โพโต้วิชั่น
สมัครสมาชิก เพื่อรับข่าวสาร #คนทำงานร้านเน็ต


#คนทำงานร้านเน็ต




นิยามร้านเน็ต/เกมส์ สำหรับคนที่จะเปิดร้านใหม่ๆ
ร้านให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือที่เรียกว่า อินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เป็นธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาหลังจากเริ่มมีโหนดของ ไอเอสพี. ในต่างจังหวัด ผู้ประกอบการยุคแรก ๆ จะต้องซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ในราคาสูงแต่ก็คุ้มค่าเพราะมีคู่แข่งน้อย

จากการให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเช็คอี-เมล์รับส่ง ตั้งในย่านท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในต่างจังหวัด ก็ขยายมาสู่ตลาดคนไทยโดยเฉพาะวัยรุ่นและนักเรียน

ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจร้านเน็ตเกิดใหม่จำนวนมาก เพราะมีพนักงานบริษัทห้างร้านตกงานจำนวนมาก ยุคแรกแค่ให้บริการอินเทอร์เน็ตสำหรับเด็กวัยรุ่นนักเรียนนักศึกษาเข้าห้องสนทนาหรือ แชต ก็ได้กำไรหลักแสนบาทต่อเดือนแล้ว เพราะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้ายันตีสามของอีกวันก็มี

พัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ไปอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการแสดงผลของเกมส์คอมพิวเตอร์บนเครื่องไม่น้อยหน้ากว่าเกมกล่อง หรือที่เรียกว่า เครื่องเพลย์ (Play Station) ในยุคก่อน ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่จำนวนไม่น้อย ที่เพิ่มส่วนให้บริการเกม เริ่มจากเกมที่นำมาลงในตัวเครื่อง และก้าวสู่เกมออนไลน์เมื่อ 3 ปีก่อน

ปัจจุบัน ธุรกิจที่สามารถทำในห้องแถวขนาดคูหาเดียวอย่างร้านอินเทอร์เน็ตและเกมส์ กลายเป็นของปกติในสังคมไทยไปแล้วเพราะมีให้เห็นในทุกจังหวัด และในตลาดของตัวอำเภอ

แทบจะแยกไม่ออก ระหว่างร้านที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียวกับร้านเกมส์

แต่น้อยรายที่จะรับรู้ว่า ธุรกิจใหม่ที่มาพร้อมกับพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสังคมไทยชนิดนี้ ยังประสบปัญหารุมเร้ามาตั้งแต่ต้น และยังวนเวียนซ้ำซากอยู่จนถึงปัจจุบัน

ภาพแรก- ร้านอินเทอร์เน็ตในยุคแชตหาคู่ มาจนถึงยุคเกมออนไลน์ ถูกมองจากโรงเรียนและผู้ปกครองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็ก ทำให้เด็กนักเรียนหนีโรงเรียน ซึ่งในแท้จริงแล้วก็มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่ขาดจริยธรรมในเรื่องนี้

สารวัตรนักเรียนจังหวัดเชียงใหม่ เคยตรวจสอบพบว่า ร้านเน็ตที่ให้บริการเกมด้วยหลายแห่ง ที่หาช่วยเหลือเด็กนักเรียนหนีเรียน ด้วยการทำที่ฝากรองเท้าไว้ด้านในร้าน จากเดิมที่เด็กต้องถอดรองเท้าเอาไว้หน้าร้านทำให้ง่ายต่อการสังเกต ไม่เพียงเท่านั้นบางร้านยังทำห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า สำหรับเด็กที่ตั้งใจหนีเรียนนำเสื้อผ้าติดตัวมาตั้งแต่เช้า

ภาพทสอง - ร้านอินเทอร์เน็ตและเกมคอมพิวเตอร์ ก็เหมือนกับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไปในประเทศนี้ ที่มักจะ "ไม่ใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์" ในยุคแรกโปรแกรมทั้งเครื่องไม่เว้นกระทั่งระบบปฏิบัติการ ล้วนแต่ไม่มีลิขสิทธิ์ทั้งหมด

ข่าวคราวการจับกุมร้านอินเทอร์เน็ต ละเมิดลิขสิทธิ์มีมาเป็นระยะ ทั้งแบบที่เจ้าของสิทธิ์กลุ่ม BSA มาจับเอง และแบบที่เจ้าของสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยชาวไทยด้วยกันเอง เรื่องดังกล่าวเป็นหนามยอกใจผู้ประกอบการมายาวนาน นับจากมีธุรกิจนี้เกิดขึ้น เพราะบางรายเจ้าของลิขสิทธิ์ใช้วิธีการไม่ถูกต้อง ลอบนำโปรแกรมมาใส่ไว้ขณะที่มาใช้บริการ ต่อจากนั้นก็ย้อนกลับมาจับกุม ขณะที่ผู้ให้บริการเองก็งงว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าว มาอยู่ในเครื่องที่ร้านได้อย่างไร

ส่วยเน็ตเมืองเชียงใหม่

พลอย (นามสมมติ) เจ้าของร้านให้บริการอินเทอร์เน็ตย่านสถานศึกษาเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ เธอยืนยันว่าต้องไม่ใช้ชื่อจริงและห้ามบอกทำเลที่ชัดเจนของร้านเพราะจะมีปัญหาย้อนกลับมาแน่นอน เล่าให้ฟังว่าในยุคแรก ๆ กิจการอินเทอร์เน็ตดีมากเพราะไม่มีคู่แข่งแต่ช่วงปีที่ผ่านมามีการแข่งขันสูง ลดราคาจาก 25 บาท/ชม. เหลือ 20 บ. และล่าสุดชั่วโมงละ 10 บาท

แต่ปัญหาที่แท้จริงของเธอก็คือ ค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อความสะดวก หรือ "ค่าคุ้มครอง" ที่ต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ก่อนหน้านั้นธุรกิจอินเทอร์เน็ตต้องดูแลตัวเอง จากปัญหาลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เคยถูกตัวแทนลิขสิทธิ์ BSA พร้อมเจ้าหน้าที่มาจับกุม ต่อรองราคาจาก 5 หมื่นบาท เหลือ 3 หมื่นบาท ล่าสุดได้เปลี่ยนโปรแกรมทั้งหมดเป็นโอเพ่นซอร์ส สำหรับลูกค้าอินเทอร์เน็ตและพิมพ์งาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกมซึ่งแยกไปเป็น-sensor-ส่วนหนึ่งนั้น ซื้อลิขสิทธิ์จากเจ้าของสิทธิ์โดยตรงอย่างแรกน่าร็อคที่กำลังโด่งดัง เกมชนิดนี้จะต้องใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อให้ลูกค้าเข้าสู่เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการโดยตรง แต่ก็ยังเกิดปัญหาเพราะร้านค้าบางรายตั้งเซิร์ฟเวอร์เถื่อนเพื่อให้บริการลูกค้าเอง เพิ่งจะมีการจับกุมกันเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่กระทรวง ไอซีทีกำหนดเวลาเล่น

ปัญหาเรื่องซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ยังไม่หมด เพราะแม้ว่าเธอจะพยายามทำตัวเป็นพลเมืองดีเท่าที่จะเป็นได้แต่ก็ถูกบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เกมบังคับข่ายพ่วง ลักษณะเดียวกับ เหล้าพ่วงเบียร์ แต่กรณีนี้เป็นการขายพ่วงลิขสิทธิ์เกมที่ลูกค้าไม่ต้องการ

เช่น เกมด้านการจัดการฟุตบอล (ไม่ระบุชื่อเกมและบริษัท) ซึ่งเป็นที่ต้องการของลูกค้า บริษัทเจ้าของสิทธิ์อาศัยความต้องการเกมนี้มาก บังคับขายถึง 2,300 บาทจากราคาที่ควรจะซื้อเกมเดียว 500 บาท/เครื่อง

ในรอบใหม่เกมออนไลน์ที่โด่งดังที่สุดมาในแนวใหม่ ไม่บังคับซื้อเหมือนค่ายอื่นแต่ให้สมัครเป็นสมาชิก แล้วบอกว่าจะจับฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้ง ๆ ที่บริษัท B(นามสมมติ) ยังไม่เคยมีแพกเกจลิขสิทธิ์เกมชนิดนี้เลย เพราะใช้วิธีการเป็นสมาชิก

เธอเล่าว่า เพื่อนที่ทำร้านเน็ตและเกมออนไลน์ที่โด่งดังมาก ถูกจับกุมทั้ง ๆ ที่ซื้อสิทธิ์เป็นสมาชิกถูกต้อง เพียงแต่ใช้ชื่อตามทะเบียนบ้าน ส่วนที่ประกอบการ คือ ร้านนั้นเช่าเขาอยู่ ตัวแทนบริษัทยึดตามทะเบียนบ้านกลายเป็นว่า เพื่อนของเธอถูกจับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ แรกสุดตัวแทนบริษัทนำเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญไปโรงพัก และต้องการเรียกเงิน 1 แสนบาทที่สุดต่อรองเหลือ 5 หมื่นบาท

กรณีร้านอินเทอร์เน็ตและเกมนั้น จะมีปัญหาทั้งทางตรงและอ้อม ทางตรงคือ เรื่องลิขสิทธิ์ และวิธีการจับกุมที่ไม่ถูกต้อง อาจจะมีการสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอจึงระมัดระวังเรื่องการลักลอบมาโหลดซอฟท์แวร์บางตัวลงเครื่องแล้วตลบหลังมาจับกุมอย่างมาก เพราะเคยมีกรณีลักษณะนี้เกิดขึ้นมาทั่วประเทศ

ส่วนทางอ้อม เป็นส่วยเพื่อซื้อค่าคุ้มครอง เพราะว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีส่วนอย่างมากหากเกิดการจับกุมจากเจ้าของสิทธิ์หรือเกิดปัญหา ไม่เพียงเท่านั้นร้านเกมส่วนใหญ่ต้องอาศัยเด็กนักเรียนและวัยรุ่นเป็นลูกค้า จึงทำให้ง่ายต่อการเรียกเงินเพื่อไม่ให้เกิดการพุ่งเป้าจับกุมตลอดเวลา

พลอย เล่าว่า หลังจากที่มีข่าวเกมออนไลน์และมีมาตรการกำหนดเวลาเล่น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเจรจากับเธอด้วยท่าทีเป็นมิตรบอกว่า ช่วงนี้ทางการกำลังเพ่งเล็งร้านเน็ตว่าเป็นที่มั่วสุมของวัยรุ่นไม่เป็นประโยชน์ แม้เธอจะอธิบายว่าทางร้านยินดีทำตามเงื่อนไขทุกอย่างของทางราชการอยู่แล้ว แต่ตำรวจนายนั้นก็พยายามจะขอเงินจากเธออ้างว่า ระยะนี้ตำรวจต้องตรวจตราร้านอินเทอร์เน็ตเป็นพิเศษอยากจะให้ช่วยเหลือเงินพิเศษกับสายตรวจที่ทำงานหนักขึ้น...แน่นอนเธอต้องจ่ายเงินส่วนนี้เพิ่มขึ้นเป็นรายเดือนในช่วงนี้ แต่พลอยไม่เปิดเผยตัวเลขบอกแค่ว่าหลักพัน

การแข่งขันลดราคาชั่วโมงอินเทอร์เน็ตเหลือแค่ 10 บาท และการห้ามเล่นเกมหลัง 4 ทุ่มผนวกกับค่าใช้จ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ พลอยบอกว่าผู้ประกอบการธุรกิจนี้หลายรายกำลังจะอยู่ไม่รอด สำหรับตัวเธอได้ผ่านภาวะคืนทุนมาแล้ว เหลือแต่ว่าจะประคองค่าใช้จ่ายต่อเดือน ทั้งค่าแอร์ตกเดือนละเกือบหมื่นบาท ค่าเช่าเดือนละ 7 พันและ ลูกจ้าง 1 คนให้ได้

กรณีของ "มด" วัย 25 ปีเพิ่งจบการศึกษาไม่นานนักเป็นหุ้นส่วนร้านอินเทอร์เน็ตและเกมส์คอมพิวเตอร์ย่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในทุกๆ เดือนจะต้องจ่ายเงินให้กับตำรวจท้องที่ประมาณเดือนละ 3,000 บาท เพื่อแลกกับความสบายใจในการทำธุรกิจ โดยลักษณะการจ่ายเงินนั้นไม่ได้จ่ายเป็นแบบเงินเดือนที่มารับเป็นประจำทุกช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของเดือน แต่ตำรวจจะมาหาเดือนละ 2-3 ครั้ง แล้วอ้างว่าขอเงินช่วยเหลือไปซื้อของให้เจ้านายบ้าง ไปจัดงานเลี้ยงให้เจ้านายบ้าง หรือเหตุผลต่างๆ นานา ซึ่งก็ต้องจ่ายให้ไปครั้งละ 500 - 2,000 บาท

เขาเพิ่มเติมว่าเงินที่จ่ายให้ตำรวจ ในบางช่วงอาจจะมีการเพิ่มขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวเกี่ยวกับการกวาดล้างการละเมิดลิขสิทธิ์ แหล่งมั่วสุม ตลอดจนข่าวในด้านลบอื่นๆ เกี่ยวกับร้านอินเทอร์เน็ตและเกมคอมพิวเตอร์

เงินที่จ่ายให้แก่ตำรวจนั้น เจ้าของธุรกิจร้านอินเทอร์เน็ต บอกว่าเป็นการจ่ายให้เพื่อการแลกกับความสบายใจในการทำธุรกิจเท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงอาจจะไม่ต้องจ่ายก็ได้ เพราะได้มีการขอใช้ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และเกมส์อย่างถูกต้องแล้ว แต่ก็หวั่นเกรงกับการถูกกลั่นแกล้งที่เคยได้รับฟังมาจากคนอื่น ว่าถูกยัดแผ่นซอฟต์แวร์และเกมละเมิดลิขสิทธิ์ให้

กรณีร้านอินเทอร์เน็ตบางร้านที่ให้บริการเช่าหนังวีซีดี เป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นที่รู้ว่า ธุรกิจชนิดนี้ในเชียงใหม่ มีเครือข่ายผู้ดูแลผลประโยชน์ขนาดใหญ่ระดับผู้มีสีคอยกำกับอยู่

ร้านเช่าวีซีดีซึ่งแท้จริงเป็นมุมให้บริการเล็ก ๆ ย่านมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า ต้องจ่ายเงินให้กับตำรวจภูธร ที่มาจากหน่วยงานใหญ่กว่าตำรวจภูธรจังหวัด เดือนละ 1,500 บาท ที่จะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บเป็นประจำทุกเดือน อย่างไรก็ตามก็เป็นที่รู้ว่า ร้านให้เช่าและจำหน่ายวีซีดีลักษณะนี้จะมีวีซีดี ลามก ทั้งหนังเอ็กซ์ และหนังอาร์แฝงอยู่ด้วย ซึ่งในการเก็บส่วยร้านวีซีดีนี้ ตำรวจภูธรระดับภาค จะดูแลผลประโยชน์เองโดยไม่ผ่านตำรวจท้องที่

ทั้งนี้จำนวนเงินที่แต่ละร้านจ่ายให้กับตำรวจจะไม่เท่ากัน หากเป็นร้านเล็กก็จ่ายน้อยหน่อย ร้านใหญ่ก็จ่ายมากขึ้น ซึ่งจำนวนเงินที่ต้องจ่ายนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 - 2,000 บาท คนในวงการเรียกว่า ส่วยซีดีโป๊
โดยคุณ : เก็บมาให้อ่าน [ เชียงใหม่ ] - [ 7 ก.ย. 2003 , 01:52:32 น. ]

คำแนะนำที่ 1
"ร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่" หรือที่มักเรียกกันสั้นๆ ว่า ร้านเน็ต คาเฟ่ เป็นธุรกิจที่ถือกำเนิดขึ้นและเติบโตขึ้นมาพร้อมๆ การขยายตัวของอินเทอร์เน็ต และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับดอกเห็ด

เมื่อมีการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับที่ไม่ได้มีการศึกษาแนวธุรกิจนี้ เพื่อจัดระเบียบที่ดีมาตั้งแต่ต้น จึงทำให้ธุรกิจเกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรงและใช้ราคามาเป็นอาวุธ โดยเฉพาะร้านที่อยู่ในละแวกเดียวกัน ก่อให้ให้เกิดสงครามราคาย่อมๆ ใครทุนหนาก็อยู่รอดไป ทำให้ทางรอดของธุรกิจเหลือน้อยลงทุกขณะ

ระหว่างนั้นจำเป็นต้องมีการนำกลยุทธ์ทางการตลาดแบบใหม่ๆ เข้ามาใช้เรียกลูกค้า เพื่อให้อยู่รอดได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง หนทางหนึ่งที่ว่าคือ การนำเกมคอมพิวเตอร์ เข้ามาให้บริการเสริมในร้าน ซึ่งนับว่าได้ผลดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยพลิกสถานการณ์ร้านเน็ต คาเฟ่บางแห่ง จากที่กำลังย่ำแย่มาเป็นร้านที่ได้รับความนิยมในย่านนั้นโดยทันที

ต่อมาด้วยวิวัฒนาการของเกมคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถเล่นร่วมกับผู้เล่นคนอื่นๆ ได้บนระบบเครือข่าย ยิ่งทำให้เกมได้รับความนิยมมากขึ้น จนกระทั่งร้านเน็ต คาเฟ่บางแห่งถึงกับให้บริการเล่นเกมเป็นหลัก ส่วนอินเทอร์เน็ตเป็นเพียงแค่บริการเสริมไปเลยทีเดียว

ทว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาเล่นเกม มักจะเป็นเด็กและเยาวชนซึ่งยังมีวุฒิภาวะต่ำ และเกมที่เล่นก็มีทั้งที่ถูกพัฒนาไปในทางที่ดีและไม่ดี ผนวกกับการควบคุมดูแลร้าน ที่มีมาตรฐานแตกต่างกันบางแห่งมีระเบียบที่ดี ขณะที่บางแห่งขาดจริยธรรม ในการดำเนินกิจการ ไม่ใส่ใจและไม่รับผิดชอบต่อปัญหาของสังคม ขอแค่เพียงมีรายได้เข้ากระเป๋าเท่านั้นเป็นพอ ทำให้ร้านเน็ต คาเฟ่ ถูกเหมารวมว่าเป็นแหล่งมั่วสุมของเด็ก และเป็นต้นตอ ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาต่ออนาคตของเยาวชน

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้น มีอีกหลายประเทศที่กำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ประเทศจีน ที่รัฐบาลสั่งปิดร้านเน็ต คาเฟ่ ไปกว่า 3,000 แห่ง เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา (อ้างตามรายงานข่าวของสำนักข่าวซินหัว) เนื่องจากเกรงว่าจะกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น และเห็นว่าเป็นสถานที่เสี่ยงอันตราย เพราะมีร้านอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีทางหนีไฟ หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้พวกวัยรุ่นเข้าถึงสื่อลามก และสื่อความรุนแรงต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตด้วย

จริงอยู่ที่ว่าปัญหาร้านเน็ต คาเฟ่ สมควรได้รับความสนใจจากรัฐบาลให้ยื่นมือเข้ามาแก้ไข และจัดระเบียบอย่างจริงจัง แต่ไม่ควรถึงกับถูกควบคุมหรือกำจัดให้หมดไป การแก้ปัญหาควรเป็นไปในทางสร้างสรรค์ และส่งเสริมเอกชนในเวลาเดียวกัน เพราะร้านเน็ต คาเฟ่ ก็จัดได้ว่าเป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ประเภทหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็ง

น.พ.ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ ที่ปรึกษาและประธานคณะทำงานคณะกรรมการอี-โซไซตี้ เปิดเผยถึง มุมมองของภาครัฐที่มีต่อร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ว่า รัฐบาลเล็งเห็นว่าร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลจะก้าวสู่การเป็นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-กอฟเวิร์นเม้นท์ เพราะร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่เป็นประตูเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยง่าย และมีกระจายอยู่ตามชุมชนทั่วไปอยู่แล้ว ดังนั้นจึงสมควรที่จะมีการจัดระเบียบร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ อย่างจริงจังเสียที

"รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ผมจึงได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ให้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลและจัดการในเรื่องการกลั่นกรองเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต และการจัดระเบียบอินเทอร์เน็ต คาเฟ่โดยเฉพาะ คณะกรรมการชุดนี้จะทำงานอยู่ภายใต้ คณะกรรมการอี-โซไซตี้ กระทรวงไอซีที และมีขนาดเล็ก เพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยจะประกอบด้วยกรรมการประมาณ 8-9 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 3 ฝ่าย คือ ภาครัฐ เอกชน และตัวแทนจากภาคประชาชน"

"คณะกรรมการชุดนี้จะมีหน้าที่ดูแลและจัดระเบียบกิจการอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ให้เป็นสถานที่ที่เหมาะกับเด็กและเยาวชน โดยกำหนดให้มีเวลาทำการและการจัดสถานที่รวมถึงบริการที่เหมาะสม เพื่ออนาคตจะได้ใช้เป็นสถานที่เชื่อมโยง กับการใช้บริการภาครัฐ ซึ่งคณะกรรมการจะต้องมองหามาตรการต่างๆ ที่จะนำมาใช้เป็นแรงจูงใจให้ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ให้ความร่วมมือ เช่น การช่วยเหลือด้านซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ หรือการขึ้นป้ายประกาศเกียรติคุณรับรองว่า เป็นร้านอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยจากทางกระทรวงไอซีทีเป็นต้น" น.พ.ภูมินทร์ กล่าว

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (กระทรวงไอซีที) กล่าวถึงนโยบายการแก้ปัญหาร้านเน็ต คาเฟ่ว่า ส่วนหนึ่งจะมอบหมายให้ น.พ.ภูมินทร์ เรียกประชุมร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ เพื่อหาทางออกร่วมกัน อีกส่วนหนึ่งจะให้บริษัท ทศท.คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามามีบทบาทร่วมในการจัดระเบียบร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ โดยใช้ประโยชน์จากการที่บริษัท ทศท.ฯ เป็นเจ้าของเครือข่ายอยู่แล้ว ด้วยการให้บริษัท ทศท.ฯ เปิดบริการร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ ขึ้นมาเป็นร้านต้นแบบ ที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชนและประชาชนทั่วไป (Clean net) อาจจะใช้ชื่อว่า ทีโอที ออนไลน์ เซ็นเตอร์ (TOT Online Center) ภายในมีบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น บริการรับ-ส่งโทรสาร รับพิมพ์เอกสาร รวมถึงเป็นจุดรับ-ส่งสินค้าอี-คอมเมิร์ซด้วย จากนั้นให้ขยายออกเป็นธุรกิจสาขาหรือ เฟรนส์ไชน์ โดยขายเฟรนส์ไชน์ให้ผู้ที่สนใจในราคาไม่แพง ซึ่งนอกจากจะเป็นการดูแลให้ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ มีมาตรฐานเดียวกันแล้ว ยังเป็นการขยายธุรกิจสร้างความเข้มแข็งให้กับบริษัท ทศท.คอร์ปอเรชั่น ได้ด้วย

ด้านนายชวพงษ์ นัยนะแพทย์ ที่ปรึกษาสมาพันธ์ผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ต (ประเทศไทย) กล่าวในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ว่า เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการที่รัฐบาล จะมาจัดระเบียบร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ แต่ขอเพียงอย่างเดียวให้บุคลากร จากภาครัฐบาลได้ลงมาสัมผัส และศึกษาร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่มีอยู่จริงด้วยตนเองเสียก่อน อย่าเพียงแต่รับฟังจากคนรอบข้างแล้วนำมาสรุป เพราะปัจจุบันร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ส่วนใหญ่ก็สะอาดดีอยู่แล้ว เพราะมีการลงทุนค่อนข้างสูง ภายในต้องมีแอร์เพื่อช่วยยืดอายุเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงไม่สามารถสูบบุหรี่ได้ ส่วนการจัดร้านก็ค่อนข้างเป็นระเบียบ แยกส่วนชัดเจนระหว่างส่วนที่เล่นเกม และส่วนบริการอินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการไม่ให้รบกวนซึ่งกันและกัน และเพื่อให้ผู้คุมร้านสามารถสังเกตการณ์ได้อย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการถูกกลั่นแกล้งในเรื่องลิขสิทธิ์ ด้วยการแอบดาวน์โหลดโปรแกรมลิขสิทธิ์ มาไว้บนเครื่องโดยเจ้าของร้านไม่รู้ตัว

"เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ส่วนใหญ่ก็ต้องการให้ร้านของตนมีระเบียบวินัยอยู่แล้ว เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาวุ่นวายในภายหลัง ส่วนการที่ให้บริการเกมนั้น อยากให้รัฐเห็นถึงความแตกต่างระหว่างร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีเกมกับร้านเกมตู้สมัยก่อน เพราะสถานที่และเกมที่ให้บริการแตกต่างกัน ถามว่าทางร้านต้องการให้ลูกค้ามานั่งเล่นเกมนานๆ หรือไม่ ตอบได้เลยว่าไม่ ร้านต้องการให้ลูกค้ามาใช้บริการเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงต่อครั้งเท่านั้น แต่ต้องการให้มีลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาเพื่อทดแทนกันมากกว่า"

"ถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่ให้บริการเกมด้วยนั้น เป็นแหล่งที่ปลอดภัยกว่าแหล่งอื่นด้วยซ้ำ เพราะภายในไม่มีสิ่งอบายมุข ผู้ปกครองบางรายก็นำบุตรหลานมาฝากไว้ที่ร้านก็มี เพราะถือว่าให้ลูกหลานติดเกมดีกว่าให้ไปเที่ยวที่อื่นที่เสี่ยงต่อการติดยาเสพติด"

"ส่วนเรื่องที่เด็กถึงขั้นขโมยเงินพ่อแม่ หรือแอบหนีที่บ้านออกมาเล่นเกมนั้น หากเปรียบร้านเกมเหมือนห้างสรรพสินค้า ถามว่าเป็นหน้าที่ของร้านเกมหรือที่จะต้องดูแลถึงขั้นนั้นหรือไม่ นั่นเป็นส่วนที่ผู้ปกครองต้องดูแลบุตรหลานของตนเอง ร้านเกมทำได้อย่างดีที่สุดก็เพียงแค่สอดส่องดูช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม หรือช่วงเวลาที่เด็กควรเรียนหนังสือ หรือเป็นเวลาที่ดึกเกินไปเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่นอกแถวก็มีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด" นายชวพงษ์ กล่าว

นายชวพงษ์ กล่าวต่อถึงเรื่องการกำหนดเวลาทำการ ของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีข่าวว่า จะให้เปิดบริการได้เพียง 22.00 น. ว่า ไม่เห็นด้วยนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงกันทั่วโลก ต้องไม่ลืมว่าเวลาของประเทศต่างๆ ในโลกเหลื่อมกันไป โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ต เป็นสื่อติดต่อกับภูมิลำเนาที่จากมา จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต ในเวลากลางคืน อินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เปิดอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นจึงไม่ควรจำกัดเวลา หากเปรียบกับสถานบันเทิงเทคหรือผับที่ให้ปิดบริการเวลา 02.00 น. ได้ ทำไมจึงให้แหล่งความรู้ปิดแค่ 22.00 น.

"ส่วนการที่ให้บริษัท ทศท.คอร์ปอเรชั่นฯ ให้บริการร้านอินเทอร์เน็ตต้นแบบ เป็นธุรกิจสาขานั้นเห็นด้วยเช่นกัน เพราะปัจจุบันเป็นโลกการค้าเสรีอยู่แล้ว การมีคู่แข่งทางการค้าเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา เป็นการดีเสียอีกทั้งกับผู้ประกอบการด้วยกันและกับผู้บริโภค เพียงแต่ต้องแข่งขันกันอย่างเสรีจริงๆ มิใช่รัฐสนับสนุนให้มีต้นทุนต่ำอยู่รายเดียว" นายชวพงษ์ กล่าว

นับว่าเป็นสัญญาณที่ดี ที่รัฐบาลหันมา ให้ความใส่ใจกับปัญหาร้านอินเทอร์เน็ต คาเฟ่ อย่างจริงจัง เพราะถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ปัญหานี้อาจจะดูเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่จะสั่งสมให้เกิดเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมได้ต่อไป

ทว่า รูปแบบการแก้ปัญหาควรต้องผ่านการศึกษาและวางแผนมาอย่างดี ให้เป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับสังคมและกับผู้ประกอบการได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามผลสรุปต่อไปว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาจะเป็นไปในทิศทางใด สถานการณ์ร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในประเทศไทย จะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับความเข้าใจ ความเอาจริงเอาจังของภาครัฐ และความเข้มแข็งของผู้ประกอบการ ที่รวมกันเป็นส่วนผสมที่พอเหมาะพอดี…


ลลิดา รัตนศรีทัย
r_lalida@thairath.co.th




หมายเหตุ : สกู๊ป IT DIGEST ONLINE ปรับปรุงเฉพาะวันจันทร์ พุธ ศุกร์
โดยคุณ : นิยามของอินเทอร์เน็ตค่าเฟ่ - [ 7 ก.ย. 2003 , 13:26:42 น.]


คำแนะนำที่ 2
เราก็เปิดร้านอินเตอร์เน็ทและเกมส์ มีเกมส์ online อยู่หลายเกมส์ และในช่วงที่ ตำรวจมีการกวดขันเรื่องนักเรียนที่เข้ามาเล่นเกมส์และเป็นแหล่งมั่วสุมของวัยรุ่นนั้น เค้าก็เรียกร้านเน็ทและเกมส์เข้าประชุม พอคล้อยบ่ายก็ออกมาเรียกเก็บส่วยจากร้านเน็ทและเกมส์ที่เข้าร่วมประชุมทุกราย เค้าบอกว่าเป็นค่าของขวัญและกำนันตำรวจ (แม่โครตเลย รู้ว่าเงินน้อย แล้วยังจะเป็นตำรวจทำไมว่ะ สงสัยจะหากินกับของแบบนี้แน่เลยอ่ะ) แล้วพวกนี้ก็มาเก็บตรงเวลาที่บอกไว้ทุก ๆ เดือนเลยอ่ะ ยิ่งกว่าเสียค่าโทรทัศน์เสียอีก (แย่จริงๆ เลยเมืองไทยนี่ หาเงินให้ใครกันแน่)
โดยคุณ : คนผ่านมา - [ 7 ก.ย. 2003 , 19:51:40 น.]


ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
จาก :
email :
icq :
Username :
Password :

รายละเอียด



กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียวครับ....