ท่านพร้อมจะเป็นพ่อค้าบนอินเตอร์เน็ตแล้วหรือยัง
มีคำกล่าวเปรียบเปรยว่าถ้าหากท่านเป็นนักธุรกิจอยู่ในขณะนี้แล้วยังมิได้หันมาศึกษาทำความเข้าใจ และเริ่มแสวงหาหนทางในการขยายกิจการของท่าน
ทางสื่ออันใหม่ คือ "อินเตอร์เน็ต" แล้วแสดงว่าท่านกำลังวางแผนธุรกิจเพียงแผนเดียว คือท่านกำลังกะจะเลิกกิจการของท่านในเวลาอันไกล้นี้อย่างแน่นอน ความจริงคำพูดดังกล่าว
เมื่อไตร่ตรองดูแล้ว ก็มิได้ไกลจากความเป็นจริงสักเท่าไหร่นัก เพราะเป็นการชี้บ่งให้เห็นถึงความสำคัญของระบบการซื้อขายสินค้าหรือบริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งยิ่งนับวันยิ่งเข้ามามีบทบาท
ในชีวิตประจำวันของพวกเราเองมากยิ่งขึ้นทุกวัน ในที่สุดแล้วการใช้อินเตอร์เน็ตก็จะกลายเป็นเสมือนการใช้สาธารณูปโภคอีกประเภทหนึ่งเช่นเดียวกับการใช้น้ำประปา ไฟฟ้า และโทรศัพท์ในที่สุด เมื่อ
มีอินเตอร์เน็ตใช้กันอย่างแพรหลายในประเทศแล้ว โอกาสที่จะทำการค้าขายสินค้าบนเครือข่ายนี้สำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศก็จะมีมากขึ้นไปเป็นทวีคูณ แต่เมื่อยังไม่มีวันดังกล่าว ก็มิได้หมายความว่า
ท่านจะนั่นนิ่งดูดายอยู่ได้ เพราะมีลูกค้าที่อยู่นอกประเทศอีกนับล้านที่พร้อมที่จะซื้อสินค้าของท่านรอคอยแยู่แล้ว
ในการเริ่มเข้าสู่ธุรกิจการค้าขายบนอินเตอร์เน็ตให้ประสบความสำเร็จได้นั้น มีปัจจัยหลักเพียงสองปัจจัยเท่านั้น ปัจจับแรกได้แก่ ความสามารถของท่านในการเลือกแฟ้มหาจุดเด่นหรือความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ของท่าน
ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ถูกกว่า เรื่องของคุณภาพที่สูงกว่า หรือเป็นสินค้าที่ไม่สามารถจะหาซื้อได้ทั่วไปเป็นต้น เนื่องจากการแข่งขัน
ระหว่างร้านค้าบนอินเตอร์เน็ตนั่น ก็มิได้ยิ่งหย่อนลงไปกว่าการตั้งร้านบนดินแต่อย่างได ในทางตรงกันข้ามอาจมีการแข่งขันที่เข้มข้นกว่า
อีกก็เป็นได้หากท่านไม่สามารถทำสินค้าของท่านโดดเด่นออกมาได้เมื่อเทียบกับคู่แข่ง โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะลดน้อยลงไป
ปัจจัยที่สองนั้นจะเป็นเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดในการดึงดูดความสนใจของผู้คนให้มายังร้านของท่าน เพื่อเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านขาย ตลอดจนหาวิธีที่จะโน้มน้าวจิตใจของผู้มาเยือนให้ตกลงตัดสินใจทำการซื้อในที่สุด หรือการโฆษณานอกจากการโฆษณา
บนอินเตอร์เน็ตเอง เช่น การเช่าพื้นที่ขึ้นป้าย (Banner) ในเว็บไซต์ที่มีคนรู้จักมากเข้ามาเยี่ยมขมแยะ การเอาที่อยู่ของเว็บไซต์ของท่านไปแจ้งกับโปรแกรมค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต(Search Engines) แล้ว ก็อาจทำบนสื่อดั่งเดิมอื่น ๆ เช่น
หนังสือพิมพ์ นิตยสาร แผ่นพับ ใบปลิว กระดาษรองจานตามร้านอาหารรถเมล์ ป้ายโฆษณาตามท้องถนน เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของท่านเป็นสำคัญ
เมื่อท่านเข้าใจและวางแผนดำเนินงานในเรื่องปัจจัยทั้งสองที่กล่าวมาในขั้นต้นเป็นอย่างดีแล้ว งานที่เหลือสำหรับการตั้งร้านบนอินเตอร์เน็ต จะเป็นเรื่องที่ง่ายดาย เนื่องจากเป็นเรื่องทางเทคนิค ซึ่งหากท่านมิได้มีความชำนาญมาแต่เดิม ก็สามารถปล่อย
ให้เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการ E-Commerce โดยตรงได้ เพื่อให้ท่านสามารถกันมาทุ่มเทกับผลิตภัณฑ์ของท่านโดยไม่ต้องกังวลในเรื่องอื่น
การเลือกเฟ้นใช้ผู้ให้บริการ E-Commerce ที่ดีนั้น สิ่งที่ควรตรวจสอบมีดังต่อไปนี้ ในเรื่องของความสามารถในการ
อนุมัติการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตนั้น ทางผู้ให้บริการที่มีระบบที่ทำได้อัตโนมัติในทันทีตลอด 24 ชั่วไมงหรือเปล่า หรือต้องรอคอยให้รุ่งเช้าก่อนถึงจะมีพนักงานนำข้อมูลมาแล้วจัดการยกหูโทรศัพท์ใปเช็กกับธนาคารทุกครั้งไป บริษัทผู้บริการสามารถให้บริการได้ครบวงจนเพียงได เช่น ในเรื่องของการสร้างโฮมเพจ ใช้โปรแกรมอะไรในการทำแคตาล็อก(Product Catalog)
การนำผลิตภัณฑ์ใส่ในแคตาล็อกนั้น มีเครื่องมือให้ท่านเข้าไปเปลี่ยนแปลงข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชนิดของผลิตภัณฑ์
หรือราคาเองโดยไม่ต้องแจ้งให้ทางบริษัทผู้ให้บริการทำให้แทนทุกครั้งไปหือไม่
ควรตรวจสอบดูรายงานประจำวันที่แจ้งผลการค้าของท่านว่า มีครบถ้วนสมบูรณ์ถูกต้องตามความต้องการของท่านมากน้อยเพียง
ได ผู้ให้บริการสามารถแสดงสถิติของจำนวนคนที่เข้ามาชมร้านได้อย่างละเอียดเพียงได ลงใปในแต่ละร้านของโฮมเพจได้ลุกแค่ใหน
มีการประมวลการเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าให้หรือเปล่า ความรวดเร็วในการโอนเงินจากผลการขายเข้าบัญชีของท่านตลอดจนอัตราค้าบริการว่าคิดในราคาที่สมเหตุผลและเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ นอกจากนั้นยังควรตรวจสอบกรรมวิธีในการดำเนินเรื่องในกรณีที่มีข้อพิพาทโต้แย้งเกิดขึ้น เช่นผู้ซื้อปฏิเสธการจ่ายเงิน ของที่ส่งไปแล้วถึงผู้รับหรือไม่ และมีวิธีตรวจสอบอย่างไร เป็นต้น
ในกระบวนการดังกล่าวท้งหมดนี้ ใครเป็นคนรับความเสี่ยงในส่วนไดบ้าง
เมื่อท่านได้รับคำอธิบายจนเป็นที่พอใจแล้ว ท่านก็มิควรรอคอยอีกต่อไปในการกระโดดลงไปในเวทีใหม่ของการทำธุรกิจในยุคปี 2000 นี้
แหล่งที่มา :- ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 1414 ปีที่ 19
วันที่ 2-4 กันยายน 2542 หน้า 34
TOP
|
|
|
|
|