|
|
-
-
|
เจ้าของกิจการที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไร
|
โดย ธารา อารีนิจ
จากสภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เกิดเมื่อกลางปี
พ.ศ.2540 ได้ก่อให้เกิดปัญหาการเลิกล้มกิจการของบริษัทและห้างร้านหลายแห่งทำให้มีประชาชนประสบภาวะการว่างงานเป็นจำจนวนมาก
ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมามากมาย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่จะต้องหามาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือและแก้ปัญหาการว่างงานที่อัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ
หนึ่งในมาตรการที่ภาครัฐช่วยเหลือและสนับสนุนคือสนับสนุนด้านเงินทุนซึ่งเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากต่างประเทศ
การออกพันธบัตรของรัฐบาล รวมทั้งการกำหนดนโยบายดอกเบี้ยต่ำให้แก่ธนาคารพาณิชย์เพื่อช่วยให้มีการลงทุนใหม่
ๆเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ทางหนึ่ง ดังจะเห็นได้จากการจัดตั้งสถาบันเอสเอ็มอี
หรือที่มีชื่อเป็นทางการว่า "สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดและขนาดย่อม"
ในช่วงเวลานี้จึงนับเป็นโอกาสดีของผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง
เพราะจะได้รับการสนับสนุนและผลักดันจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ การได้เป็นเจ้าของกิจการก็คือการได้บริหารกิจการด้วยตนเอง
เป็นทั้งเจ้านายและลูกน้องในขณะเดียวกัน และการมีกำไรหรือขาดทุนก็ขึ้นอยู่กับการบริหารของตนเอง
นอกจากนี้การได้เป็นเจ้าของกิจการก็ไม่มีข้อจำกัดในด้านคุณวุฒิการศึกษา
หากแต่เป็นการเปิดโอกาสให้กับทุกคนสามารถประกอบอาชีพได้ตามความสามารถและความสนใจของตนเอง
และแน่นอนว่าเป้าหมายสูงสุดของผู้เป็นเจ้าของกิจการคือ กำไรที่ทำให้ธุรกิจนั้นดำรงอยู่ได้ซึ่งก็คือความสำเร็จของผู้เป็น
เจ้าของกิจการนั้นนั่นเอง
ความสำเร็จของเจ้าของกิจการไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายกับทุก ๆคน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ย่อมจะมาจากการเตรียมความพร้อมอย่างดี
ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ผ่านการวางแผนและนำไปปฏิบัติ เพื่อให้เป้าหมายบรรลุผลผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของกิจการของตนเองควรที่เลือกทำอาชีพที่ตนเองมีความรู้มีความถนัดมากที่สุด
ซึ่งการทำอาชีพที่ตนถนัด เมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรคขึ้นจะสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายกว่าอาชีพที่ตนเองไม่ถนัด
แต่สิ่งสำคัญคือต้องทำด้วยใจรักและไม่ท้อถอยผลผลิตหรืองานที่ทำต้องมีคุณภาพดี
และเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นแล้วควรจะตั้งเป้าหมายในการทำงาน โดยมีการวางแผนดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
เพราะการดำเนินงานทำอะไรก็ตามจำเป็นจะต้องมีการวางแผน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้
จึงจะถือได้ว่าเป็นประสบความสำเร็จในการทำงาน
ในการเตรียมพร้อมเพื่อก้าวสู่การเป็นเจ้าของ บุคคลนั้นควรจะมีความรู้ในเรื่องต่าง
ๆเหล่านี้ได้แก่
- การสำรวจตลาด บางครั้งอาชีพที่ตนเองมีความรู้และถนัด อาจจะไม่เป็นที่ต้องการของตลาดในการผลิตสินค้าหรือบริการ
เพราะฉะนั้นการผลิตสินค้าหรือบริการ โดยไม่ทราบว่ากลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มผู้ซื้อ
สินค้าหรือบริการอยู่ที่ใดนั้น เป็นความเสี่ยงที่สูงเกินไป
- มีความรู้ด้านการจัดทำบัญชีอย่างง่าย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทราบว่า
การดำเนินกิจการในระยะเวลาหนึ่งนั้นมีผลกำไรขาดทุนมากน้อยเท่าไร ซึ่งความรู้ด้านนี้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
หรือจากหน่อยงานของรัฐและเอกชนที่ให้การอบรม
- การประเมินผลงาน หลังจากที่ได้เริ่มปฏิบัติงานไปในช่วงเวลาหนึ่ง ควรที่จะมีการประเมินผลงาน
ซึ่งในงานทุกสาขาอาชีพนั้นสามรถประเมินผลงานได้ การประเมินผลงานอาจประเมินเป็นรายวัน
รายสัปดาห์รายเดือนหรือรายปี ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ประกอบอาชีพอิสระ
แต่ละกลุ่ม แต่ละคน รวมทั้งความสำคัญของกิจการแต่ละกิจการด้วย บางกิจการอาจจำเป็นต้องประเมินผลงานทุกวัน
เช่น กิจการร้านอาหารเป็นต้น แต่บางกิจการต้องรอเวลาในการขายสินค้าหรือบริการเช่น
การผลิตเครื่องปั้นดินเผา การถนอมอาหาร รับจ้างพิมพ์เอกสาร เป็นต้น
การเป็นเจ้าของกิจการ คือการประกอบกิจการส่วนตัวต่าง ๆในการผลิตสินค้าหรือบริการที่ถูกต้องตามกฎหมาย
เป็นธุรกิจของตนเองไม่ว่าธุรกิจนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม ซึ่งผู้เป็นเจ้าของกิจการสามารถที่จะกำหนดรูปแบบและวิธีดำเนินงานของตัวเองได้ตามความเหมาะสม
ไม่มีเงินเดือนหรือมีรายได้ที่แน่นอนตายตัว ผลตอบแทนคือเงินกำไรจากการลงทุนนั่นเอง
การจะเป็นเจ้าของกิจการที่ดีที่จะประสบความสำเร็จได้ จึงจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติต่าง
ๆ เพื่อดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีความเชื่อมั่นในตนเอง
เจ้าของกิจการที่ดีควรเป็นผู้ริเริ่มด้วยตัวเองและมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจของตนเอง
ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าของกิจการส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจเริ่มเปิดกิจการของตัวเอง
ก็เพราะเขาไม่ชอบทำงานให้คนอื่น แต่เขาชอบเป็นนายจ้างของตัวเอง และพร้อมที่จะรับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของเขาเอง
มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพ
ไม่ว่างานนั้นจะเป็นงานมีเกียรติหรือไม่ เจ้าของกิจการต้องมีใจรักในงานที่ทำก่อน
หลังจากนั้นต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และต้องให้ความสนใจอย่างจริงจัง
อย่าทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกันเพราะเห็นคนอื่นทำได้ดีจึงอยากทำบ้าง โดยไม่ได้คำนึงถึงศักยภาพของตนเอง
เมื่อทำไม่ได้นานก็ต้องเลิก
เป็นคนกล้าเสี่ยง
การเป็นเจ้าของกิจการต่างจากการเป็นลูกจ้างเนื่องจากต้องมีการลงทุน แต่การเป็นลูกจ้างไม่ได้ลงทุนอะไร
การลงทุนจึงถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งที่เราลงทุนไปจะได้กำไรหรือขาดทุนกันแน่
แต่อย่างไรก็ตามต้องไม่ใช่การเสี่ยงแบบบ้าบิ่น โดยขาดข้อมูลที่ถูกต้องขณะเดียวกันผู้เป็นเจ้าของกิจการก็ไม่ควรทุ่มเทไปกับการวิจัยจนมากเกินไป
หรือรอจนกว่าจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วน เพราะกว่าจะถึงเวลานั้นโอกาสดี ๆ คงถูกคู่แข่งแย่งไปแล้ว
ดังนั้นเจ้าของกิจการจึงควรเป็นผู้ที่สามารถตัดสินใจได้บนพื้นฐานของข้อมูลที่มีความเสี่ยงในระดับหนึ่งเสมอ
มีความอดทน
การดำเนินธุรกิจของตนเองย่อมมีทั้งกำไรและขาดทุนโดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น
จะต้องประสบปัญหาและอุปสรรคต่างๆ บ้างซึ่งถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ต้องเป็นผู้ที่พร้อมจะยอมรับข้อผิดพลาดและแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยตัวเองเสมอ
ผู้เป็นเจ้าของกิจการเมื่อได้ตั้งเป้าหมายและวางแนวทางการปฏิบัติไว้แล้ว
ย่อมจะต้องทำงานเหล่านั้น เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็จะประสบผลสำเร็จในที่สุด
มีความรอบรู้
ผู้เป็นเจ้าของกิจการทที่ดีจะต้องคอยรับรู้ข้อมูลข่าวสารอบอยู่เสมอ เพื่อจะได้ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกที่รวดเร็ว
ข้อมมูลที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลจากการจ้างบริษัททำวิจัยให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
แต่เป็นข้อมูลที่อยู่รอบ ๆตัวเรานี่เอง โดยผ่ายเสื่อต่าง ๆทั้งหนังสือพิมพ์,
โทรทัศน์, วิทยุ, อินเตอร์เนท หรือแม้แต่ข้อมูลในแวดวงธุรกิจด้วยกัน นอกจากนี้แล้วความรอบรู้ทางด้านวิชาการก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในตอนเริ่มดำเนินกิจการใหม่
ๆ
มีความคิดสร้างสรรค์
เจ้าของกิจการที่ดีควรเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และมองเห็นถึงโอกาสที่จะไปถึงเป้าหมายให้ได้เขาจึงจำเป็นต้องค้นหานวัตกรรมใหม่
ๆ โดยการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ขณะนั้นให้เป็นโอกาส และควรมีความคิดใหม่
ๆ ในแนวทางแก้ปัญหา เช่น ต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงสินค้าอยู่ตลอดเวลา
เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์คือ
มีความสามารถในการแก้ปัญหา มีความคล่องแคล่วในความคิด มีความคิดริเริ่มและมีพลังดันในตัวสูง
ความคิดสร้างสรรค์เป็นความเฉลียวฉลาดตามธรรมชาติและมีมาตั้งแต่เกิดเป็นบางส่วน
แต่คนเราสามารถพัฒนาได้โดยนำเอาเจตคติที่ชอบซักถามมาใช้
มีวินัยในตนเอง
ผู้เป็นเจ้าของกิจการที่จะประสบความสำเร็จ จำเป็นจะต้องมีวินัย มีกฎมีระเบียบ
การทำงานต้องทำอย่างสม่ำเสมอไม่เช่นนั้นไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้เลย
นอกจากนั้นเขายังจะต้องรู้จักจัดการ และแก้ไขสถานการณ์ในขณะเดียวกันจึงอาจก่อให้เกิดความเครียดที่อาจกระทบต่อสุขภาพได้
เจ้าของกิจการที่มีวินัยจึงสามารถทำงานในเวลาที่ยาวนานกว่าลูกจ้างทั่วไปรวมทั้งยังควรมีอารมณ์ที่เยือกเย็น
สุขุมอีกด้วย
มีวุฒิภาวะและสามัญสำนึก
วุฒิภาวะเป็นความสามารถที่จะทำให้มีอารมณ์เย็นภายใต้ความเครียดและความกดดัน
ช่วยสามารถวิเคราะห์ปัญหาได้ในยามวิกฤติ ส่วนสามัญสำนึกหมายถึงความสามารถในการใช้วิจารณญาณทุกเรื่อง
สิ่งที่กล่ามาเราสามารถพัฒนาได้ โดยการวิเคราะห์ สังเกตุ และเรียนรู้ จากประสบการณ์
มีมนุษยสัมพันธ์
เจ้าของกิจการที่ดีย่อมต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ดี เพื่อผลประโยชน์ในธุรกิจของตนเองไม่ว่าจะปฏิบัติต่อลูกค้า
บุคคลรอบข้างหรือแม้แต่คู่แข่งขันก็ตาม เพราะการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้มีความคล่องตัว
ในการดำเนินธุรกิจได้ดี ที่สำคัญต้องเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ด้วย โดยนำการจัดการและแนวคิดการจูงใจคนที่เหมาะสมไปใช้
การมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่มพร้อมทั้งสามัญสำนึกและวุฒิภาวะจะช่วยพัฒนาทักษะดังกล่าวได้
รู้จักเข้าสังคมและร่วมสมาคม
การเข้าสังคมและร่วมสมาคมก็คือ การสร้างเครือข่ายที่อาจนำโอกาส และข้อมูลที่ดีมาให้อย่างไม่คาดคิด
ไม่ว่าจากเครือข่ายที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่น หรือร่วมวงการด้วยกัน อาจเป็นผู้ขายวัตถุดิบ
หรือหน่วยงานราชการ เราควรให้ความสำคัญในการสร้างและขยายเครือข่ายกับกลุ่มเหล่านี้ในระดับที่เหมาะสม
เพื่อประโยชน์ในการขยายธุรกิจของเราให้กว้างขึ้น
มีลักษณะความเป็นผู้นำ
ในฐานะผู้เป็นเจ้าของกิจการจะต้องเป็นผู้นำทีมงาน เพื่อให้สามารถดำเนินการบรรลุสู่เป้าหมายได้
ซึ่งลักษณะของผู้นำที่จะประสบความสำเร็จนี้ จะต้องประกอบด้วย มีความคิดริเริ่มดี
มีความมั่นในใจตัวเอง ความกล้าหาญ การสร้างแรงจูงใจ ทักษะการจัดระเบียบองค์กร
และการจัดการกับวิกฤติการณ์ เป็นต้น
มีความยืดหยุ่นและยึดหลักการวิเคราะห์หาเหตุผล เจ้าของกิจการที่ดีจะรู้สึกยินดีเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์หรือข้อกำหนดจากการตัดสินใจของเขา
หากผู้ให้ความเห็นคัดค้านมีจำนวนมากกว่าผู้ที่สนับสนุน และเข่าจะไม่รีรอในการทบทวนใหม่ตามสถานการณ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไป
พร้อมกันนี้เขาก็จะไม่ยอมให้อิทธิพลความสนิทสนมกันเป็นส่วนตัวมาอยู่เหนือข้อเท็จจริงและความถูกต้อง
ดังนั้นเมื่อใดที่มีปัญหาเกินความสามารถของเขา เขาจะเลือกผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษาดีกว่าเลือกเพื่อนหรือคนในครอบครัวตัวเอง
มีความซื่อสัตย์และรักษาสัญญา
เจ้าของกิจการที่ดีจะต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจต่อลูกค้า การบริการลูกค้าให้เกิดความประทับใจการขายสินค้าหรือบริการแล้วทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง
นับได้ว่าเป็นความสำเร็จสูงสุดต่อผลประโยชน์ของธุรกิจและต่อตัวเอง นอกจากนี้เจ้าของกิจการที่ดียังต้องรู้จักรักษาสัญญากับลูกค้า
เพราะการรักษาสัญญาคือการต่อลมหายใจให้กับกิจการ โดยเฉพาะการทำธุรกิจส่งออก
คำสัญญาเป็นเรื่องสำคัญมาก
จากคุณสมบัติที่กล่าวมานี้ คงเพียงพอที่จะทำให้ท่านที่สนใจอยากเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จจะใช้เปรียบเทียบดูว่า
ตัวท่านเองมีความเหมาะสมและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตเข้าสู่การเป็นเจ้าของกิจการ
ที่ท่านจะได้รับความอิสระในการทำงาน ด้วยความพอใจและในแนวทางของตัวเอง
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะเป็นรางวัลแก่ชีวิตของตนเอง อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นว่าผู้ที่คิดจะเป็นเจ้าของกิจการจะต้องมีคุสมบัติเหล่านี้จนครบถ้วน
ถึงจะมีสิทธิตัดสินใจเป็นเจ้าของกิจการได้ สิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างแท้จริงคือความตั้งใจที่แน่วแน่ผสมกับความกล้าที่จะเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ
ได้มีผู้เชี่ยวชาญหลายท่านทำการศึกษาและวิเคราะห์ จนพบว่าคุณสมบัติต่าง
ๆ ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จจะได้มาจากการพัฒนาและปรับปรุงตัวเอง ด้วยการเรียนรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมาในระหว่างดำเนินกิจการนั้นนั่นเอง
ในท้ายที่สุดนี้ ขอนำเสนอลักษณะแบบสอบถามที่มีสถาบันแห่งหนึ่งได้จัดไว้เพื่อใช้ประเมินศักยภาพของผู้ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของกิจการของตนเอง
ว่าตัวเองมีความเหมาะสมหรือความพร้อมที่จะเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จได้หรือไม่
1) ท่านมีความเชื่อมั่นที่จะควบคุมตัวท่านเองในการทำงานหรือไม่
2) ท่านชอบการแข่งขันในธุรกิจหรือไม่
3) ท่านชอบวางแผนไว้ล่วงหน้าหรือไม่
4) ท่านชอบที่จะตัดสินใจด้วยตัวท่านเองหรือไม่
5) ท่านมักจะทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายและตรงเวลาหรือไม่
6) หลังจากเริ่มธุรกิจ ท่านได้เตรียมตัวที่จะลดมาตรฐานการครองชีพลง จนกว่าธุรกิจจะมีรายได้ที่แน่นอนหรือไม่
7) ท่านจะยอมรับสิ่งที่ท่านกระทำผิด แล้วฟังคำตักเตือนหรือเสนอแนะหรือไม่
8) ถ้าธุรกิจท่านล้ม ท่านได้เตรียมตัวต่อการสูญเสียไว้หรือไม่
9) ท่านสามารถทนต่อความกดดัน และความตึงเครียดหรือไม่
10) ท่านสามารถปรับกลยุทธ์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่
11) ท่านมีโครงการประจำตัวที่จะกระทบกระเทือนต่อการทำงานหนักและเป็นระยะเวลานานหรือไม่
12) ท่านสามารถเริ่มงานและทำงานด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีผู้อื่นคอยกระตุ้นหรือช่วยเหลือได้หรือไม่
13) ท่านสามารถตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และไม่เสียใจกับการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้หรือไม่
14) ท่านเชื่อถือบุคคลอื่นง่ายหรือไม่ และคิดว่าบุคคลอื่นจะเชื่อถือท่านด้วยหรือไม่
15) ท่านสามารถแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และด้วยความมั่นใจหรือไม่
16) ท่านสามารถรักษาทัศนคติที่ดี เมื่อท่านอยู่ต่อหน้าศัตรูของท่านได้หรือไม่
17) ท่านเป็นคู่สนทนาที่ดีหรือไม่ ท่านสามารถอธิบายความคิดของท่านให้ผู้อื่นเข้าใจได้หรือไม่
top
|
|
.
|
|
.
|
|
.
|
|
.
|
Copy right(C)1999 by Amnart Viengkham.
|
.
|
|