โพโต้วิชั่น
หน้าหลัก
.

กลับไปคอลัมน์หลัก
สมัครงานเชิงรุก

คุณชลิต ลิมปนะเวช อดีต ฝ่ายบริหารของบริษัทโฆษณาใหญ่แห่งหนึ่ง ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ วิธีสมัครงานที่มีประสิทธิภาพว่า..
โดยทั่วไปนั้น คนที่สมัครงาน ก็มักจะเขียนจดหมายทำนองเดียวกันไปหมดว่าตามที่ผมได้รับทราบจากหนังสือพิมพ์ฉบับลงวันที่เท่านั้น รับสมัครงานตำแหน่งนั้น เนื่องจากผมเรียนจบและมีคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด ผมจึงเขียนจดหมายมาสมัครในตำแหน่งดังกล่าวหวังว่าจะได้รับการพิจารณา .

แต่คนที่เก่งกว่า จะมีวิธีสมัครงานเก่งกว่า จะมีวิธีเขียนที่ท้าทาย เช่น เขียนว่า

"ท่านต้องการคนที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด ใช่หรือไม่ท่านต้องการคนที่จะทำงานให้บรรลุผลอย่างเต็มความสามารถใช่หรือไม่ ท่านต้องการผู้ร่วมงานที่ชอบงานท้าทายใช่หรือไม่ ผมคือคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าว" อะไรทำนองนี้

ด้วยจดหมายสมัครงานที่ท้าทายบริษัท ทำให้จดหมายนี้โดดเด่นกว่าฉบับอื่น และจะถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์ขณะที่จดหมายสมัครงานฉบับอื่นถูกทิ้งลงตะกร้าไป

พอไปถึงที่สัมภาษณ์ เตรียมตัวให้พร้อม เรียนรู้บริษัทนั้นให้ละเอียด รู้ว่าใครเป็นคนสัมภาษณ์ รู้ว่าเขาชื่ออะไร สร้างความเชื่อมั่นในตนเองอย่างเต็มที่ พูดออกไปด้วยทัศนคติทางบวกต่องาน และต่อบริษัท กลับออกมาด้วยความรู้สึกที่ดีและมีไมตรีจิต

พอกลับมาถึงบ้าน เขียนจดหมายไปหาผู้จัดการฝ่ายบุคคล คนที่สัมภาษณ์เราโดยเขียนว่า

"ผมขอขอบคุณที่ให้โอกาสผมได้รับการสัมภาษณ์และได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองในช่วงเช้าวันนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วง เวลาที่มีคุณค่ามากสำหรับผม ผมได้รับความรู้และได้แง่คิดเพิ่มเติมหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อสติปัญญาของผมเอง ผมขอขอบคุณที่ท่านกรูณาผม"

พอผู้จัดการฝ่ายบุคคลรับจดหมายนี้ก็จะเห็นทันทีว่าผู้สมัครงานคนนี้มีความรู้สึกที่ดี มีน้ำจิตใจ เห็นอย่างนี้แล้ว ลองนึกภาพดูเถอะครับว่าน่าจะรับไว้หรือไม่

คุณชลิต ลิมปนะเวช ยังพูดให้ผมฟังถึงขั้นตอนการสมัครงานตอนหนึ่งว่า

ในกรณีที่ได้รับจดหมายตอบรับให้ไปเริ่มงานโดยมีกำหนดนัดหมายมา ก็ขอให้ผู้สมัครเขียนจดหมายไปขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ที่ได้ให้ โอกาสเข้าทำงาน และแสดงความตั้งใจในจดหมายด้วยว่าจะทำงานในหน้าที่รับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจ

ในกรณีที่ได้รับจดหมายปฏิเสธ ก็ขอให้ผู้สมัครงานเขียนจดหมายไปมีใจความทำนองว่า

"ถึงอย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณที่ท่านให้โอกาสผมได้เสนอตัวให้พิจารณาผมจะใช้เวลาระหว่างนี้ฝึกฝนเรียนรู้ในจุดอ่อนของผม เพื่อที่จะพัฒนาตนเอง ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกเพื่อสามารถจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ผมจะไม่ได้ทำงานบริษัทของท่าน ผมก็ยังมีโอกาสได้รู้จักท่าน ซึ่งผมถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่าในชีวิตของผม หากท่านมีโอกาสอื่นไดที่ผมจะรับใช้ท่านได้ กรุณาเรียกใช้ผมด้วย"

ใครเป็นผุ้จัดการฝ่ายบุคคล พอได้รับจดหมายทำนองนี้ จะใจไม้ใส้ระกำเพียงพอที่จะไม่คิดถึงผู้สมัครงานคนนี้หรือครับ

การขายไม่ได้มีครั้งเดียวฉันได การสมัครงานก็ไม่ได้มีโอกาสเดียวฉันนั้น

เราสมัครงานแล้วถูกปฏิเสธครั้งแรก ไม่ได้หมายความว่าจะถูกปฏิเสธครั้งต่อไป โอกาสในการได้งานทำ ยังอยู่ข้างคนที่ตั้งใจดีและตั้งใจจริงเสมอ

ข้อสำคัญต้องมีความพายามที่สูงกว่า ผิดแปลกกว่าคนอื่น ๆ โดยทั่วไป จึงจะทำให้คน ๆ หนึ่งมีความเป็นพิเศษที่แยกออกมาจากคนจำนวนมากได้

.
.
. .