![]() | ||
หน้าหลัก |
||
| . |
|
วันแรกของการทำงาน
กว่าจะผ่าฟันมาจนได้งานทำได้ คงจะเหนื่อยกันพอดู บางรายอาจต้องวิ่งหากันไปหลายที่ กว่าจะลงเอยได้ที่นี้ เมื่อได้งานกันแล้ว สิ่งที่ทำให้กังวลใจก็คงเป็นเรื่องสถานที่ทำงานใหม่กระมัง เราคงอดใจไม่ได้ที่จะคิดว่า เจ้านายจะเป็นคนอย่างไร เพื่อนร่วมงานจะดีหรือไม่ จะเข้ากับเพื่อน ๆ ได้หรือป่าว แล้วโต๊ะทำงานของเราจะน่าพอใจแค่ไหน เรื่องที่จะคิดเรียกได้ว่ามีร้อยแปดพันเรื่องเลยทีเดียว "การทำงานวันแรก มีความสำคัญทั้งต่อตัวผู้ทำงานและต่อองค์กร" ถ้าหากวันแรกได้พบเจอสิ่งที่ดี ๆ หรือเรื่องที่น่าประทับใจ คงทำให้มีกำลังใจในการทำงาน แต่ถ้าดันไปพบเจอการไม่ ต้อนรับ ทั้งเรื่องคนหรือสถานที่ ก็ทำให้หดหู่พาลไม่อยากทำงานได้เหมือนกัน "เตรียมตัวทำงาน" : สำหรับผู้ที่เป็นหนักงารใหม่เอี่ยม คงจะต้องเตรียมทั้งตัว และทั้งใจ ในการที่จะพบสิ่งใหม่ๆ โดยมีขั้นตอนง่าย ๆ ที่อยากแน่ะนำ ดังนี้ " 1. ตระเตรียมเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย " แน่ล่ะว่า แต่ละคนนั้นมีสไตล์การแต่ง ตัวที่ไม่เหมือนกัน สุภาพสตรีบางท่านชอบกระโปรงยาว แล้วแบบไหนล่ะจึงจะดีกว่ากัน ๆ เรื่องนี้ก็คงจะขึ้นอยู่กับ ที่ทำงาน และลักษณะงานที่ท่านจะไปทำ หารเป็นโรงเรียนก็ต้องใส่ชุดที่ดูเรียบร้อย อาจจะเป็นกระโปรงที่ไม่สั้นจนเกินไป แต่หากเป็นงานประชาสัมพันธฺ ก้ต้องแต่งตัวให้เตะตาเข้าไว้บ้าง ถ้าจะให้ดีอาจไปด้อมๆ มองๆ ดูสักนิดว่า ที่ทำงานของเรานั้นเขาแต่ง ตัวกันอย่างไร เราจะสามารถเลือกการแต่งกายได้ถูก แล่ะเหมาะสมยิ่งขึ้น ส่วนผู้ที่ชอบทำตามใจตน อาจเถียงว่าจะไม่ให้แต่ง ตัวตามใจชอบเลยเหรือ ! ผมว่าได้ครับ แต่ในระยะแรกนั้นต้องตามทิศทางลมกันก่อน แล้วต่อไปจึงค่อย ๆ ปรับ (ADAP) เอาสไตล์ของตนเอง มาผสมผสานกับวัฒนธรรมเรื่องการแต่งตัวของบริษัทเราก็ได้ เพราะอย่าาลืมว่า อิมเพรสชั่น(impression) ของเจ้านายและเพื่อนร่วมงาน ที่พบในครั้งแรกนั้น มีความสำคัญมากที่เดียว ถ้าเด่น จนเกินไป อาจถูกเขม่นเอาแต่หากเหมาะสมดี ก็อาจเป็นที่ชื่นชอบไปเลยก็ได้ " 2.เรียนรู้งานที่จะทำ "ควรจะต้องรีบเรียนรู้ว่า เมื่อตนมาอยู่ในตำแหน่งนี้ มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง บริษัทหลายๆ แห่งจะมี Job description แจกไห้แก่พนักงานใหม่ ซึ่งข้อมูล ตรงนั้นจะช่วยได้มาก แต่ถ้าหากไม่มีก็คงต้องถามไถ่ หัวหน้าละครับว่า จะต้องทำอะไรบ้าง หัวหน้ามีความคาดหวัง ต่อผม (ดิฉัน) อย่างไรบ้าง อย่างนี้จะทำให้ง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ และเมื่อทราบแล้ว ทำความเข้าใจให้ดีย่างละเอียด ถี่ถ้วน แล้วจดบันทึกเอาไว้เพื่อใช้เตือนความจำ "3.รู้สไตล์การทำงาน "เรื่องนี้คล้ายๆกับเรื่องการแต่งตัว มักเป็นเรื่องวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของบริษท บางที่อาจทำงานอย่างรวดเร็ว สั่งปุ๊บได้ปั๊บทันใจ แต่ในบางแห่งเอาแบบช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม(มักเป็นระบบราชการ) บางที่ก็ชอบพิธีรีตอง จะส่งจดหมายภานในกันเอง ต้องร่างตามแบบฟอร์มเสียทุกเรื่องทุกครั้งไป แต่บางแห่งก็กันเอง คือสามารถเขียนเป็นข้อความสั่นๆ ส่งได้เลย รู้อย่างนี้ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากันได้ด้วย "4.สร้างสัมพันธภาพ "การทำงานนั้นมักจะต้องประสานกับผู้อื่น จึงจะทำได้ สำเร็จ หรือมีความสะดวกราบรื่นขึ้นเพราะฉะนั้น สัมพันธ์ภาพที่ดี ไม่ว่าจะเป็นในแง่เพื่อนร่วมงาน หรือเพื่อนสนิทก็จะ ทำให้งานมีประสิทธิภาพอย่างที่เราต้องการ ในที่ทำงานเราจำเป็นต้องหมั่นสร้างสัมพันธภาพเอาไว้ ใช้หลักง่าย ๆ ว่า "ยิ้มแย้มแต่มใส่ โอภาปราศัย มีน้ำใจและไมตรี" คือ ต้องรู้จักยิ้มแย้มแสดงความมีมิตรจิตกับเพื่อนร่วมงาน มีการแนะนำตัว ให้เขารู้จัก พูดคุยสร้างความสนิทสนม มีเรื่องไดที่สามารถช่วยเหลือได้ก็ควรทำทันที สิ่งเหล่านี้จะทำให้ตัวเรา และผู้ร่วมงานของเรา มีความรู้สึกที่ต่อกัน จึงทำงานได้อย่างมีความสุข สบายใจ "5.จดบันทึกการทำงานของท่าน " เพื่อเป็นข้อมูลว่า ตัวท่านได้มีผลงานอะไร บ้างงานแต่ละชิ้นสำเร็จลุล่วงดีหรือไม่ มีข้อผิดพลาดและวิธีแก้ไขในครั้งต่อไปอย่างไร ความก้าวหน้าของฝีมือมีเพิ่มขึ้น อย่างไร เป็นต้น วิธการนี้ สามารถใช้เป็นข้อมูลป้อนกลับ (Feed Back) เพื่อตรวจดูการทำงานของท่านเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง สามารถทำงานบรรลุจุดประสงค์ตามี่มุ่งหวังไว้ได้มากแค่ไหน? และข้อมูลนี้ยังสามารถส่งให้หัวหน้า เพื่อเป็นการตรวจเช็ค และแสดงผลงานของท่านให้หัวหน้าเห็นอย่างชัดเจน ดีไม่ดี ท่านอาจได้รับผลดีตอบแทน เช่น ได้เลื่อนขึ้นเงินเดือน เพราะบันทีกนี้ ก็เป็นได้
" 6.ทำให้ดีที่สุด " ทำให้เต็มความสามารถ อย่าเก็บ(ดอง) งานไว้นาน หรือทำ
เพื่อให้ผ่านพันไปในวัน ๆ หนึ่ง และต้องหัดเปิดใจกว้าง ยินดีรับคำแนะนำหรือคำตำหนิจากหัวหน้า
หรือเพื่อนรวมงานที่หวัดีอาจจะต้องปรับปรุงการทำงานบ้างโดยมุ่งหวังให้งานของเรานั้นสอดคล้อง
และดำเนินตามนโยบายของบริษัท เชื่อได้ครับว่า หากตั้งใจทำงานเต็มที และหมั่นพัฒนาการทำงานแล้ว
ย่อมประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
|
. |
| . |
|
. |
| . | นายแพทย์เทอด์ศักดิ์ เดชคง | . |