โพโต้วิชั่น
หน้าหลัก
.

กลับไปคอลัมน์หลัก
อย่าเสียซ้ำสอง

       "วันนี้แก่ว่างไหม ? ข้ามีธุระจะปรึกษาหน่อย " คนที่พูดอยู่อีกข้างหนึ่งของโทรศัทพ์ คือเพือนสนิท ซึ่งผมรู้จัก เขาเมื่อ 20 ปีก่อน ที่เมื่องเอดมันตันประเทศแคนนาดา เพื่อนตั้งสมญาให้เขาว่า "ไอ้ดินเละ" เขาเป็นคนจิตใจดีงามดูท่า ทางคล่องแคล่วและมีชีวิตชีวา กาลเวลาผ่านไป 20 ปี ผมเผ้าได้เปลี่ยนเป็นสีดอกเลาไปครึ่งค่อนหัวแล้ว แต่ "ไอ้ดินเละ" ดูไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก ยังคงดูกระชุ่มกระชวยเหมือนคนหนุ่ม นี่อาจจะเป็นผลพ่วงจากการที่เขารักษาจิตใจ ให้หนุ่มแน่นอยู่เสมอ(Young at heart) ได้

       ผมบอกเขาว่า "วันนี้หลังเลิกงา ข้ายังต้องไปสอนหลักสูตรไบรอันเทรซี ถ้าแกไม่ขัดข้อง เราไปพบกันที่ร้านกาแฟใน โรงแรมพาร์กเลน ราดิสสันโฮเต็ล ตอน 11 โมง" เขาตอบตกลง

       ผมไปพบเขาตามเวลาที่นัดหมาย เห็นเขานั่งดื่มน้ำชาเป็นถ้วยที่สองแล้วดูหน้าตาเขาหม่นหม่อง ผมนึกอยู่ในใจว่าเขาคง มีเรื่องทุกข์อกทุกข์ใจเป็นแน่ หลังจากทักทายโอภาปราศรัยกันพอหอมปากหอมคอ ผมเป็นฝ่ายล้วงลูกก่อน ถามไถ่ ปัญหาทีสุมอยู่ในอกของเขา แรกเขายังทำอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ผมจึงต้องพูดให้กำลังใจว่า
   เราเป็นเพื่อนเก่าแก่คบกันมาหลายปีแล้ว เมื่อตอนปี 1985 ข้ากลับฮ่องกงมาทำงานที่ ธนาคารเยอรมันนี เราทำงานร่วมกันตั้งหลายปี นอกจากนั้น แกยังเป็นเพื่อนรักของน้องชายด้วย แกมีเรื่องหนักอกหนัก ใจอะไร ให้ข้าช่วยแบ่งเบาบ้างเถอะ ตั้งแต่ปีกลาย ข้าแนะนำแกไปทำงานธนาคารที่แกทำอยู่ปัจจุบัน ข้าก็ติดต่อกับผู้บริหาร ระดับสูงของธนาคารแห่งนั้นตลอดเวลา เขาก็ชมเชยผลงานองแกต่อหน้าข้าบ่อย ๆ เพราะฉะนั้นข้าคิดว่า ปัญหา ของแก่คงไม่เกี่ยวกับงานกระมัง" ดูท่าทางเขาเหมือนคนหมดอาลัยคายอยาก ผมรู้สึกสงสาร จึงพยายามซักไซ้ไล่เลียง เพื่อล้วงความในใจของเขาออกมาให้ได้
   ในทที่สุดเขาดื่มน้ำชาแก่ ๆเข้าไปกรึ๋บใหญ่ แล้วโน้มตัวมาข้างหน้า พลางพูดว่า "ทั้งเรื่องทางใจ และเรื่องงาน มีปัญหาทั้งนั้นเรื่องมันยาวว่ะ"

       คนเป็นสัตว์ที่มีอารมณ์ความรู้สึก หลากหลาย และคนจะต้องทำงานเพราะฉะนั้นคนหนีไม่พ้นที่จะต้องเวียนว่ายอยู่ในวัง วนของอารมณ์และการงาน
      "ไอ้ดินเละ" เรียนจบจากมหาวิทยาลัยในแคนาดา แล้วกลับมาทำงาน ที่ฮ่องกง เขาได้รู้จักไกล้ชิดกับเพื่อนสาวหน้าตาท่าทางสง่างาม เรียนจบจาเมืองนอกเมืองนาเหมือนกัน จำได้ว่า ผมเคยร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับเธอครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าเธอจะเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ที่คล่องแคล่ว ทำงานเก่ง เห็น "ไอ้ดินเละ" เอาอกเอาใจเธอสาระพัน คิดอยู่ในใจว่า อาหารเลี้ยวฉลองมงคลสรรสระหว่างเขากับเธอมื้อนี้คง ไม่แคล้วคลาดแน่
      แต่ "ไอ้ดินเละ " วันนี้กลับเปิดเผยความจริงอันขมขื่นว่า "เราแยกกันหลายเดือนแล้ว เพราะข้ารู้สึกว่านิสัยเข้ากันไม่ได้ เยาเป็นคนเจ้าอารมณ์ เอะอะก็โมโหตุปัดตุป่อง ข้าอ่อนข้อง้อนงานอเขาสารพัด ก็ยังไม่แคว้งต้องทะเลาะกันบ่อย ๆ ปีกลายข้าซื้อบ้านหลังหนึ่งเพื่อเตรียมไว้ เป็นเรือนหอ เมื่อวิวาห์ล้มข้าจึงต้องแบกภาระทางเศรษฐกิจฝ่ายเดียว เป็นภาระหนักเอาการ อาจจะเพราะอกหัก จึงพานกระทบกระเทือนอารมณ์การทำงานด้วย เมื่อไม่นานมานี้ มีหัวหน้าซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงมาใหม่ ไม่พอใจผลงานของข้า ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท่าทีของตนมีปัญหาหรือเปล่า จึงทำให้ความสัมพันธ์ทางด้านการงานของเรา ไม่ค่อยราบรื่น ตอนนี้ข้ามีปัญหาทั้งทางใจ การเงิน และการงาน แกจะช้วยอะไรข้าได้บ้าง ?"
      หลังจากฟัง "ไอ้ดินเละ" บอกเล่าปัญหาของเขาจนจบ ผมกับเขา จึงช่วยกันศึกษาวิเคราะห์ปัญหาของเขา หากเราย้อนไปดูเหตุการณ์ ภายหลังที่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอขาดสะบั้น ไป เราจะพบว่า เขาตกอยู่ในภาวะ "ทอดทิ้งตนเอง จนถอนตัวไม่ขึ้น อันที่จริงในเมื่อเรื่องราวเป็นที่แน่นอน ไม่อาจ เปลี่ยนแปลงได้แล้ว ความรักแตกสลายไปแล้ว ไม่อาจเอากลับคืนมาได้อีกแล้วหากยังมัวแต่ทำลายตนเองอยู่ ย่อมถือว่าไม่ฉลาด ผมพูดกับ " ไอ้ดินเละว่า "
      "นายพลแพตเทนของสหรัสเคยดูดไว้ว่า " อย่าเสียให้กับความโชคร้ายของคุณซ้ำสอง(Don't pay twice for your misfortune) ถ้าหากเราสูญ เสียอย่างหนึ่งอย่างไดไป แล้วไม่ปลุกเร้าขัวญกำลังใจของตนขึ้นมา ปรับปรุงแก้ไขตนเองเสียใหม่ได้ ย่อมต้องถือ เป็ฯความผิดมหันต์ เพราะนี่คือการกระทำของผู้แพ้(Loser) ,มิใช่ท่าทีที่ผู้ต้องการความสำเร็จพึงมี กาลเวลาแห่งความลำบากไม่ยืดเยื้อคงทน มีแต่ความเข็มแข็งเท่านั้นคงทน !"
      Tough time never last only tough people do!
      แววตาหม่นหมองของ "ไอ้ดินเละดูเหมือนค่อย ๆ แวววาวขึ้น คล้ายกับส่อ แสดงว่าเขาเริ่มรู้แจ้งแก่นแท้ของชีวิต"

       ผู้ที่ต้องการความสำเร็จจะต้องกล้าเผชิญกับอุปสรรค พยายามหาทางเปลี่ยนแปลงสภาพเลวร้ายให้กลายเป็นดี พยายามหาทางทะลุทะลวงออกจากมุมอับให้ได้ ทุ่มเทจิตใจและกำลังกายให้กับงานที่สร้างสรรค์
      เขาบอกว่ากลางคืนนอนไม่ค่อยหลับ จึงไปทำงานสายทุกวัน ผมถามเขาว่า "สมมุติว่า" แก่เปลี่ยนตำแหน่งกับเจ้านายแก แกจะมีความรู้สึกอย่างไรกับลูกน้องที่ชอบมาทำงานสาย?"
      เขาทำอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงแก้ตัวว่า "แต่ข้าทำงานถึงตอนเย็น 6- 7 โมง ทุกวัน บางวันงานเร่งต้องทำถึงดึกดื่น 5 ทุ่ม 6 ทุ่มด้วยซ้ำไป
      ผมไม่เห็นด้วยกับข้ออ้างของเขาผมอธิบายให้เขาเข้าใจว่า "นี้เป็นเหตุผลของแก่ฝ่ายเดียว แต่คนที่เป็ฯเจ้านายเห็ฯลูกน้องมราทำงานสาย ย่อมมีความรู้สึกไม่ดีต่อลูกน้องคนนั้น ถึงแกจะเลิกงานช้ากว่าคนอื่น เจานานก็ไม่ไม่ได้เห็นเป็นความดีความชอบ แต่เห็นว่าที่แกเลิกงานช้าเพราะแก่มาทำงานสาย ทำให้งานที่มอบหมายให้ทำ ทำไม่เสร็จภายในเวลาทำงาน น่าจะถูกตำหนิว่า ทำให้เสียการเสียงานมากกว่า"
      เมื่อไอ้ดินเห็นขอบกพร่องของตน "ไอ้ดินเละ" ตัดสินใจที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของตน และจำทำงานอย่างรับผิดชอบด้วนความกระตือรือรัน เขาบอกว่า เขาจะไม่ยอมเสียซ้ำสองอีก ความรักถูกทำลายไปแล้ว เขาจะไม่ยอมให้อนาคตการงานของเขาถูกทำลายไปด้วย
      วันรุ่งขึ้น "ไอ้ดินเละ" โทรศัพท์มามาพูดกับผมแต่เช้า เขาพูดอย่างเบิกบานในอารมณ์ ว่า "เมื่อคืนนี้ข้านอนหลับสบายทั้งคืนเลย เช้าวันนี้รู้สึกกระปรี้กระเปร่ามาก ข้าไปทำงานก่อนเวลาด้วยซ้ำไป รู้สึกมี ขัวญกำลังใจที่จะทำงานดีมาก ข้าจะเริ่มตนชีวิตใหม่ ข้าจะมุมานะทำงานให้ดีขึ้น I'm responsible!"
      ผมเชื่อว่าเจ้าดินเละนี้คงจะพัฒนาเป็นเครื่องเคลือบที่สวยงานได้เป็นแนแท้ !

.
.
. หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ .