โพโต้วิชั่น
หน้าหลัก
.

กลับไปคอลัมน์หลัก
คุณอยากรวยไหม?

       คนเราทุกคนล้วนมีเป้าหมายและความาต้องการที่ใฝ่หาในชีวิต และเป้าหมายและความต้องการนั้น มัก จะเกี่ยวข้องกับเงิน ๆ ทองๆ อย่างแนบแน่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้อ่านพบคำคมฝรั่งประโยคหนึ่งว่า "วิธีที่คุณจะช่วยคนจนได้ดีที่สุดก็คือ อย่าเป็นคนหนึ่งในหมู่คนจน !" (The best you can do for the poor is not to be one of them) ดูมีเหตุผมไม่เบาทีเดียว คิดดูสิ หากเราก็พวกคนจนเข็ญใจเหมือนกัน แล้วเราจะสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อย่างไร?

       ความมั่งคั่ง ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ เป็นเป้าหมายที่คนส่วนใหญ่แสวงหา แต่มีคนจำนวนมากคิดว่า ไม่ว่าตนจะใช้ความพยายามอย่างไรจะกระตือรือรันทำงานอย่างไร หากสวรรณ์ไม่ช่วย ก็ไม่มีทางรวยได้ ถ้าหากเรามีความคิด เช่นนี้ โอกาสที่จะได้ร่ำรวยคงลดน้อยลงไปทุกที เพราะแท้จริงความคิดและจิตใจสำนึกของคนเรามีอิทธิพลบงการ ความสำเร็จของเรา การที่เรา "คิด" อย่างไร มีอิทธิพลกระทบต่อฐานะของเราโดยตรง หากเราคิดว่าเราต้องจน เราก็จะจนต่อไป หากเราคิดว่าเราต้องรวย เราก็จะมีทางรวยได้ Think poor,Stay poor! Think rich Stay rich!

       เมื่อคิดอยากรวย ก็ต้องมีแผนสร้างความรวย และมีความขยันหมั่นเพียร ทำงานไปตามแผน ความขยันหมั่นเพียรทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งในการสร้างความร่ำรวย แต่ความขยันหมั่นเพียรก็มิใช่ปัจจัยที่ประกันว่าจะต้องทำให้ร่ำรวยฟู่ฟ่าได้

       กิระ ดังได้ยินมา ในป่าใหญ่แถบภาคกลางของสหรัฐ มีสวนเพาะปลูกไม่แดงอยู่แห่งหนึ่ง ฤดูร้อนทุกปีเจ้าของ สวนจะรับสมัครนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่อยู่ระแวกนั้นมาทำงานตัดไม้ช่วงปิดเทอม ไม้ที่โค่นลงมาจะถูกบรทุกไปยังโรงเลื่อย ไม้ทำการแปรรูป ปิดเทอมฤดูร้อนปีนี้ก็เหมือนปีที่ผ่านๆ มาเจ้าของสวนเขียนประกาศรับสมัครคนงานด้วยตัวหนังสือ ตัวโต ปิดไว้ที่ที่ห่างจากสวนราว 4-5 ไมล์ว่า

       "รับสมัครคนงานตัดไม้ ทำงานวันละ 8 ชั่วไมง มีค่าแรงงาน มีอาหารที่พัก ให้พร้อม ชายใดมีรูปร่างบึกบึน อกผายไหล่ผี่ง มีหนังฝ่ามือด้าน รีบสมัครด้วน ค่าแรงชั่วโมงละ 5 เหรียญ 75 เซ็นต์ หาก วันหนึ่งตัดไม้ได้เกินกว่า 20 ต้น จะได้รับเงินรางวัลเป็นพิเศษด้วย!"

       พอเห็นประกาศเท่านั้น นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแถบนั้นก็เฮละโลมาสมัครกันใหญ่ มีอยู่คนหนึ่งสูงถึง 6 ฟุตกว่า รูปร่าง ล่ำสันคล้ายแรมโบ อายุเพิ่ง 20 ปี เป็นนักเมริกันฟุตบอลของมหาวิทยาลัย และทางมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญ แก่เขามาก เหตุผลที่เขาสมัครทำงานตัดไม้ ประการหนึ่ง เพื่อหาลำไพ่ อกีประการหนึ่ง เพื่อบริหารร่างกายให้แข็งแรง ยิ่งขึ้น ไปทำงานวันแรก เขาถือขวานเล่มหนึ่งไปรายงานตัวที่สำนักงานสวนไม้แดงแต่เช้าด้วยความตื่นเต้น หลังจากที่รับ ฟังหัวหน้าคนงานชี้แจงบริเวณที่เขาต้องรับผิดชอบ เรียบร้อยเขาก็เดินอาดๆ มุ่งไปยังที่หมาย พลางกวาดมองผู้สมัคร คนอื่น ๆ แล้วกระหยิ่มใจคิดว่า อาศัยรูปร่างได้เปรียบอย่างเขา จะต้องตัดไม้ได้มากกว่าคนอื่นแน่ เขาเชื่อมั่นว่า จะต้องได้รับเงินรางวัลแน่ พอเดินถึงบริเวณที่กำหนดเขาก็ลงมือฟันตันไม้อย่างฮึกเหิมทันทีต้นไม้ลัมลงตนแล้ว ต้นเล่า จนกระทั้งถึงเวลาเลิกงาน เขานับต้นไม้ที่ตนโค่นล้มปรากฎได้ผลผิดความคาดหมายของตนเขาตัดได้เพียง 19 ต้น เขาบ่น กับตัวเองอย่างหงุดหวิดไนอารมณ์ว่า
      ข้าทำงานตั้งแต่เช้าจนเลิกงานทำอย่างเต็มที่ ไม่ได้อู้งานเลย ยงทำไม่ได้ดังใจหวัง คงจะเป็นเพราะตอนหยุดพักกินข้าเที่ยงพักนานไปหน่อย ทำให้เสียงาน

       วันรุ่งขึ้น เขาเข้าทำงานแต่เช้า กวัดแกว่งขวานฟันต้นไม้ฉับฉับฉับอย่างบะมักเขม้น จนกระทั้งเสียงออดเลิกงาน ดังขึ้น เขาจึงวางขวานลง แล้วนับตันไม้ที่โค่นลงดู เชาถึงกับตกตะลึง ทั้ง ๆ ที่ทำงานมากกว่าเมื่อวาน แต่จำนวนต้น ไม้ที่โค่นได้กลับมีเพียง 18 ต้น เท่ากับลดไป 1 ต้นเขาคิดสะระตะว่า
      "วันนี้ข้าตัดเวลาพักเที่ยงให้สั้นลงแล้ว แต่ผลงานมิเพียไม่ดี ขึ้น กลับแย่ลงขายหน้าจริง ๆ พรุ่งนี้ข้าเตรียมเสบียงกรังมาเอง จะได้ประหยัดเวลาใด้มากขึ้น"

       วันรุ่งขึ้น เขาไปทำงานแต่เช้า ตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถ มีแรงเท่าไรก็ปล่อยออกมาหมด กัมหน้ากัมตา ฟันต้นไม้ฉับฉับ เมื่อได้เวลาเลิกงานรีบนับตันไม้ได้ดู เขาถึงกับโมโหเต้นเป็นเจ้าเข้า แม้เขาจะประหยัดเวลาด้านอื่นให้มาก ที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อที่จะได้มีเวลาตัดไม้มากขึ้น แต่เขากลับตัดไม้ได้น้อยลง ได้เพียง 16 ต้น เขารู้สึกกลัดกลุ้มและไม่เข้าใจ ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ แต่เขาเป็นคนหนุ่มที่มีใจสู้ ไม่ยอมเลิกลัมความพยายามง่ายๆ เมื่อเผชฺญกับความลัมเหลว ตรงกันข้าม เขากลับมุมานะทุ่มเทกำลังกายกำลังใจทำงานเพิ่มเป็นทวี

       เขาทำงานต่อมาได้อีก 3 วัน แต่ผลงานมีแต่แย่ลงๆ จนถึงตอนเย็นวันที่ 6 วันนี้ทั้งวันเขาตัดได้เพียง 13 ต้นเท่านั้น คราวนี้เขาอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาวิ่งหัวพัดหวัวเหวี่ยงไปยังสำนักงานโยนขวานลบงพื้นอย่างแรงด้วยความโมโห และผิดหวัง แล้วพูดกับหัวหน้าคนงานว่า "I quit ข้าไม่ทำแล้วโว้ย!"

       หัวหน้าคนงานถามด้วยความประหลาดใจว่า "แกทำงานอยู่ดี ๆ จะลาออกทำไม ? ข้ายังนึกชมความขยันหมั่นเพียรของแก่อยู่เลย แกเป็นคนที่ทำงานเช้าที่สุด และกลับช้าที่สุด"

       เขาตอบว่า "ขอบคุณที่ชมเชย แต่ข้ารู้สึกว่า ตนเองไม่เอาไหนจริง ๆ ข้าพยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่ผลที่ได้รับกลับไม่ดี ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ข้าคงต้องหมดความเชื่มมั่นในความสามารถของตนเองเป็นแน่ อย่างนี้เลิกทำดีกว่า"

       หัวหน้าคนงานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งสายตาพุ่งไปยังใบหน้าของเขา แล้วค่อย ๆ เลื่อนลงไปที่ขวานที่ถูกทิ้งอยู่บน พื้นแล่มนั้น แล้วเขาหยิบขวานขึ้นมาพินิจพิจารณาดู

       หัวหน้าคนงานถามว่า "แกใช้ขวานเล่มนี้พันต้นไม้ทุกวันใช่ใหม ?"
       เขาตอบว่า "ใช่"
      หัวหน้าคนงานถามอีกว่า "ตั้งแต่แกทำงานที่นี่ แกลับขวานเล่มนี้ครั้งบสุดท้ายเมื่อไร?"
      เขาพูดสอดขึ้นมาทันที "หัวหน้าครับ ทำพูดเป็นเล่นไป ได้ ข้าตั้งหน้าตั้งตาทำงานไม่ได้หยุดหย่อนทั้งวัน แม้แต่เวลาพักกลางวันข้ายังตัดให้สั้นลงเลย แล้วจะเอาเวลาว่าง ที่ไหนมาลับขวางเล่า ? "

       หัวหน้าคนงานพูดว่า "แกดูสิคมขวานเล่มนี้ทู่ออกอย่างนี้ แล้วจะเอาไปฝันต้นไม้ให้ได้ดีสมใจได้อย่างไรกัน? ถึงแกจะออกแรงมากยิ่งขึ้น และใช้เวลาทำงานมากยิ่งขึ้นอย่างไร ผมงานก็คงไม่มีทางดีขึ้นหรอก หากแก คิดจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีผลงานดี ก่อนอื่นแกจะต้องลับเครื่องมือเครื่องไม้ของแกให้คมเสียก่อน ปรับปรุงและเพิ่มพูนความรู้ของแกให้สมบูรณ์และถูกต้อง เรียนรู้วิธีการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ และสิ่งสำคัญที่สุด ก็คือ แกจะต้องมีปัญญา!"

       การที่คนเราต้องการความร่ำรวย หรือต้องการความสำเร็จในด้านต่าง ๆนั้น มีแต่ความต้องการเป้าหมายแผนการ และความขยันหมั่นเพียรยังไม่พอ คุณจะต้องมีปัญญาด้วย เมื่อฟันต้นไม้ได้ไม่มากเท่าที่คาดหวัง คุณต้องมีปัญญา คิดได้ว่า ขวานทู่ และคุณจะต้องลัยขวานให้คม!

.
.
. หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ .