โพโต้วิชั่น
หน้าหลัก



ขอโทษที คุณใช่คนหรือเปล่า




หวัดดีครับวันนี้ผมขอเป็นนักเขียนเล่าถึงความคิดเห็นของผม กับสิ่งที่ผมเจอ และจากการอ่านหนังสื่อ ว่าบางครั้งสิ่งที่เราเจอในเน็ต หรือในห้อง IRC ที่เราพบ(cupid_ #ห้องคนทำงาน) มันอาจไม่ใช่สิ่งที่เราคิดเสมอไป เเช่น เวลาเราเข้าห้อง(cupid_ #ห้องคนทำงาน) ก็จะมีคนค่อยมาทักทาย เช่น "หวัดดีครับ" เวลาเราออกจากห้อง ก็มีคำทักทายว่า "จะไปแล้วเหรอ" อะไรทำนองนี้ คนที่เข้า(join chanel)ไปในห้องครั้งแรก ก็เป็นอะไรให้ความรู้สึกดีมาก คือรู้สึกชื่นใจ ว่าจะไปจะมาก็ยังมีคนคอยทักทายเหมือนเราเป็นแขกสำคัญ หรือเพือนสนิท เวลาเราคุย หรือพูดอะไรออกมาก็มาคนคอยชม อะไรทำนองนี้ ก้อเป็นอะไรที่ทำให้เกิดความประทับใจขึ้นมา ..แต่พอมารู้ที่หลังว่าคนที่คอยทักท้ายเรานั้นไม่ใช่คน อ้าว! ก็เกิดความคิดว่า แล้วเราคุยกันใครว้า !หรือว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่เขาตั้งไว้.. เหตุการณ์อย่างนี้ไม่ใช้เกิดเฉพาะในโลก Chat อย่างเดี่ยวเท่านั้น

ผมได้อ่านนิยสาร เนชั่นรายสัปดาห ฉบับวันที่ 31 มกราคม -6 กุมภาพันธ์ 2543 ในห้วข้อ "ขอโทษที คุณใช่คนหรือเปล่า" ทำให้เกิดความคิดว่า น่าจะมามาเผยแพร่ ทำให้เรารู้เท่าทันเทคโนโลยี่ว่าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว จะได้ไม่เสียรู้เทคโนโลยี่ Poto Opinion

ขอโทษที คุณใช่คนหรือเปล่า

นานมาแล้ว ไม่ได้แวะเวียนไปที่เว็บไซต์ "ซาลอง" (salon.com) แมกกาซีนออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตเก่า แก่และขึ้นชื่ออยู่มากในเรื่องที่เป็นสาระความคิด พอกลับไปเยี่ยมคราวนี้ก็ได้เรื่องมาฝากเลยทีเดียว อย่างชื่อเรื่องที่ตั้งนี่แหละ "ขอโทษครับ คุณใช่คนหรือเปล่า"

คนเขียนบทความนี้ชื่อ ซิมสันการ์ฟิงเกล เป็นนักข่าวในด้านไฮเทค เขาหยิบยกเอาเรื่องราวที่น่า สนใจมาเขียน ผมเป็นคนเอามาเล่าสู่กันฟังอีกต่อหนึ่ง

ลองนึกถึงคนมีชื่อสียงในวงการต่าง ๆ ที่มาลงมือตอบอีเมล์ที่มีมาถึงตนด้วยตนเอง คุณเชื่อหรือเปล่า

สำหรับบางคน อาจจะเชื่อเพราะเขาติดเป็นนิสัยมาแต่อ้อนแต่ออก เช่น ถ้าบอกว่า สตึฟ จ็อป แห่งแอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์ ต้องนั่งตอบอีเมล์จากสาวก แม็คอินทอชทั่วโลกทุกวัน(ตามข้อมูลบอกว่าวันละหลายสิบฉบับ)

จะจริงหรือเปล่านั้นไม่รู้ แต่ถ้าบอกว่าคนอย่างบิล คลินต้น ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งชีวิตส่วนตัวแต่ไหนแต่ไรไม่ได้คลุกคลีกับของพวกนี้ มาบอกละก็ ใครก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน

เขาต้องมีทีมงานคอยตอบอี-เมล์ซึ่งแต่ละวันคงจะมีเข้าไปมากมายก่ายกอง

หลายคนอาจจะคิดเช่นนั้น

ขอโทษที คุณคิดผิด

ส่วนใหญ่ของอี-เมล์ที่มีไปถึงประธานาธิบดีคลินตันนั้น จะถูกจัดการตรวจสอบแยกแยะวิเคราะห์ และตอบโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่สลับซับซ้อน

ระบบมันเก็บบันทึกเอาไว้ด้วย หากคุณเขียนมาในเรื่องเดียวกันเป็นครั้งที่สอง คำตอบที่ได้รับก็จะ เปลี่ยนรูปแบบของการเขียนให้แตกต่างไปโดยอัตโนมัติ

ที่จริงก็ไม่ถึงกับคอมพิวเตอร์จะจัดการตอบจดหมายเสียเอง ทีมงานของประธานาธิบดีที่เกี่ยวข้อง ต้อง เขียนจดหมายอบในหัวข้อต่าง ๆ เอาไว้ ก่อนบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งคงจะมีหัวข้อมากมาย และแต่ละหัวข้อก็ต้องมีคำตอบหลาย ๆ แบบเอาไว้

คอมพิวเตอร์วิเคราะห์อี-เมล์เพื่อหาวัตถุประสงค์ คำถาม ตลอดไปจนกระทั้งประวัติของเจ้าของอีเมล์

แล้วเลือกคำตอซึ่งเขียนไว้ล่วงหน้าที่เหมาะสมมาให้

เทคโนโลยีดังกล่าวนี้ พัฒนาขึ้นโดยสถาบันเทคโนโลยีเมสซาซูเสท(เอ็มไอที) ซึ่งนอกากจะนำไปใช้ในกิจการ ของประธานาธิบดีแล้ว ยังมีเอกชนพัฒนาไปใช้ในกิจการของบริษัทธุรกิจด้วย

อย่างน้อยๆ ก็สองบริษัท คือ ในกี้ กับ เจ.ซี เพนนี ที่ใช้ระบบเหมือนๆ กันไว้ ตอบอี-เมล์ที่มีเข้ามายังบริษัท

เอคโค่เมล์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท เจนเนอรัลอินเทอร์แอ็คทีฟ จะทำหน้าที่แยกแยะเนื้อหาของ อีเมล์ ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร สินค้าตัวไหน ผู้เขียนต้องการอะไร สินค้าตัวไหน ผู้เขียนต้องการอะไร และวิเคราะห์ไปจนถึงท่าที ของผู้เขียนอี-เมล์

ซึ่งจะช่วยให้รู้ได้ว่าบางอยางก็เป็นเรื่องซึ่งต้องให้ความใส่ใจอย่างเร่งด่วน

อี-เมล์ตอบออกไปเหล่านี้ อ่านกันดูแล้ว คนที่ได้รับแยกไม่ออกแลยว่ามันเป็นการตอบอัตโนมัติจากเครืองคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่คนจริง ๆ มาตอบ หนึ่งก็คือ เขาไม่บอกว่าเอาไว้ว่ามันตอบโดยคอมพิวเตอร์

ย้อนหลังไปเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ที่เริ่มมีระบบตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติของเบลในอเมริกา (ก็คล้าย ๆ กับที่เราได้ยินเวลาโทรศัพท์ไปที่ไหนแล้วมันไม่ว่าง) เขาจะปิดท้ายไว้ว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียง ที่บันทึกเอาไว้ สมัยนี้ไม่มีแล้ว แต่ฟังเอาก็รู้ได้ว่าคือเสียงบันทึก

นี่แตกต่างไปจากการอ่านอี-เมล์มันมีกลวิธีที่แยบยลมากกว่า จนทำให้คนอ่านไม่รู้สึก ว่าเป็นอีเมล์สำเร็จรูป นั่นเป็นความพยายามของเขาอยู่แล้วที่จะทำให้อี-เมล์ที่ตอบกลับไปมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด

ไม่เพียงแต่ลีลาในการตอบและรูปแบบในการตอบเท่านั้น กระทั่งการถ่วงระยะเวลาให้เนิ่นนานออกไปเป็น ชั่วโมงๆ ก่อนจะส่งคำตอบ ก็เป็นเทคนิคหนึ่งซึ่งเป็นไปได้ที่จะนำมาใช้กน

หรือให้มันเขียนไวยากรณ์หรือคำผิด ๆ ไปบ้างนิดหน่อย เป็นต้น

เรื่องแบบนี้ธุรกิจทำได้ เทคโนโลยีก็ทำได้ ปัญหาก็คงไม่กระไรนัก หากเครื่องจักรมันให้ความรู้สึกดี ๆ กับลูกค้า และบริษัทดี ๆ เขาก็คงไม่เอาเทคโนโลยีอย่างนี้มาสร้างวิธีหากินอะไรแบบที่มันเลยเถิด

แต่ผู้เขียนเรื่องนี้เขาบอกว่า "แล้วมันก็ต้องเกิดขึ้นในที่สุด" โดยยกตัวอย่างน่าคิดว่า วันดีคืนดีคุณก็รับอี-เมล์จากผู้หญิงสักคน ซึ่งบังเอิญมาพบข้อความที่คุณเขียนไว้บนเวบบอร์ด เขียนเมล์ คุยกับคุณอีกสองสามครั้ง แล่าเรื่องหนังสือที่เธออ่าน ชื่นชมมันมาก บอกให้คุณซื้อ่านสักเล่ม เพื่อจะได้คุยกันให้มัน ลึกซึ่งต่อไป

ขอโทษครับ เธอไม่ใช่คน !


แหล่งที่มา :