โดเมนเนม กับการหากินแบบใหม่ (จบ)
ครั้งที่แล้วได้กล่าวถึง เรื่องของชื่อเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า "โดเมน เนม" ว่าขณะนี้ได้กลายเป็นเหมือสินค้าตัวใหม่ที่สร้าง
รายได้ไห้เป็นกอบเป็นกำกับผู้เป็นเจ้าของโดยเฉพาะกรณีชื่อ Thailand.com ที่ขายได้เป็นเงินมู,ค้าหลายล้านบาท
จริง ๆ แล้วเรื่องของการซื้อขายชื่อโดเมนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ประการไดในต่างประเทศนั้นมีการซื้อขายกันเป็นล่ำเป็นสัน ดังนั้น
คนหัวใสจำพวกหนึ่ง จึงเที่ยวไปไล่จดชื่อโดเมนดี ๆ เอาไว้เป็นของตังเองมากมาย ชื่อโดเมนดี ๆ ที่ว่าก็คือ ชื่อ สามัญสั้น ๆ พยางค์เดียว และจำง่าย ๆ ซึ่งชื่อเหล่านี้อาจจะบอกได้ว่า
ไม่เหลือว่างอีกแล้ว
วันนี้หากลองเปิดเข้าาไปดูเว็บไซต์ที่ชื่อ www.communication.com เราจะพบว่าเว็บไซต์แห่งนี้ มีชื่อโดเมน อยู่ครอบครองเป็นจำนวนมาก แถมเป็นชื่อ ดี ๆ ทั้งนั้น โดยเขาได้มีการแยกเป็นหมวกหมู่
ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหมวด Regional ซึ่งจะมีชื่อโดเมนอย่าง Malaysia.com ,Indonesia.com , BraZil.com เป็นต้น หรืออย่างหมวด Sport ก็มีชื่อโดเมน เช่น Boxing.com หรือ Cricket.com เป็นต้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ชื่อโดเมนหล่านี้ทาง Communicate.com ไม่ได้มีไว้ขาย แต่ถ้าใครต้องการชื่อเหล่านี้เขาจะไห้บริการเป็นการเช่าแทน โดยทำสัญญาเป็นรายปีจะเป็นกีปีๆ ก็ว่ากันไป นี่คือแนวโน้มใหม่
ที่เกิดขึ้นแล้วในโลกอินเตอร์เน็ต เมื่อชื่อโดเมน ได้กลายเป็นินทรัพย์ที่มีมูลค้ามหาศาล ดังนั้นการขายสิทธิ์ขาดของชื่อโดเมน ต่อไปคงจะไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ
จากช่องทางที่ให้การจดชื่อโดเมนเป็นสิ่งที่ใครก็สามารถจะจดก็ได้และสามารถครอบครองได้ไม่จำกัดต่อคนหรือนิติบุคคลนี่เอง ทำให้พวกเกิดการจดชื่อโดเมน ชื่อ ดัง ๆของแบรนด์เนมของสินค้าต่าง ๆเพื่อเก็งกำไรหรือขายกลับให้กับเจ้า
ของสินค้าตัวจริงในราคาสูงลิบลิ่ว เพราะถือว่าเป็นการลงทุนที่ต่ำมาก (70 เหรียญ ต่อระยะเวลา 2 ปี) แต่เวลาขายอาจจะเรียกมูลค่าได้สูงกว่าตอนจดทะเบียนเป็นแสน ๆ เท่าก็ได้
ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทดัง ๆหลายแห่งก็ต้องจำยอมจ่ายเงินแสนแพงออกไป เพื่อให้ได้ชื่อของตนเองกลับมา
ด้วยเหตุนี้เองเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีข่าวว่ากลุ่มธุรกิจในต่างประเทศประมาณ 5 รายได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อองค์การทรัพส์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของตนเองต่อกรณีที่มักคนแอบ
จดชื่อบริษัทหรือแบรนด์เนมของสินค้าของตนไปเป้นชื่อโดเมน แล้วมาตลบหลังขายกลับให้เจ้าของสินค้าตัวจริงในภายหลัง ซึ่งขณะนี้ทางองค์การทรัพย์สินทางปัญญาของโลก ได้รับเรื่องฟ้องเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว คาดว่าจะใช้เวลา
พิจารณาอีกไม่น้อยกว่า 45 วัน จึงจะทราบว่าเรื่องดังกล่าวนี้จะออกมาในรูปแบบไหน
ผลการตัดสินของ WIPO อาจจะเป็นการวางมาตรฐานใหม่ให้กับองค์กรที่ให้บริการรับจดชื่อโดเมนทั้งหลายทั่วโลกก็ได้
อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐเองก็ได้มีความพยายามที่จะออกกฎหมายที่เรียกว่า Cyber-Squatter Bill เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีจดชื่อโดเมน เพื่อเอาไปเก็งกำไรหรือ
ขายต่อในภายหลัง ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของชื่อตัวจริงได้ ซึ่งสหรัฐนั้นดูเหมือนจะมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นค่อนข้างมาก
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น เรื่องดังกล่าวคงยังไม่มีข้อสรุปออกมาที่ชัดเจนในขณะนี้ซึ่งเมื่อมีข้อสรุปออกมาไม่ว่าทางไดทางหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะเป็นการสายเกินแก้ไปหรือไม่
เพราะปัจจุบันชื่อโดเมน ในอดึตที่ได้จดกันไปก็ค่อนข้างมีจำนวนมากชนิดนับไม่ถ้วน กฎหมายที่จะออกมาหากมีผลย้อนหลังก็คงได้มีการฟ้องร้องกันอีรุงตุงนัง แต่ถ้าออกมาเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้ในอนาคต ก็ดูเหมือนว่าอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้
ก็อย่างที่บอกชื่อดี ๆ ตอนนี้มันไม่เหลือให้พวกที่มาทีหลังได้เป็นเจ้าของแล้ว
แหล่งที่มา :- Telcom Journal ฉบับที่ 283 ปีที่ 8
วันที่ 20 ธันวาคม - 26 ธันวาคม 2542 หน้า 26
TOP
|
|
|
|
|