการจากสมองซีกขวาเป็นตัวช่วย
แบบฝึกหัด
ทำอย่างไรจึงจะจำได้ว่า กรุงเทพมหานครสร้างขึ้นในปี พ.ศ 2535
วิธีทำ
แทนตัวเลขด้วยรูปภาพที่สอดคล้องกัน เช่น 1 แทนด้วยปากกา 2 แทนด้วยแว่นตา 3 แทนด้วยรถเข็นสามล้อ 4 แทนด้วยรถยนต์ 5 แทนด้วยมือ6 แทนด้วยแมลงวัน 7 แทนด้วยเป็ด 8 แทนด้วยแมงมุม 9 แทนด้วยแมว 10 แทนด้วยเท้าถ้าต้องการจำว่า กรุงเทพฯ สร้างขึ้นใน พ.ศ 2325 ก็ให้ลองนึกภาพสถาปนิกนหนึ่งกำลังจะสร้างกรุงเทพฯ สถาปนิกคนนี้ใส่ "แว่นตา" เข็น "รถเข็นสามล้อ" ที่ใส่เครื่องมือช่าง พอจะนั่งลงอ่านแบบแปลน ก็ต้องใส่ "แว่นตา" แล้ว เอา "
อ" ชี้ไปตามแบบแปลน
ทีนี้พอจะนึกว่ากรุงเทพฯ สร้างขี้นปีอะไรก็นึกภาพเรื่องราวเหล่านี้ แล้วตัวเลขจะย้อนกลับมาตามภาพที่เราจินตนาการไว้ แว่นตาครั้งแรกเท่ากับ 2 รถเข็นเท่ากับ 3 แว่นตาครั้งที่สองเป็น 2 และมือเท่ากับ 5 ก็จะได้เป็น 2325 พอดี
เทคนิคนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การผูกโยงด้วย เพ็ก(Peg) หรือหมุด โดยใช้สิ่งที่เราต้องการจะจำมาโยงกับเพ็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารู้อยู่ในใจแล้วส่วนใหญ่เราจะใช้สิ่งที่คุ้นเคยหรือจำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก มาเป็น เพ็ก
ถ้าสร้างเรื่องให้พิลึกพิลั่น แถมมีสีสันและการเคลื่อนไหวจะยิ่งทำให้นึกภาพได้ง่ายขึ้นเช่นต้องการจำ แก้วน้ำ โต๊ะ ประตู เรียงลำดับกัน แทนที่จะเอาปากกา
(1)ไว้ในแก้วน้ำ ก็ให้เอาปากกาแทงทะลุแก้วน้ำ เอาแว่นตา
(2) ขนาดยักษ์มาวางบนโต๊ะจนโต๊ะถล่ม แล้วให้รถเข็น
(3) ชนทะลุประตู
ลองอีกตัวอย่างนะคะ
จำศีล 5 ตามลำดับโดยใช้อวัยวะในร่างกายเป็นเพ็ก หนึ่งคือ "มือ" นึกภาพมือตบยุง (ห้ามฆ่าสัตว์) สองคือ "แขน" แขนแกว่งไปแกว่งมาเพราะกำลังวิ่งราว(ห้ามลักทรัพย์) สามคือ "หัวไหล่" เป็น ชายหญิงแอบอิงกัน ( ห้ามประพฤติผิดในกาม) สี่คือ "ปาก" (ห้ามพูดปด) ห้าคือ "ศีรษะ"กำลังโงนเงนเพราะเมาเหล้า (ห้ามเสพของมึนเมา)ถ้าใช้เทคนิคนี้ ศีล 5 หรือต่อให้ศีล 227 ข้อก็ไม่มีการลืมค่ะ
นอกจากตัวเลขหรืออวัยวะ เด็กๆ อาจจะคิดค้นเพ็กใหม่ ๆ ของตัวเองก็ได้เช่น ใช้พย้ญชนะไทยเป็นเพ็ก ก็นึกภาพไก่ ไข่ ขวด งู ไปผูกโยงกับเรื่องราวที่ต้องการจะจำเรียงตามลำดับ ( ได้ตั้ง 44 ข้อ) หรือจะวาดภาพประกอบเพื่อย้ำความจำให้แม่นยำยิ่งขึ้น บางคนอาจเถียงว่า เทียบกับวิธีการท่องจำแบบเก่า วิธีนี้ดูยากและเสียเวลามากกว่า แต่ถ้าใช้บ่อย ๆ ในทุกโอกาสที่เป็นไปได้ จนเป็นความคิดตามธรรมชาติ ก็จะทำให้จำได้แม่นและนาน ไม่ต้องมาทบทวนซ้ำอีก แถมยังเป็นการฝึกจินตนาการโดยใช้สมองซีกขวาไปด้วย คุ้มแสนคุ้ม
ก่อนสอบเรามาฝึกสมองกับปัญหาสนุก ๆ สักหน่อยดีไหมคะ ถ้าจำให้ได้ว่า สงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้นในปี คศ 1939
เด็กหญิง พฤษภา มณีพฤกษ์ ส่งเรื่อง ที่ตัวเองต้องการจำมาว่า มีชายคนหนึ่งกำลังจะไปรบสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเขาไปรบเสร็จ ปรากฎว่าเขาชนะเขาจึงได้รางวัลจากรัฐบาล เป็น "ปากกา" หนึ่งแท่ง เมื่อเขากลับไปถึงบ้านแม่ก็ให้รางวัลเป็น"แมว" หนึ่งตัวเขารักมันมาก จึงอุ้มมันขึ้น "รถเข็นสามล้อ" และพามันเที่ยวไปทั่วหมู่บ้าน ด้วยความบังเอิญตอนกลับ เจอ "แมว" หลงทางตัวหนึ่ง เขาสงสารมันมากจึงเก็บมาเลี้ยง มันจึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
นี่คือหนึ่งตัวอย่าง เรื่องราวที่เด็ก ๆ ก็สามารถจำอะไรก็ได้ที่ตัวเองอยากจำถึงแม้ว่าความจำนั้นจะเป็นความจำในบทเรียนหรือไม่ก็ตาม จะทำให้เด็กมีความสุขที่ได้จำ และเมื่อจำแล้วก็ไม่ลืม และนึกถึงเมื่อไรก็มีความความสุข เพราะมันเกิดจากจินตนาการของเด็กเอง อย่ารอช้านะคะ ท่านผู้ปกครองทุกท่าน เมื่อได้อ่านทั้งหมดแล้วรีบลงเรียนให้บุตรหลายโดยเร็ว เพราะจินตนาการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาศักยภาพของสมองน้อย ๆ ของบุตรหลาน ให้ต่อยอดแตกแขนงออกไปอย่างไม่รู้จบสิ้น
***************************
ข้อมูลจาก : www.smslearningcenter.com