:: คลิป แก้กรรมด้วยการให้เด็กเอา 2 ที แก้กรรมด้วยการอึบ คลิปแม่ชีธนพร - 2poto.com ::
JV color JV color JV color
Friday, 18 April 2014

Home ห้องนั่งเล่น บ้านคลิปวิดีโอ Video คลิป แก้กรรมด้วยการให้เด็กเอา 2 ที แก้กรรมด้วยการอึบ คลิปแม่ชีธนพร

คลิป แก้กรรมด้วยการให้เด็กเอา 2 ที แก้กรรมด้วยการอึบ คลิปแม่ชีธนพร


34496 views

More from this user :

Uploaded By: thailand. Added on: 27 April 2011. Category:
In this video:

Description



แม่ชีบอกให้ผู้หญิงในคลิปแก้กรรมด้วยการให้เด็กหนุ่มที่มาหลงรักเอา 2 ที

tag:คลิปแม่ชีทศพรสอนแก้กรรม, ทศพร, เทวาพิทักษ์, แก้กรรมกรรม, แก้กรรมให้เด็กเอา2ที, แม่ชีทศพร,คลิปแม่ชีทศพรเอาเด็กสองที,วีดีโอคลิป แม่ชีแก้กรรม,คลิปแก้กรรมของแม่ชี ,แก้กรรมด้วยการให้เด็กเอา2ที ,แม่ชีทศพร เม.ย.2554

ประวิติแม่ชีทศพร
แม่ชีทศพร เทวาพิทักษ์ หรือแม่ชีใหญ่ เดิมเป็นฆราวาสธรรมดาคนหนึ่ง มีชื่อและนามสกุลเดิม คือ นางมาลินี ชัยปกรณ์ เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๑ ได้ใช้ชีวิตทางโลกจนมีบุตรทั้งหมด ๕ คน ทางด้านการเงินถือว่ามีฐานะพอสมควร ประกอบกับมีอาชีพค้าขายได้กำไรดี
สำหรับเหตุของการบวชนั้น แม่ชีธนพร บอกว่า เกิดจากเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก เพราะมีความวุ่นวาย โดยเฉพาะปัญหาทางครอบครัว ปัญหาที่สามีไม่สามารถเข้ากันได้กับผู้เป็นพ่อ ในที่สุดก็ต้องเลิกรากันไป เกิดความทุกข์ใจ จึงได้หัดสวดมนต์ไหว้พระ เอาคุณพระเป็นที่พึ่งมาโดยตลอด กระทั่งได้มีโอกาสรู้จักกับ หลวงพ่อปรีชา วัดเขาอิติสุคโต แล้วก็ได้บวชชีพราหมณ์ เริ่มแรกคิดว่าจะบวชเป็นระยะเวลาประมาณ ๑๐ วันเท่านั้น
ส่วนการเปลี่ยนชื่อจาก มาลินี มาเป็น ธนพร นั้น แม่ชีธนพร ให้เหตุผลว่า ครั้งหนึ่งได้ไปกราบ หลวงพ่อเฮง วัดเขาน้อย จ.ระยอง โดยท่านทักว่าให้เปลี่ยนชื่อจากมาลินี เป็นธนพร ชื่อนี้จะทำให้มีคนรู้จักทั่วประเทศ ครั้งแรกไม่เชื่อเนื่องจากไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้อย่างไร แต่ก็เลยลองเปลี่ยนดู เพราะถือว่าเป็นมงคล เป็นชื่อที่พระท่านตั้งให้ และก็เป็นจริงดังคำทำนายของหลวงพ่อเฮงจริงๆ

ภายหลังได้เข้าสมาธิ ที่วัดเขาอิติสุคโตเพียงวันแรก ได้รับคำแนะนำ จากหลวงพ่อปรีชาให้แม่ชีธนพรและแม่ชีอีก ๕ ท่าน ขึ้นไปบำเพ็ญภาวนาบนเขา ระหว่างแม่ชีธนพรสามารถเข้าสมาธิ ต่อเนื่องยาวนานถึง ๒ ชั่วโมง จิตรวมลงเป็นหนึ่งเกือบได้จตุถฌาณ จากนั้นบังเกิดภาพนิมิตขึ้นมาเป็นฉากๆ
แม่ชีธนพรเล่าว่า เหมือนกับการฉายสไลด์ภาพเข้ามาแล้วถูกเลื่อนออกไปทีละภาพๆ ภาพที่ปรากฏขึ้นในขณะนั้นเป็นเรื่องราวของตัวเองทั้งสิ้น
จังหวะที่เห็นภาพ จิตตัวรู้ ก็อธิบายเรื่องราวของกรรม ให้เข้าใจตามไปด้วยว่า กรรมที่ทำลงไปเป็นผลให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ตามมา เรื่องราวทั้งหมดย้อนไปตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน

ภาพหนึ่งที่เห็นอยู่นั้น ในใจได้ถามตัวเองว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่ ตัวรู้ก็บอกออกมาให้เข้าใจว่า กำลังขโมยเงินคนอื่น แล้วภาพเก่าก็เลื่อนออกไป กลายเป็นภาพใหม่เข้ามาฉายแทน พอภาพใหม่เข้ามาก็ถามอีกว่า นี่อะไร ในใจก็บอกออกมาว่า กำลังพูดให้คนอื่นทะเลาะกัน คำตอบจากในใจสามารถอธิบาย สิ่งที่เห็นได้หมด แสดงว่า ตัวเองนี้แหละที่บันทึกการกระทำต่างๆ นั้นไว้ แม่ชีธนพร เล่าต่อว่า ทุกภาพที่เห็นได้เรียงลำดับแต่เล็กมาอย่างเป็นระเบียบ เริ่มมีสติคิดได้ว่า หากตายลงวันนี้คงมิต้องไปอยู่ในนรกหรอกหรือ
การนั่งสมาธิครั้งแรกนี้มีประโยชน์มาก เพราะทำให้รู้เรื่องกรรมและผลของกรรมเป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกกลัวในการทำชั่วขึ้นมาอย่างจับใจ จิตน้อมนำไปทางธรรมอย่างลึกซึ้ง เห็นภัยในทางโลกชัดเจนมากขึ้น ขณะที่จิตตรึกในธรรมอยู่นั้น เพื่อนๆ แม่ชีที่นั่งกรรมฐานด้วยกันได้ถอนจากสมาธิออกมาหมดแล้ว คงเหลือแต่แม่ชีธนพรเพียงท่านเดียวที่คงเข้าสมาธิอยู่
แม้การบวชชีพราหมณ์ครั้งนี้จะทำให้แม่ชีธนพรได้ความรู้พิเศษจากการนั่ง กรรมฐาน แต่ยังมีกรรมบางส่วนที่เข้ามาขวางทำให้ใจคิดอยากสึก ตอนนั้นได้เปลี่ยนชุด เป็นฆราวาสธรรมดาแล้ว หลวงพ่อปรีชาได้ถามว่า สึกแล้วจะไปทำอะไร แม่ชีก็กราบเรียนท่านว่า จะไปทำร้านอาหาร ระหว่างที่ยืนยันจะสึกนั้น มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
ภายหลังที่ได้กลิ่นคาวประหลาด ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน ทันใดนั้นเองร่างกาย ของท่านก็ไม่สามารถควบคุมได้ ประหนึ่งว่ามีพลังงานบางอย่างที่เป็นอำนาจจิต อันมีพลานุภาพมหาศาลเข้ามาควบคุมร่างกายท่าน ครั้งแรกไม่เข้าใจ พยายามที่จะหันหน้าตรงๆ แต่คอและหน้ากลับบิดไปทางซ้ายที ขวาที จนบิดไปครบสี่ทิศ จากนั้นประกาศตนเองออกมาว่า เป็นพรหม
หลังจากที่องค์พรหมเข้ามาผ่านร่างแล้ว เพียงครู่เดียวก็ปรากฏเป็นดวงจิตพลังงานอื่นๆ ที่ผ่านร่างกายท่านเข้ามาอีกหลายอย่าง ทั้งพญาช้าง พญานาค พญายักษ์ และเทพพรหม อีกหลายองค์ จนกระทั่งองค์สุดท้ายเป็น พระแม่ธรณี
เมื่อองค์พระแม่ธรณีลงมาแล้วรู้สึกด้วยว่า เหมือนมีน้ำไหลออกมาจากบริเวณหน้าผาก จึงเป็นที่มาของการไม่สึกจากแม่ชี ของแม่ชีธนพร ตราบจนปัจจุบัน
สำหรับการตรวจกรรมในอดีตชาตินั้น แม่ชีธนพรบอกว่า ครั้งแรกได้ตรวจดูอดีตกรรมของญาติโยม โดยเริ่มจากการส่องญาณดูหลวงพ่อปรีชาก่อน ดูว่าที่หลวงพ่อปรีชารู้เรื่องราวต่างๆ ของญาติโยมที่มานั้น ท่านรู้ได้อย่างไร นั่งสมาธิครั้งแรกจิตสงบนิ่ง จนเห็นอดีตกรรมของตัวเอง ระหว่างใช้วาระจิตตรวจดูกรรมของหลวงพ่อปรีชานั้น หาได้รอดพ้นข่ายญาณของหลวงพ่อปรีชาไม่ เพราะหลังจากทำวัตรสวดมนต์เสร็จ หลวงพ่อปรีชาก็ตำหนิใส่แม่ชีธนพรว่า มึงแอบดูกูทำไม
หลวงพ่อปรีชาได้เข้ามาสอนแม่ชีธนพร ว่า เอ็งดูแบบนี้ไม่ได้ เรียกว่าเป็นตัณหา คือความอยากดูแบบนี้ไม่บริสุทธิ์ เป็นการอยากไปรู้เรื่องของเขา เมื่อหลวงพ่อห้ามไว้ แม่ชีธนพรก็ยังสงสัยว่า เมื่อเป็นแบบนี้ ทำไมท่านจึงเห็นสิ่งต่างๆ ได้ในเมื่อมันไม่ดี
แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ไม่ได้ซักถามหลวงพ่อปรีชาต่อ ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ ซึ่งหลวงพ่อปรีชาสอนเอาไว้ว่า การรู้ให้เป็นไปโดยการปล่อยวาง ให้รู้เองเห็นเองโดยไม่มีเจตนาความอยากเข้าไปพัวพัน การรู้แบบนี้เป็นการรู้โดยที่จิตเป็นอุเบกขากรรม ตัวรู้รู้โดยบริสุทธิ์เพราะไม่มีตัณหาเข้ามายุ่งเกี่ยว และไม่มีอุปทานใดๆ แอบแฝง
“แม้กรรมจะเป็นสิ่งลี้ลับ เพราะกรรมบางอย่างให้ผลข้ามภพข้ามชาติ เป็นสิ่งที่มนุษย์โดยทั่วไปไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ด้วยวิธีการทางวิทยา ศาสตร์ แต่กฎแห่งกรรมก็ยังเป็นสัจธรรมที่พระพุทธองค์ทรงยืนยัน แม้ว่าการให้ผลของกรรม บางครั้งบางกรณีจะอยู่นอกเหนือความเข้าใจของคนทั่วไปก็ตาม” แม่ชีธนพรกล่าวยืนยัน พร้อมกับอธิบายให้ฟังว่า

..

..

..

Comments
thailand
(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันที่ 3 พฤษภาคม 2554)

คน จำนวนไม่น้อยลุกขึ้นมาตกอกตกใจและต่อต้านเรื่องการแก้กรรมแบบพิสดารของ แม่ชี (?) ชื่อดัง ที่ให้สตรี มีกรรมทั้งหลายไปนอนกับวัยรุ่นผู้ชาย เพื่อให้กรรมที่มีอยู่หมดหรือลดลงไป

ซึ่งก็น่าจะให้ประหลาดใจหรือตกใจอยู่

เพราะถึงจะมีเรื่องนอนหรือไม่นอนกับเด็กวัยรุ่น (ซึ่งคนบางส่วนก็ชอบหรือเชื่ออยู่แล้ว แต่ไม่กล้าประกาศตัว)

โดยตัวของมันเอง การแก้กรรมก็พิสดารเหลือเชื่ออยู่แล้ว

ถ้า กรรมแก้กันง่ายๆ อย่างที่มีผู้พยายามประกาศโฆษณาอย่างทุกวันนี้ คำสอนของศาสนาต่างๆ ไม่ต้องมีก็ได้ ข้อวัตรปฏิบัติที่สอนให้คนทั้งหลายพยายามทำดีก็ไม่ต้องมีอีกเหมือนกัน

เพราะมีกรรมหรือไปทำอะไรไม่ดีไม่งามเมื่อไหร่ ก็ไปหาเด็กมานอนด้วย แล้วกรรมจะหมดไปง่ายๆ

คราวนี้เลยไม่รู้ว่ากรรมเก่าจะหมด หรือจะมีกรรมใหม่เพิ่มขึ้นมาไม่รู้จบ

แต่เมื่อคำสอนของแม่ชีหรือผู้ประกาศตัวในแบบเดียวกันได้รับความเชื่อถือ มีสาวกหรือผู้ติดตามจำนวนไม่น้อย

ก็แสดงว่าในตัวมันเองนั้นขายได้

มีคนจำนวนมากที่พร้อมจะใช้เงินหรืออื่นเข้ามาซื้อ เพื่อล้างกรรมตัวเอง

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ

เพราะไม่ใช่กับกรณีแม่ชีหรือบรรดาผู้มีฤทธิ์ทั้งหลายที่ออกมาทำมาหากินกับความเชื่อเรื่องกรรมของคนอย่างเป็นล่ำเป็นสันเท่านั้น

ยังมีตัวอย่างให้เห็นทนโท่ว่าสังคมไทยพยายามแก้ไขปัญหาการเมืองหรือปัญหาบ้านเมืองด้วยวิธีแก้กรรมอยู่แล้วเป็นปกติ

การ เมืองทำเป็นตัวอย่างให้เห็นอยู่ชัดชัดๆ ว่าเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา แทนที่จะสืบค้นหาต้นเหตุของปัญหาแล้วแก้ไขให้ตรงจุด ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

กลับใช้วิธีแก้กรรมตัดกรรมมาแก้ปัญหาทางลัดแทน

ปัญหาก็ยิ่งไปกันใหญ่

เมื่อ เกิดปัญหาประชาธิปไตย มีคนจำนวนหนึ่งไม่พอใจการใช้อำนาจไม่ถูกทาง (หรือหวาดระแวงเจตนาในการใช้อำนาจไม่ถูกทาง) ของนายกรัฐมนตรีบางคน แทนที่จะอาศัยวิธีการตามระบบหรือกติกาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

ก็ไปอาศัยการใช้อำนาจไม่ถูกทางเข้ามาแก้ปัญหาหรือความไม่พอใจ

ปัญหา ก็ขยายตัวยิ่งๆ ขึ้นไป คราวนี้ไม่จำกัดวงอยู่แต่เฉพาะคู่กรณีหรือสมัครพรรคพวกดั้งเดิมเท่านั้น แต่ทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่ามีปัญหาขึ้นมาด้วย

เหมือนกับกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อๆ มาก็เคลื่อนจากที่จากทางของมันไปด้วย

ยิ่งนานก็ยิ่งผิดทางไปทุกที

มีคำถามว่าเมื่อไหร่จะแก้ไขกันให้ตรงจุดตรงประเด็นเสียที

วันนี้โอกาสที่ว่ากำลังจะมาถึงแล้ว

ถ้ารู้จักสรุปบทเรียน รู้จักจัดการกับกรรมที่ต้นเหตุ ก็ถือเป็นโชคของสังคมไทย

แต่ถ้ายังกลัว ยังมีอคติไม่ว่าจะแบบใดแบบหนึ่ง ยังจะใช้วิธีตัดกรรมกันอีก

ก็ถือเสียว่าเป็นกรรมของสังคมไทย
1079 days ago
 
thailand
รมว.วัฒนธรรมชี้คำสอนแม่ชีทศพรไม่เหมาะ
นิพิฏฐ์ชี้ แม่ชีทศพรสสอนไม่ถูกหลักพุทธ ขอให้หยุดการกระทำ ระบุเป็นการไม่สำรวม ขู่เสนอวัดต้นสังกัดขับออก ขณะที่แม่ชียืนยันมีเจตนาดีสอนเรื่องกฎแห่งกรรม

ขณะที่ แม่ชีทศพร ได้แถลงข่าวสื่อมวลชนที่ วัดพิชยญาติการาม ว่า แต่ละวันมีคนมาปฏิบัติธรรมร่วมพันคน สิ่งที่สอนคือให้มั่นคงในพระรัตนตรัย และสอนเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่ได้สอนเรื่องให้ไปมีอะไรกับใคร แต่กรรมของผู้หญิงคนนี้มีแบบนี้ก็จะช่วยทำให้เขาสบายใจขึ้น ส่วนคลิปที่เผยแพร่คำสอนมีมากกว่า 200 คลิป อยากให้สังคมไปพิจารณาดูว่า ที่ผ่านมาทำงานเพื่อพระศาสนามาตลอด แม่ชีอยู่ในส่วนของแม่ชี และทุกคนที่ดูข่าวเผยแพร่ออกไปที่มีความศรัทธาในตัวแม่ชีไม่จำเป็นต้องเดือด ร้อน ไม่ต้องคิดแทน แม่ชีจะหมดกำลังใจ แต่ยังมีกำลังใจที่จะรับใช้พุทธศาสนา

แม่ชีทศพรกล่าวว่า แม่ชีบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้พาดพิงใคร ไม่มีเจตนาให้ใครเสียหายและคนนั้นยังอยู่ แต่ไม่มีประโยชน์เพราะสังคมได้ลงโทษพิพากษาไปแล้ว แต่อยากให้ดูแม่ชีหลายๆ มุมว่า ได้สอนอะไรไปบ้าง และถามว่ากรรมแก้ได้ไหม กรรมแก้ไม่ได้ แต่เมื่อมาเปิดกรรมช่วยทำให้สบายใจได้ระดับหนึ่ง และไม่ได้ให้ใครมาทำอะไรกันต่อหน้าแม่ชี ถ้าไม่ให้พูดจะไม่พูด เป็นสิ่งที่แม่ชีขออนุญาตและยังบอกด้วยจะออกสื่อทั่วโลก แต่เรื่องนี้ถ้าทำให้ศาสนากระทบกระเทือน แม่ชีต้องกราบขอโทษทุกคนที่ทำอะไรล่วงเกิน แต่ขอยืนยันว่า รักพระรัตนตรัยยิ่งชีวิต และสอนให้คนรู้จักให้ศีลให้ทานคิดดี

ด้าน พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดพิชญาติการาม กล่าวว่า ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว หากมองจากข้อเท็จจริงแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และส่งผลกระทบด้านภาพลักษณ์ทางพระพุทธศาสนาต่อสังคมอย่างกว้างขวาง เรื่องนี้คงต้องตักเตือนให้แม่ชีทศพร ให้ระมัดระวังการพูดบรรยายกับอุบาสกอุบาสิกาทั่วไปด้วย

อย่างไรก็ตามเรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะแม่ชีทศพรใช้คำกล่าวด้วยความ ผิดพลาด ด้วยพูดจากับคนทั่วไป อาจทำให้เผลอพูดจาด้วยการขาดความยั้งคิด ซึ่งเรื่องนี้จะตักเตือนทันที เชื่อว่าไม่หนักหนาอะไร เพราะแม่ชีไม่ใช่คนที่ดื้อรั้น คงจะขอให้แม่ชีปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวทางคำสอน และให้ระมัดระวังในการพูดจาต่อหน้าสาธารณชน
1086 days ago
 
แบ่งปันให้เพื่อน
แบ่งปัน
-

 

 เสนอบทวิจารณ์กระทงด้วย Facebook

โปรดละเว้นการโพสข้อความหรือภาพอันผิดกฎหมาย หรือลบหลู่สถาบันหลักของชาติ ระบบจะบันทึก IP Address ของท่านตามกฎของกระทรวง​หากเราถูกดำเนินคดี ข้อมูลของท่านจะถูกส่งให้ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป 

 

 หมวดหมู่