โพโต้วิชั่น
หน้าหลัก



คุณมีอาการติดไซต์โป๊หรือเปล่า ?




อาการติดอินเตอร์เน็ต โดยทั่วๆ ไป อาจจะไม่ใช่ เรื่องใหญ่ แต่ถ้าติดอินเทอร์เน็ตเฉพาะเจาะจงไปที่ "ไซต์โป๊" เลยนี่ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะ เรา ๆ ท่านๆ ทั้งหลายพึงสังวรไว้บ้างว่า หากมีอาการตงิด ๆ อยากจะไปดูไซต์เหล่านี้ทุกวันๆ หรือรู้สึกตะครั่นตะครอ อยากจะดูร่ำไป นั้น คืออาการที่แสดงว่า คุณเป็นโรคดังกล่าวแล้ว

ทั้งนี้ จากการสำรวจบนเน็ต ของอัลวิน คูเปอร์จากศูนย์บริการเพศศึกษา และการสมรส ซานโอเซ่ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย พบว่า ชาวเน็ตซึ่งดูภายนอกก็เป็นคนปกติธรรมดาเหมือนเรา ๆ ท่าน ๆ นี้แหล่ะอย่าง น้อยชาวเน็ต 8 ใน 10 คนชอบไปไซต์โป๊ทั้งหลาย มีโอกาสที่จะมีปัญหาในเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ หรือมีปัญหาในที่ทำงาน

ผู้ที่มีปัญหาเหล่านี้ รายงานว่า ได้ใช้เวลาสัปดาห์ละราว 11 ชั่วโมงไปเพื่อการนี้ หรือเฉลี่ยแล้วก็วันละเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งปริมาณนี้นับเป็นสัญญาณ "อันตราย" แล้ว

นอกจากนั้น การสำรวจครั้งนี้ยังพบอีกว่า ชาวเวบ 1 ในทุกๆ 100 คน หรือราว 1 % จะมีอาการติดไซต์โป๊หรือไม่ก็ ชอบ "แซตเรื่องเพศ" ชนิดงอมแงม ซึ่งอาการที่ว่านี้ กลุ่มของคูเปอร์ เรียกว่า "หมกมุ่นทางเพศบนไซเบอร์" อัน เป็น 1หรือ 2 อาการที่ทำให้ชาวเน็ตใช้เวลาสัปดาห์ละกว่า 11 ชั่วโมงไปเพื่อการนี้ และแน่นอน ถ้าไปนับคะแนน กันตามมาตรฐานจิตวิทยา ก็ต้องถือว่าเป็นพวก "หมกมุ่น"

แม้ว่าตัวเลข 1% จะดูไม่ได้มากมายอะไร แต่คูเปอร์ ก็บอกว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ล่อเล่นเลย หากคิดออกมาเป็นจำนวนเต็ม เพราะจะได้จำนวนถึง 2 แสนคน จากจำนวน 20 ล้านคนที่เล่นเน็ตทุกวันนี้ในสหรัฐอเมริกา

"อาการหมกมุ่นทางเพศบนไซเบอร์ ก็แบบเดียวกับคนติดเหล้า ที่จะจบลงด้วยความล้มเหลว ซึ่งในที่สุด ก็สจะต้อง ได้รับความช่วยเหลือ เพราะคนเหล่านี้อาจจะสูญเสียทุกอย่างที่มี"

จาการสำรวจผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยการให้ผู้ที่เข้าไซต์เอ็มเอสเอ็น ตอบแบบสอบถามบนเน็ตนั้นปรากฏว่ามีจำนวน 13,500 ราย ที่ตอบแบบสอบถามครบถ้วน ในระยะเวลา 7 สัปดาห์ ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน 2541 และเมื่อ ตัดแบบสอบถามที่ตอบแบบข้อเว็นข้อ หรือกรอกโดยเด็กที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีแล้ว ก็จะได้แบบสอบถามสมบูรณ์จำนวน 9,177 ชุด ที่ใช้เป็นฐนในการประเมินและวัดผล

รายงานของคูเปอร์ฉบับแรก ตีพิมพ์ไปในวารสารสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน โดยมองในแง่ ของการเข้าไปดูไซต์โป๊ เพื่อความบังเทิง แต่สำหรับการวิเคราะห์ครั้ง ล่าสุดที่มองในเชิงปัญหาสังคม จะตีพิมพ์ ในวารสารเดียวกันออกเดือนหน้า

สำหรับรายงานฉบับใหม่พบว่า 7 ใน 10 คนที่ชอบไปไซด์โป๊นั้น ทำโดยปกปิดไม่ให้ผู้อื่นรู้ ซึ่งคูเปอร์บอกว่า พฤติกรรมปฏิเสธความจริง และหลบ ๆ ซ่อน ๆ เช่นนี้แหล่ะ ยิ่งทำให้เลิกนิสัยนี้ไม่ได้

ทั้งนี้ กลุ่มที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรค "หมกมุ่นเรื่องเพศบนไซเบอร์" นี้มาก ก็คือ นักเรียน,ผู้หญิง และกลุ่มรักร่วมเพศทั้งหลาย เพราะคนกลุ่มนี้เป็นพวกที่ต้องการแสดงออกในเรื่องเพศอย่างหลบ ๆ ซ่อนๆ อยู่แล้ว จึงมักจะใช้ช่องทางดังกล่าว เป็นเครื่องช่วยผ่อนคลายอาการหลบๆ ซ่อน ๆ

"แม้ว่านี้จะเป็นทศวรรษที่ 21 แล้วก็จริง แต่ผู้หญิง เกย์ ก็ยังเป็นพวกทีได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันทางสังคม หากไม่ปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคมนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นบนเน็ตแล้ว ทุกอย่างอิสระ ขณะเดียวกัน เน็ตก็ช่วยให้นักเรียนสามารถปกปิดความอยากรู้อยากเห็นที่ จะทดลองทางเพศของตนเองได้เป็นอย่างดี" อัลวิน กล่าว

กระนั้นก็คงไม่มีอะไรได้มาพรี ๆ เพราะเสรีภาพที่ว่านี้ ก็อาจจะกลายเป็นบ่อลึกที่ตกลงไปแล้วปีนขึ้นมา ไม่ไหวได้ง่ายๆ เหมือนกัน เพราะยิ่งคนเหล่านี้ใช้เวลาแสวงหาความสุขทางเพสบนเน็ตมากเท่าไหร่ คนเหล่านี้ก็จะยิ่งเสี่ยงเป็นโรคนี้มากขึ้นเท่านั้น

จำผลสำรวจ พบว่า ผู้ชาย 1 ใน 5 คน และผู้หญิง 1 ใน 8 คน ยอมรับว่า ตัวเองใช้คอมพิวเตอร์ที่ควรจะใช้ทำงาน เพื่อค้นหาความแปลกใหม่ทางเพศบนเน็ต และจากการศึกษาครั้งอื่น ๆ ก็พบว่า 70% ของการจราจรบนไซต์โป๊นั้น เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลา 09.00 - 17.00 น. ในวันทำงานจันทร์-ศุกร์ ซึ่งเป็นเวลาทำงาน

คูเปอร์ บอกว่า "ประเภทดูไซตืโปีในที่ทำงานนั้นคงไม่มีนายจ้างคนไหนยินดีเป็นแน่ เพราะนายจ้างย่อมห้ามสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว แม้จะไม่ได้ประกาศโดยเปิดเผยก็ตาม"

อุตสาหกรรมไฮเทคคงต้องหาวิธีใหม่มาให้การศึกษากับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้ทราบถึงความเสี่ยงในการไปเที่ยวดูไซต์โป๊ทั้งหลาย ซึ่งตอนนี้ เหล้า และบุหรี่ ก็จะต้องพิมพ์คำเตือนบนขวด หรือซอง แต่บนเวบไป๊นั้น ยังไม่มีคำเตือนถึงผลที่อาจจะเกิดขึ้นเลย " คูเปอร์กล่าว

แล้วเราจะทำยังไง

เจ.จี.เบเนดิกท์ นักจิตวิทยาคลินิค ซึ่งเปิดคลินิกส่วนตัวอยู่ในแดนเวอร์ กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้ แสดงให้เก็น ข้อมูลซึ่งอาจจะใช้ในการรักษาบุคคลที่ "บริโภคเนื้อหาบนไซต์ไป๊เหล่านี้มากเกินไป" และส่งผลให้เกิดปัญหาด้านลบกับตัวผู้บริโภคเองได้

แม้ว่า วิธีการรักษาที่ดีที่สุด ก็คือ การห้ามเด็ดขาด มิให้บุคคลเหล่านี้เข้าไปดูไซต์โป๊เหล่านั้นอีก แต่มันคงจะเป็นไปไม่ได้เลย เหมือนการห้ามพวกชอบถ่ำมอง ให้เลิกแอบดู

คูเปอร์แนะนำ หากใครคิดว่าตัวเองมีอาการข้างต้นและละก็ ควรไปปรึกษากับคนที่ไว้ใจได้ แล้วเล่าความในใตให้ฟัง และถ้าหากทำแล้ว ยังรู้สึกว่าตัวเองยังคงตกต่ำต่อไปก็ให้เปลี่ยนเว็บไซต์ จากไปไซต์ไป๊เป็นไซต์รักษาอาการติดไซต์ไป๊แทน หรือจะไปหาด้วยตัวเองเลยก็ได้(แต่น่าเสียดายสำนักงาน เหล่านี้ไม่มีในไทยนะจ้ะ)

"และเมื่อไหร่ที่คุณเลิกพฤติกรรม "ปกปิด" ได้แล้วคุณก็จะสามารถประเมินตัวเองได้ดีขึ้นว่า ควรจะได้รับความช่วยเหลือต่อไปหรือไม่ ซึ่งนั่นก็เป็น สัญญาณว่า คุณกำลังมีอาการดีขึ้น"


แหล่งที่มา :เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 8 ฉบับที่ 406 วันที่ 13-19 มีนาคม 2543 หน้า 30
คอลัมน์ IT Tainment

1