โพโต้ วิชั่นประจำสัปดาห์คอลัมน์ประจำ ชุมชนคนไซเบอร์ วิชวลเบสิค/การพัฒนาโปรแกรม โพโต้ลิ้งค์  

โพโต้ วิชั่น
   http://www.thai.net/poto,http://go.to/poto
    วันนี้

             
  หน้าหลัก ค้าปลีก   วิสัยทัศน์   เจ้าของกิจการ คมความคิด การพัฒนาตนเอง สุขภาพจิต นา ๆ สาระ

  โพ้โตคอลัมน์ วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2543

สุขภาพจิตที่รัก
ข้อคำนึงเกี่ยวกับสุขภาพจิต กลวิธี "ทำใจ" ให้หายเครียด

  X สุขภาพจิตที่รัก กลวิธี "ทำใจ" ให้หายเครียด

ทุกข์หรือสุขมันอยู่ที่ใจ เราจะเป็นอะไรมันอยู่ที่เราอยากเป็นอะไร ถ้าเราอยากจะบ้า ลงมือแกล้งบ้าตั้งแต่วันนี้ ไม่เกิน 7 วัน บ้าได้สมใจ ถ้าเราอยากจะขยัน แล้วทำเป็นขยันสัก 7 วัน เราก็กลายเป็นคนขยันได้เหมือนกัน
วันนี้ผมนึกครื้ม ๆ ขึ้นมา อยากจะแนะกลวิธีทำใจให้หายเครียด หายวิตกกังวล คลายความทุกข์ ความเดือดร้อน รำคาญใจอย่างน้อยก็เป็นทางออกท่ามกลายภาวะวิกฤษต่าง ๆ ที่รุมล้อมเราอยู่ทั่งที่เกิดจากฝีมือมนุษย์และที่ ธรรมชาติบันดาลให้เป็นไป
วิธีทำใจแบบง่าย ๆ หยาบ ๆ ไม่เป็นสัจธรรม สักแต่เอาตัวรอดไปวันๆ ก็คือความคิดทำนองนี้
"เรื่องของมึก กูไม่เกี่ยว"
"เฉย ๆ ไว้เหอะ แล้วมันก็ชินไปเองแหล่ะน่า"
"ช่างมันมันโว้ย อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด"
"ถ้าด่าแล้วสบายใจ ก็ให้มันด่าไป"
มีอีกเยอะแยะ ที่ผู้หลักผู้ใหญ่เขาชอบคิดชอบพูด เราอย่าไปเอามาเป็นแบบอย่างเลย เรามาทดลองวิธีต่อไป นี้ดีกว่า
1. ฝึกมองโลกในแง่ดี ในดีมีเสีย ในเสียมีดี
2. หัดมีอารมณ์ขันบ้าง อย่าเคร่งเครียดเกินไป
3.หาสิ่งตอบแทนจากการสูญเสีย
4.อย่าอยู่เฉย ทำตัวให้มีภารกิจอยู่เสมอ
5.ใช้กฎส่วนเฉลี่ยมาขับไล่ความวิตกกังวล
ข้อแรกคือ การฝึกมองโลกในแง่ดี
มองคนในแง่ดี คือต้องมองให้ได้ทั้ง 2 แง่นั่นแหละ หัดสนใจแง่ดีเสียบ้าง ไม่ใช่จองมองแต่แง่ร้าย อย่างเดียว
ความจริงแล้ว แค่เรารู้จักมองแง่ดีของคนอื่น ชีวิตเราก็สั้นเกินไปเสียแล้ว ทำไมน่ะเราถึงมีเวลาเหลือเฟือ ไปมองแง่ร้ายของใครต่อใครได้ สรรพสิ่งทั้งหลายก็เหลือเฟือไปมองแง่ร้ายของใครต่อใครได้ สรรพสิ่งทั้งหลาย ก็เหมือนกัน ไม่มีสิ่งไดดีบริสุทธิ์ และไม่มีสิ่งไดเลวบริสุทธิ์ น้ำมาปลากินมด ถ้าน้ำลดมดกินปลา ทีใครทีมัน ผนตกเปียก แต่ก็ชุ่มฉ่ำ ฝนแล้งแห้งดี แต่ก็ร้อนและหดหู่เหี่ยวเฉา
ข้อที่ 2. หัดเป็นคนมีอารมณ์ขัน
อารมณ์ขันจะต่ออายุให้ยืนยาว ทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี จิตใจหายเครียดและสมองโล่ง ใจเย็นลง การเป็น คนมีอารมณ์ขันหรือมองโลกในแง่ขำขัน ไม่ใช่เรื่องพรสวรรค์แต่สามารถสะสม ปรุงแต่ง และฝึกให้มีขึ้นในตัวเราได้
เอาง่าย ๆ แค่อยู่ไกล้ชิดคนมีอารมณ์ขันเราก็พลอยขันไปด้วย ครั้นเอาคำพูดและลีลาท่าทางของเขาไปเล่าให้คน อื่นฟัง คนอื่นก็พลอยขันไปกับเรื่องที่เราเล่าแค่นี้ก็เป็นบุญกุศลแล้ว
ข้อ 3. หาสิ่งตอบแทนจากการสูญเสีย
หัวไม่ดีก็ขยันท่อง เรียนหนังสือต่ำก็ขยันทำงาน ไฟไหม้บ้านก็ขวนขวายสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ น้ำท่วมขาย ของไม่ได้ ก็ไปเอาเรือมารับพนักงานข้ามถนน กำไรดีกว่าขายของ อ้วนนักหนาก็เข้าประกวดธิดาช้างเสียเลย
ออกจากบ้านไม่ได้ก็นั่งเขียนหนังสืออยู่กับบ้านอย่างผมนี้แหละครับ สบายใจดี
ข้อที่ 4 อย่าอยู่เฉย ทำตัวให้มีภารกิจอยู่เสมอหางานทำเข้าไว้ เพราะยิ่งว่างยิ่งหยุดหวิดมาก ทำอะไรก็ได้ ให้สมาธิไปอยู่กับงาน "ดีกว่าอยู่เปล่า ๆ " นั่นแหล่ะ
ข้อสุดท้าย ใช้กฎส่วนเฉลี่ยมาขับไล่ความวิตกกังวล คนอื่นเขาแย่กว่าเราอีกเยอะ เขายังอยู่กันได้ กลัวทำไมเครื่องบินตก เขาบินกันเป็นพันเที่ยวยังตกไม่ถึง 1 เที่ยว น้ำท่วมแค่ปาร์เกต์ โวยวายไปได้ ของคนอื่นเขาท่วมมิดหลังคา เงินหายพันห้าตีโพยตีพายราวกับคนบ้าเขาขาดทุนล่มจมพันห้าร้อยล้านเขายังอยู่สบาย
คิดเสียอย่างนี้ เราก็อยู่เมืองไทยได้อย่างสบาย ๆ ไม่ต้องหนีไปอยู่เมืองไหนหรอกครับ

top