อานันท์เผยกลยุทธ์สร้างไทย แข่งเวทีโลก
ในโลกปัจจุบันมีความซับซ้อนของธุรกิจ การเงิน และเทคโนโลยี
จึงทำให้แนวคิดของเศรษฐกิจไร้พรมแดนเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณาอย่างละเอียดทั้งนี้เพื่อส่งเสริมความสามารถของไทย ให้แข่งขันกับประเทศอื่นได้ดังนี้
ประเด็นแรก ปรับตัวให้สอดคล้องกับการแข่งขันในกรอบของ NEW ECONOMY
ซึ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาเสริมความสามารถของบุคลากรดังนั้นในภาพกว้างไทยจะต้องเร่งเครื่อง เปิดเสรีโทรคมนาคมเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างสมบูรณ์แบบ และทำให้โครงสร้างพื้นฐานของไทยมีความแข็งแกร่ง
สามารถแข่งขันได้กับประเทศอื่นๆ เพราะหากสังเกตจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ประเทศเล็กๆ เขามีความเด่นทางด้านนี้อย่างมาก ทำให้การพัฒนา ของเขารุดหน้าไปอย่างมาก ดังนั้นเราควรจะพิจารณาการรวมหน่วยงานของรัฐ ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน เพราะสองเทคโนโลยีกำลังรวมเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งทุกคนคงได้รับทราบแล้วจากผลกระทบทางด้านอินเตอร์เน็ต
ประเด็นที่สอง การส่งเสริมทางด้านการศึกษา ภายใต้แนวคิดของการจัดการด้านความรู้คือKNOWLEDGE MANAGEMENT ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการเตรียมไว้แล้ว ได้แก่ ในเรื่องของการเปิดเผย ข้อมูลข่าวสาร การจัดการด้านความรู้นี้ จะมีผลกระทบในแนวกว้างในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทางการศึกษา การศึกษาอย่างต่อเนื่องของพนักงานในองค์กรต่างๆ สิ่งนี้จะมีผลให้ไทยมีความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว
ประเด็นที่สาม คือ ปัจจัยทางด้านการเมือง ซึ่งน่าจะมีความแน่นอนมากขึ้น
เนื่องจากกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้ในหลายประเด็นที่ทำให้ผู้ปกครองประเทศไม่อาจจะดำเนินการ เพื่อประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษได้ เพราะเมื่อปัจจัยทางการเมืองมั่นคง ภาครัฐควรจะให้ความสำคัญเรื่อง
ความสามารถทางการแข่งขัน โดยระบุชัดและวัดผลได้ว่า หน่วยงานใดกระทรวงใด จะต้องดูแลเรื่อง อะไร โดยอาจจะยึดถือ 8 ประเด็นที่ทางสถาบันพัฒนา การจัดการนานาชาติหรือไอเอ็มดี ใช้เป็นหลักก็ได้ ซึ่งประกอบด้วย รัฐบาล โครงสร้าง พื้นฐาน ภาวะการเงิน เศรษฐกิจท้องถิ่น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บุคลากร การจัดการ และความเป็นนานาชาติ
ประเด็นที่สี่ คือการปรับโครงสร้างทางการเงินให้สอดคล้องต่อตลาดเงินโลก เพื่อจะสามารถรักษาความสามารถ
ทางการแข่งขันไว้ได้ และประเด็นที่ห้า คือ การแก้ไขปัญหาคอรัปชันหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวง ซึ่งดูเหมือนจะมีความรุนแรง
และสลับซับซ้อนมากขึ้น สาเหตุด้าน หนึ่งอาจจะมาจากการที่สังคมไทยเป็นสังคม อุปถัมภ์ ในหลายโอกาส คนไทยเราจึงมักจะตีขลุมว่า เรื่องที่อาจจะเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวง นั้น อันที่จริงเป็นเพียงการช่วยเหลือพวกพ้องตามปกติ แนวความคิด GOOD GOVERNANCE ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างกว้าง ขวางในขณะนี้ ก็คือ เรื่องจริยธรรมที่สังคมไทยได้อบรมบ่มนิสัยตลอดมา การที่เราสามารถแก้ไข หรือลดความรุนแรงของการฉ้อราษฎร์บังหลวงลงได้ จะช่วยลดต้นทุนธุรกิจได้อย่างมาก ทำให้พันธมิตรทางธุรกิจ
และเวทีความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ มีความมั่นใจในประเทศไทย อันจะนำไปสู่ความสามารถทางการแข่งขันที่ดีขึ้น
"ผมไม่เข้าใจสังคมไทยอยู่อย่างหนึ่งก็คือ การไปอ้างในเรื่องระบบอุปถัมภ์ แต่ลืมไปว่าการคอรัปชัน
เป็นมะเร็งร้ายที่กัดกินประเทศไทย ถ้าไม่เร่งแก้ไขจะอันตรายอย่างยิ่ง ทุกวันนี้กำลังลุกลาม และไม่หยุดนิ่ง อันนี้ต้องช่วยกันแก้ไข"
ประเด็นสุดท้ายที่จะทำให้ไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกคือ การปรับตัวของภาครัฐ โดยรวมถึงรัฐวิสาหกิจ ให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีการปรับกระบวนการทำงานและนำเทคโนโลยีมาใช้ด้วย เพราะความสามารถทางการแข่งขันนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เรื่องหนึ่งที่จะพิจารณาอย่างโดดเดี่ยวจากปัจจัยอื่นๆ ไม่ได้ แต่เมื่อเรามีความเข้าใจและพร้อมที่จะแก้ไขเราก็ควรเริ่มต้นทั้งภาครัฐและเอกชน ในการเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันให้ดีขึ้นๆไป
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการเสนอความสามารถการแข่งขันโดยภาพรวมของประเทศ โดยไม่ได้แยกลงไปในรายละเอียด
แต่ละธุรกิจว่า จะเอาเซ็กเตอร์ใดไปแข่งขันเพราะเมื่อมองลงไปอย่างอุตสาหกรรมรถยนต์
ก็เป็นเพียงฐานที่ตั้งการผลิตของรถยนต์จากต่างประเทศ
ขณะที่ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และโทรคมนาคม ถามว่าประเทศไทยจะไปแข่งขันกับใคร หากจะพูดไกลไปถึงยุโรป
และอเมริกา ไม่ต้องไปพูดถึงเขา เพราะแม้แต่ในเอเชียและภูมิภาคใกล้เคียง ไทยยังแข่งขันกับเขาไม่ได้ แต่ก็ต้องมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อไป
ส่วนหนึ่งที่เคยฟังมากว่า 10 ปี 20 ปี คือ เรารู้ว่า เราเด่นทางด้านการเกษตร และสามารถเป็นครัวของโลกได้ ถามว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรบ้างที่จะทำให้เป็นครัวของโลก อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ที่ไม่ได้หยิบยกในสิ่งที่ตัวเองมีความเด่น มีความดีมาส่งเสริมและผลักดันอย่างจริงจัง
ที่ผ่านมาเราทำหน้าที่ตามโดยเฉพาะอย่าง อเมริกา เราอยากเสรี เราอยากใช้กลไกตลาด เรา อยากเป็นมาตรฐานสากล จึงได้ทำตามเขาหมด อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้คัดค้านระบบกลไกและตลาดเสรี แต่ต้องดูว่า พื้นฐานของเรากับเขาต่างกันอย่างไร
ยกตัวอย่างง่ายๆ อเมริกาเขาเน้นการบริหารโดยมุ่งกำไรเป็นหลัก ดังนั้นองค์กรของเขาจะต้องกระชับ จึงมีการลดคนลง ซึ่งถูกต้องเพราะเขามีระบบเซฟตี้เน็ต สามารถทำได้ ถามว่า ของเราทำอย่างเขาได้ไหม เมื่อระบบเซฟตี้เน็ต เรายังไม่มี ดังนั้นการตามเราจะต้องหยิบสิ่งที่ดีของเขามาผสานกับสิ่งที่ดีของเรา ไม่ใช่เขาว่าอย่างไรก็รับหมด เพราะหากแนวทางยังเป็นอย่าง นี้อย่าไปถามถึงเรื่องความสามารถทางการแข่งขันเลย
นอกจากนี้กระแสนิวอีโคโนมี ที่ถูกสร้างขึ้นและปรากฏในเวลานี้ ตนไม่อยากให้ทุกคนต้องไปหลงระเริงกับกระแสดังกล่าวว่า
เป็นสิ่งที่ดีเลิศและถูกต้องถูกทางแล้วเราต้องไม่ลืมว่าโอลด์อีโคโนมียังมีความสำคัญ ยังทิ้งไม่ได้ เราต้องกลับไปที่แบ็กทูเบสิกคือ
ปัจจัย 4 คืออาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย ยังมีความสำคัญอยู่
"อย่าไปเฟ้อฝันไปกับอเมริกา สังคมอินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ แต่เราจะต้องผสานของ 2 สังคมเข้าด้วยกันได้สามารถใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือได้ และที่สำคัญคำว่านิวอีโคโนมีไม่ได้มีความหมายเพียงดอตคอมอย่างเดียว"
แหล่งที่มา :ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 20 ฉบับที่ 1,493 วันที่ 4-7 มิถุนายน พ.ศ. 2543
|