โพโต้วิชั่น
หน้าหลัก
.

ไปเที่ยววัดโพธิ์กันต่อนะ ไปไหม ไปไหม (^0^)

    " โพสต์ชวนกันไปเที่ยวแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากดูบอลอังกฤษเสร็จ แต่สงสัยว่าจะดึกไป เครื่องแฮงค์เลยอดไปกันเลย มานัดรวมกลุ่มกันใหม่ หวังใจว่า คงไม่เป็นแบบเมื่อคืนอีก คราวก่อน ไปวัดอรุณฯกันมาแล้ว....พร้อมจะเดินทางกันต่อหรือยังคะ...ถ้างั้นก็ไปกันเลย..ข้ามฟากจาก วัดอรุณฯมาลงที่ท่าเตียน แล้วเดินข้ามถนนต่ออีกหน่อย ก็จะเป็นวัดโพธิ์ ซึ่งชื่อเดิม คือ วัดโพธาราม แต่ในรัชกาลที่ 1 ได้ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาศ จากนั้น รัชกาลที่ 4 ได้โปรดฯให้เปลี่ยนท้ายนามใหม่ว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มาจนทุกวันนี้แหละคะ

      

วัดโพธิ์ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 (เป็นวัดหลวง ในสมัยรัชกาลที่ 1 )นะคะ และที่ใต้ฐานพระประธานในพระอุโบสถนั้น ได้บรรจุพระบรมอัฐิ และ พระสรีรังคาร(กระดูกและเถ้า)รัชกาลที่1ไว้ด้วย พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธ ิ นามว่า พระพุทธเทวปฏิมากรประทับบนฐานชุกชี 3 ชั้น (ฐานชุกชี ก็คือ พระแท่นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ซึ่งในที่นี้ ก็เปรียบเป็นพระแท่นของพระพุทธรูปนั่นเองคะ) สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ มีหลายจุดด้วยกัน แต่ที่เห็นนักท่องเที่ยวทุกคนไม่เคยพลาดเลย ก็คือ พระพุทธรูปปางไสยาส ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามในประเทศ แต่ มีความงดงามเป็นที่สุดคะ ซึ่งรัชกาลที่ 3 ได้โปรดฯให้สร้างขึ้น โดยสร้างพระพุทธไสยาสขึ้นก่อนแล้วจีง สร้างวิหารในภายหลัง

          ที่ฝ่าพระบาทของพระพุทธรูปนั้นเป็นลายประดับมุกภาพมงคล 108 ประการ เป็นลายศิลปะแบบไทยผสมจีน ข้างหน้าองค์พระนั้น จะมีบาตรพระวางเรียงกัน เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เลื่อมใสใน พระพุทธศาสนาได้ทำบุญร่วมกันกับทางวัด ซึ่งจะรับเฉพาะเหรียญเท่านั้นนะคะ แต่ถ้าคนไหนไม่ได้เตรียมเหรียญไป หรือมีเหรียญไม่มากพอเท่ากับจำนวนบาตรละก็ เค้ามีโต๊ะให้แลกคะ ออกจากพระวิหารพระพุทธไสยาสแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันก็คือตุ๊กตารูปปั้นจีน ที่พบอยู่เรียงรายทั่วไป ตามหน้าซุ้มต่างๆ ภายในวัด เรียกกันว่าเป็นเครื่องอับเฉา ซึ่งใช้เป็นอุปกรณ์ถ่วงเรือสำเภาตอนขากลับจากการค้าขายกับประเทศจีนในสมัย รัชกาลที่ 3 มีทั้งตุ๊กตาจีนแต่งกายแบบฝรั่ง ตุ๊กตานักปราชญ์ ลั่นถัน หรือตุ๊กตานักรบ และโดยเฉพาะตุ๊กตารูปสิงโตคาบแก้ว ซึ่งจะคาบลูกแก้วไว้ในปาก มีเรื่องเล่า(อีกแล้วคะ)ว่า ถ้าใครสามารถเอาลูกแก้วออกจากปากสิงโตได้ จะเป็นคนมีโชค แต่แนนก็ยังไม่เคยเห็นใครทำได้ซักทีคะ คงต้องรอให้สิงโตคายลูกแก้วออกมาเองละมั๊งคะ จุดเด่นสำคัญของวัดโพธิ์อีกอย่าง ที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะกับหนุ่มๆ ก็คือ การนวดแผนโบราณ แหะๆๆ แต่ขอบอกกันไว้ก่อนนะคะ ว่าจะหวังเจอสาวๆ หน้าตาจิ้มลิ้มมานวดให้เหมือนกับสถานบริการนวดแผนโบราณโดยทั่วไปนั้นคงไม่ได้หรอกนะคะ แต่รับรองคะว่าไม่แพง การนวดนั้น ก็จะมี 2 วิธีที่ปฏิบัติกันอยู่ คือการนวดตามแบบท่าฤษีดัดตน และการนวดประคบด้วยสมุนไพร การที่เราพบเห็นรูปปั้นฤษีโดยทั่วไป ภายในวัด ก็เนื่องจาก แพทย์แผนโบราณของไทย นับถือฤษี ในฐานะเป็ฯครูผู้ประสาทวิชาการรักษาโรคมาแต่อดีต โดยเฉพาะในด้านการทำกายภาพบำบัด อืม แล้วมีใครรู้บ้างไหมคะ ว่าเราถือกันว่า วัดโพธิ์นั้น เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยเชียวนะคะ จุดที่น่าสนใจภายในวัดนี้ ยังมีอีกนะคะ ถ้าเราสังเกตให้ดีตรงซุ้มประตูทางเข้าวัด จะพบประตูทรงซุ้มมงกุฎประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ เป็นกลีบดอกไม้ (เรียกว่า ลายดอกพุดตานถม) ซึ่งเป็นที่นิยมชมชอบของรัชกาลที่3 เป็นพิเศษ แสดงให้เห็นถึง การนิยมติดต่อค้าขายกับประเทศจีน อีกทั้งทรงซุ้มมงกุฎนี้ ก็เป็นรูปแบบที่พระองค์ทรง โปรดปรานเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังมีพระมหาเจดีย์สี่รัชกาลที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่าจุดอื่นๆ พระมหาเจดีย์ทั้งสี่ ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ เครื่องถ้วยลวดลายสีต่างๆ สังเกตได้ง่าย องค์ที่ประดับด้วยเครื่องเคลือบสีเขียว นามว่า พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ สร้างในรัชสมัย ร.1 เพื่อครอบพระศรีสรรเพชญ์ เป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่1 องค์ที่ประดับด้วยเครื่องเคลือบสีขาว นามว่า พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิทาน ซึ่งสร้างในรัชกาลที่ 3 ถวายแด่พระชนก ซึ่งก็คือรัชกาลที่ 2 นั่นเอง จีงนับเป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 2 ส่วนองค์ที่ประดับด้วยเครื่องเคลือบสีเหลือง เป็นพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 3 เนื่องจากทรงสร้างถวายเป็นพุทธบูชานามว่า พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร ส่วนองค์สุดท้ายที่ประดับด้วยเครื่องเคลือบสีขาบ หรือน้ำเงินเข้มนั้น เป็นพระมหาเจดีย์ที่ ร.4 ทรงสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยสร้างขึ้นตามแบบพระเจดีย์ศรีสุริโยทัย แห่งกรุงศรีอยุธยา จึงมีนามว่า พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย เป็นยังไงบ้างคะ มึนตึ๊บ กันหรือยัง ภูมิใจในความเป็นไทยมากขึ้นบ้างไหมคะ นี่แหละคะ เมืองไทยยังมีที่น่าสนใจให้เที่ยวอีกตั้งเยอะ ขนาดในกรุงเทพฯ นี่ ยังเล่าไม่จบเลยนะคะ คราวหน้า จะพากันไปต่อที่พระบรมมหาราชวัง และวัดพระแก้วนะคะ อย่าลืมแต่งกายสุภาพด้วยค่ะ ห้ามสวมรองเท้าแตะ และกางเกงขาสั้นนะคะ วันนี้ บายก่อนละกันนะคะ แยกย้ายกันไปกินข้าวก่อน หุหุห

ข้อความ : สนุกจังแนนเดียวเที่ยวกันอีกน่ะคะ อย่าลืมชวนจิวด้วยน่ะคะ

จาก : จิวจ้า - - surinya@naruk.com - 13/06/2000 12:57

ข้อความ : เริ่มเข้าใจกรุงเทพ มากขึ้นแล้ว อยู่มาก็นาน แต่ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ คราวนี้แหล่ะ ไม่ใครก็ใครละที่อยากจะไป


จาก : โก้ - 13/06/2000 13:49

ข้อความ : ดีจังคะ อยากให้คนไทย หันมาเที่ยวไทยกันเยอะๆ เอาตังค์หมุนเวียนอยู่ในประเทศนี่แหละ เที่ยวไทยให้หมดก่อน แล้วจะเที่ยวที่อื่นก็ค่อยไป อิอิอิ

จาก : n@n - 13/06/2000 16:03

ข้อความ : อืม ไม่นึกว่าคนอย่างแนนจะทำอะไรที่ดี ๆ ก็เป็นกับเค้าเหมือนกันนะ หุ หุ

จาก : ^BadBat - 13/06/2000 17:53

ข้อความ : แนนที่หายไปนี่หล่อนไปเป็นไกด์เหรอ

จาก : ชมพู - 13/06/2000 23:23

ข้อความ : ชั้นเป็นมาก่อนหน้านี้แล้วยะ หุหุหุ จริงๆ เมืองไทยมีที่เที่ยวเยอะมาก เล่าเป็นปี ยังไม่จบเลย

จาก : แนน - 14/06/2000 10:45

ข้อความ : ตกลงนู๋แนนนี่่เปิดร้านเน็ตที่เชียงราย/เป็นไกด์ที่กทม.กันแน่คะ งงจริง
แต่นู๋แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ดีนะเพราะหลายคนยังไม่รู้ว่ากรุงเทพฯ มีอะไรให้เราค้นหาอีกแยะ

จาก : Doremi - 14/06/2000 15:57

ข้อความ : แนนเป็นไกด์มาก่อนอ่ะคะ แหะๆๆๆ เรื่องแนนน่ะ ยาวคะ แนนจบฟิสิกส์ บางมด มา 2 ปี ทำที่ มินีแบ 4 เดือน ทำไกด์ 6 เดือนกว่า(กรุงเทพฯ-พัทยา-กาญจนบุรี 3เดือนกว่า กะที่ภูเก็ตอีก 3 เดือนกว่า) จากนั้น ก็มาอยู่ร้านเน็ทที่เชียงรายนี่แหละคะ แหะๆๆๆ (^_^)

จาก : แนน - 14/06/2000 16:27

ข้อความ : ฮ่า นี้แหล่ะรสชาติของชีวิต

จาก : โก้ - 14/06/2000 16:42

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
โฮมเพจ :
ข้อความ :

.
. ส่งความคิดเห็นถึง แนน : .
. Copy right(C)1999 by Amnart Viengkham. .

 คอลัมน์ประจำ
         ธุรกิจค้าปลีก         วิสัยทัศน์ของผู้นำ         เจ้าของกิจการ(SME)          คมความคิด         การพัฒนาตนเอง         สุขภาพจิตที่รัก         มุมพักผ่อน ท่องเที่ยวของคนทำงาน         กุศโลบายในการบริหารจากสามก๊ก         นา ๆ สาระ