|
#คนทำงานร้านเน็ต
 | | |  | | | | | เมื่อจะเปิดร้านเน็ต ลองมาฟังเสียง เพื่อนที่เขาเปิดมาก่อนซิว่าเขาให้คำแนะนำอะไรมั่ง
และคุณจะต้องมีความรู้พอสมควร เช่น
- ลงเครื่องเป็น
- รู้ว่าในเครื่องเนี่ย อะไรคืออะไร
- ลงและถอนโปรแกรมต่างๆคล่อง
- ใช้อินเทอร์เน็ตเป็น ค่อนข้างเชี่ยวชาญ
- สอนคนอื่นเป็น
ถ้าได้ประมาณ 5 อย่างนี้แล้ว ลุยเลย ถ้าไม่ได้ ให้หันไปทำอย่างอื่นครับ
จากคุณ : นายยศ - [14 เม.ย. 2545 22:31:32]
กระทู้ของคุณ Panpan hot, มากเลยนะ Post กัน 30 กว่าคน คุณเป็นอีกคนนึง ที่อยากลองของใช่ไหม เข้าตำรา คนในอยากออก ( เพราะรายได้มันไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน ) คนนอกอยากเข้า ( เพราะคิดว่าคนเล่นเต็ม ทั้งวัน รายได้ = ค่า ช.ม. x จำนวนเครื่อง x เวลาช่วงที่มีลูกค้าเต็มร้าน = วันละ หลายพัน ห้าห้าห้า ขำว่ะ ) เอาเป็นว่า ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะเอาเงินไปลงทุนอย่างอื่น จะบอกให้เอาบุญ ลงทุนตอนนี้ ในธุรกิจนี้ มันไม่คุ้มแล้ว ค่าชั่วโมง เก็บชั่วโมงละเท่าไร ถ้าต่ำกว่า 20 บาท อย่าไปทำเลย มีคู่แข่งหรือเปล่า ถ้าคนดันทุรังจะเปิดให้ได้ คุณต้องเปิดให้ใหญ่ ที่สุดในย่านนั้น ลงเครื่อง 50 เครื่อง ขึ้นไป ร้านต้องหรู เพื่อเป็นเจ้าตลาด จะได้ไม่มีเจ้าใหม่ กล้ามาเปิดร้านแข่งกับคุณ ถ้าเปิดเล็ก ๆ แค่ 10 - 20 เครื่อง อย่าเปิดเลย ผมขอร้อง ยกเว้นเงินคุณได้มาฟรี ๆๆ ก็ทุ่มลงไปเลย เงินมันเหลือใช้ ฝากธนาคาร ดอกเบี้ย ก็น้อย ( ดอกก็ไม่พอแดก ) พวกธนาคารมันเอาเปรียบ
1. ค่าลิขสิทธิ์ window เครื่อง ละ 3,600.- บาท
2. เกม CS ของ บีเอ็มมีเดีย เครื่องละ 2,300 บาท มันขายเป็นชุด มี 6 เกม เกมเก่า ๆ ทั้งนั้น
3. เกมอื่น ๆ แกก็ไปหาอ่านเอง ใน เวป EA.co.th แล้ว ก็ Newera.co.th ส่วนของค่าย อีดอก เกม ผู้จัดการเพ้อเจ้อ อย่าไปลงมันเลย ว่าจะไม่แนะนำให้ลงทุน ก็เสือกแนะซะเยอะเลย เสือกสมชื่อเลย
ส่วน สเปค เครื่อง ที่ บอยคุง เขาแนะมาก็ OK ***** ยกเว้น เมนบอร์ด ไอ้ยี่ห้อที่แนะนำมามันห่วยมาก ECS แล้วก็ ของ MSI อีก ไม่ได้เรื่อง เสียบ่อย เสียง่าย ใช้ไม่กี่เดือนก็พังแล้ว เมนบอร์ดต้อง ASUS เท่านั้น แพงกว่า แต่ดี แล้วก็ทนมือทนเท้าพวกลูกค้าทุกระดับ หวังว่าเจ้ากระทู้คงทนอ่านมาถึง ข้อความนี้นะ อย่าลืมว่าถ้าจะเปิดร้าน ต้องเปิดให้ใหญ่ เพื่อเป็นเจ้าตลาด จะได้ ไม่มีใครกล้ามาเปิดแข่งกับคุณอีก เข้าใจไหม ๆๆๆๆๆ
จากคุณ : เสือกไปทั่วทั้งเวป - [15 เม.ย. 2545 10:38:03]
สเปคตามที่เขาบอกมาก็ OK แล้วหล่ะครับ ส่วนเรื่องยี่ห้อก็เลือกเอาที่มีชื่อนิดนีง+service ดีดี ECS ตอนนี้เปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายในไทยแล้ว ห่วยมาก ขอบอก...ผมเคลมบอร์ดมา 4 เดือนแล้วยังไม่ได้เลย ส่วนอุปกรณ์ที่ต้องใช้ นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วต้องมี
1. HUB จะกี่พอร์ตก็แล้วแต่จำนวนเครื่องในร้านคุณผมใช้ SMC 16port
2. การ์ดแลน แต่ละเครื่องต้องมี ผมใช้ของ SMC 10/100อยู่ก็โอเคนะ 600-700บาท แต่ก็มีหลายยี่ห้อให้เลือกอีกเยอะครับ
3. สายแลน ต้องจัดวางเครื่องให้เรียบร้อยก่อนแล้วก็วัดความยาวแต่ละเครื่อง ให้ร้านเขาตัดแล้วใส่หัวให้เลยก็ได้ครับ
4. เครื่อง Server มีหลากหลายวิธีในการแชร์อินเตอร์เน็ตในแลน ผมขอแนะนำสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องระบบแลนมาก่อน คือ ใช้พวกอุปกรณ์พวก Gateway ทั้งหลาย set ง่ายแล้วก็ไม่ต้องเสียเครื่องไปทำเป็น server ผมใช้ ของ webblaster ราคาก็ประมาณ 6,500-7,000.บาท มีหลายรุ่นแล้วแต่จะเลือกระบบเชื่อมต่อ
5. ระบบที่ใช้ในการเชื่อมต่อ มีทั้ง dial 56K , ADSL , Cable Modem , ISDN ก็แล้วแต่กำลัง ราคาแตกต่างกันพอสมควรครับ อ้อ...ควรมี Printer + สแกนเนอร์ไว้ใช้บริการลูกค้าด้วยครับ ไหนๆจะทำแล้วก็ เอาให้ครบเครื่องครับ ขาย diskette รับพิมพ์งาน ฯลฯ
6. ส่วนเรื่องใบอนุญาติถ้าคุณเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตอย่างเดียวไม่ต้องขออนุญาติครับ แต่ถ้ามีเกมต้องขอใบอนุญาติฉายวัสดุเทปโทรทัศน์ ที่กองทะเบียนกรมตำรวจ ติดกับแดนเนรมิตเดิม 250.-/6เดือน อนุญาติให้เปิดได้ถึง 22.00น.(ในกรุงเทพฯ นะครับ)
7. ค่าลิขสิทธิ์ โปรแกรมที่ใช้งานทุกโปรแกรมที่คุณต้องเสีย เช่น ถ้าคุณใช้ windows98SE ราคาก็ประมาณ 3,600 บาท รวม vat 7% ต่อ 1 เครื่อง ถ้าลงเกมก็เฉลี่ยประมาณ 400-500บาท ต่อเครื่องต่อเกม หรือแล้วแต่ข้อตกลงของบริษัทเกมต่าง ๆ
7. รายละเอียดข่าวคราวเรื่องผู้ประกอบการร้านอินเตอร์เน็ตและเกมคอมพิวเตอร์ดูได้ที่ www.thainetclub.com
8. คุณต้องดูทำเลที่ตั้งของร้านคุณดีดีว่าโอกาสที่คุณจะได้กำไรจากร้าน net มากน้อยเพียงใด ก่อนลงทุนควรจะทำแบบสำรวจคนแถวนั้นก่อนก็จะดีครับ เพราะลงแล้วกว่าจะคืนทุนมันนานนะ ราคาคอมฯก็ตกลงทุกวัน คิดจะขายก็คงจะไม่ได้ราคา ไหนจะลิขสิทธิ์โปรแกรมและเกมต่างๆ ที่ต้อง upgrade กันอยู่เรื่อยๆ ถ้าเปิดแล้วมีลูกค้าเยอะ คุณก็ต้องทำใจเตรียมรับสถานการณ์ ที่คุณจะมีคู่แข่งเปิดมาตัดราคาแย่งลูกค้าคุณ(นิสัยคนไทย)
9. คิดให้ดีละกันเพราะตอนนี้ร้าน net ไม่เฟืองฟูเหมือนแต่ก่อน ปัจจุบัน ชม.ละ 15-20 บาท ร้านคู่แข่งแย่งลูกค้าตัดราคากันแบบให้เจ๊งไปด้วยกัน อันนี้ต้องระวัง....เพราะรัฐบาลสมัยนี้เขาไม่ฟังคุณหรอกนะอย่าหวังพึ่งพา...เขาไม่ได้ยิน!!!
ยินดีต้อนรับเข้าร่วมชะตากรรม ..... ขอให้โชคดีครับ
จากคุณ : aatprint@ji-net.com - [15 เม.ย. 2545 18:10:50]
ขอถามเป็นความรู้นะ คุณ pan pan
1.งบลงทุนครั้งแรกคิดไว้เท่าไร
2.ค่าใช้จ่ายรายเดือนคาดว่าจะเป็นเท่าไร
3.รายได้ต่อวันคาดว่าเป็นเท่าไร หรือควรจะต่ำสุดเป็นเท่าไรจึงไม่ขาดทุน
4.หากรายได้เป็นตามคาดแล้วกี่ปีจึงจะคืนทุน
5.หากรายได้ไม่เป็นไปตามคาดแล้วคิดทางหนีทีไล่หรือยัง
6.คุมร้านเองหรือจ้างคน ควบคุมการรั่วใหลได้แค่ไหน
7.บริเวณที่จะเปิดมีร้านมากน้อยแค่ไหน มีลูกค้าล้นหรือเปล่า
ถามเท่าที่นึกได้ตอนนี้ หากคิดผ่านไปแล้วจะดูเรื่องอุปกรณ์
น่าจะเลือกร้านที่มีช่างซ่อมอยู่ในร้านนั้นเลยผมว่ามันซ่อมหรือเคลมทันใจดี และอุปกรณ์ที่ใช้เลือกของที่มีประกันตัวแทนจำหน่ายเช่น d-com compex ฯลฯ เคลมง่ายดี ส่วนสเปค เครื่องนี่ผมว่าคุณคงมีในใจแล้วหละ
จากคุณ : a - [15 เม.ย. 2545 21:41:32]
ถ้าทำเลดี ขอสนับสนุน ตอนแรกเราก็ไม่มีประสบการณ์+ความรู้ มีแต่ทุน+เล็งผลเลิศ ผ่านไป 3ปีตอนนี้ก็กลับกัน ฮิ ฮิ :) เราว่าเจ้าของกระทู้คงมีเหตุผลอะไรในใจที่เวิร์คอยู่แหละถึงได้จะทำ ก็ขอเสนอความเห็นว่า ถ้าไม่เน้นเกมส์ก็ ค่อยๆเพิ่มเครื่องตามจำนวนลูกค้าก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อน ถ้าแนวโน้มดีก็ค่อยเพิ่ม กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กมา chat หรือ ผู้ใหญ่มา check mail ดูเวบ จะได้ตั้งราคาถูก ถ้ามีทำเลทองที่ได้เปรียบคู่แข่งแน่นอน เช่น เป็นที่ตัวเอง และเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีชาวต่างชาติผ่านไปมา ก็แทบไม่ค่อยต้องคิดอะไรเท่าไรแล้ว ทั้ง spec คอม หรืออะไรต่อมิอะไร แต่ถ้าไม่ใช่ ก็เอาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก ถ้าจะให้ดีก็เสียเวลาไปนั่งเล่นร้านเนต ร้านเกมส์แถวนั้นดูสักพักสิ ว่าลูกค้าในร้านเขาเป็นไง เยอะหรือน้อย เผื่อได้ไอเดีย :)
จากคุณ : wiss - [15 เม.ย. 2545 23:13:09]
อยากเปิดก็เปิดเถอะครับหาก บวก ลบ หาร คูณแล้วคุ้ม
ปล. แนะให้ตอนนี้นิยมเกมส์ Onine กันเยอะนะครับ
ยังไงก็ติดเนตเร็วๆไว้ก่อนเป็นดีคำนวนทุนด้วยหละอย่าลืม
ที่สำคัญ ควรศึกษาปัญหาเอาไว้ให้มากๆ
เพราะการเปิดร้าน game /internet ไม่ง่ายและไม่ใช่อย่างที่วาดฝันไว้เท่าไหร่หรอกนะครับ
เอาใจช่วยและขอให้คืนทุนเร็ววันนะครับ
Spec ที่แนะนำก็
http://www.pcmorgan.com/PC_Set/pc1/pc1.html
แค่ หมื่นกว่าเอง
แต่ควรจะเปลี่ยน Board เปลี่ยน VGA ( แต่ถ้าเน้น Ragnarokonline ใช TNT2 ก้อเหลือๆแล้ว )
แต่ควรเป็น duron ครับ เพราะเร็วกว่าCely เห็นๆ
ส่วน board อย่าใช้ ECS เพราะห่วยแตก ใช้ พวก
GiGa บ๊วย หรือ อี Sus ดีกว่าครับ Asus หนะหละ
แล้วพวก จอ ก็ socos ก็ดี Five Star พังเร็วไปหน่อย
Keyboard ก็พวก SUE อึดดี
Mouse แนะ Logitech
ส่วน อุปกรณ์ network นี่สำคัญครับอย่าเห็นแก่ของถูกนะครับ
ตระกูล Surecom Syslink อย่าใช้เด็ดขาดเสียเร็วมากๆ
พวก Linksys หรือ SMC พวกนี้ก็ได้
D-Links ก็พอไหวหากคุณคิดจะหา S/W ราคาใกล้ๆกับ Surecom ก็แนะนำ D-Links ก็ได้แต่ อย่างดีก็ Linksys ครับ Product USA
ส่วน Server ถ้าอยากมีก็หาคอมเก่าๆลง Linux ซักตัวครับ
เร็ว Stable ไม่เสียลิขสิทธิ์ด้วย ( แต่หาคนพอเป็นมาทำก็ดีนะครับ) ลง proxy server ไว้ตัวให้เปิดเวปเร็วขึ้น
หรือหากตัดปัญหาก็ใช้ Ip-share ก็ได้
D-Links ก็okครับ ต่อ 2 ตัว2 isp ได้ หาก set ไม่เป็นอ่านที่
http://www.siamcafe.net/dlink1.html เอานะครับ
ปล. หากจะใช้ ระบบ net แบบ DSL ก็ข้ามไป
หากทำเลดีก็โชคดีเด้อ...
ไปหละ
จากคุณ : MR.Siam@CaFe ( ไม่ login) - [15 เม.ย. 2545 23:38:21]
ว่าจะไม่ตอบ เพราะกำลังเซ็งๆ ...แต่ก็ขอเตือนอีกคน...เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง ไหนๆคุณก็ตัดสินใจแล้ว...
ส่วนใหญ่คนที่ไม่เคยทำมักคิดว่า... ร้านพวกนี้คนเล่นเต็ม... เพราะ
...ดันเข้าไปในช่วงเวลาที่คนเข้ามาเล่นพร้อมกันหลายคนพอดี
...เล่นเกมส์นี่ บางทีพวกเล่นยกกันมาเล่นเป็นกลุ่ม 4 คน มั่ง 5 คนมั่ง คุณเข้าไปพอดี ก็คิดว่าเยอะ แต่หากลองเข้าไปใหม่ อีก 1 ชม. ให้หลัง ร้านที่คุณเห็น อาจจะล้างไม่ต่างจากป่าช้าก็ได้ ...
แนะนำว่าทดสอบตัวเองก่อนดีมั้ย...ไปนั่งเล่นในร้านเน็ตดูซักร้าน เอาร้านที่คุณชอบนะ ที่คิดว่าจะจัดร้านแบบนี้แหละ ทำเลคล้ายๆกัน ลองนั่งตั้งแต่ เช้า ไปจนถึงเย็น วันธรรมดา กับวันหยุด อย่างละวัน (อย่าบอกว่าไม่มีเวลา เพราะถ้าแค่นี้ทนไม่ได้ ก็อย่าทำเลย) แล้วลองนับจำนวนคนเข้ามาเล่นดู ว่าทั้งวันมีเยอะเหมือนกับที่คุณคิดมั้ย แล้วลองคำนวนรายได้... บางทีมันเป็นภาพลวงตานะ ลองทดสอบตัวเองดู ที่แน่ๆ เป็นการทดสอบหูคุณด้วย ว่าคุณทนกับเสียงดังๆ กับเสียงด่าทอได้นานขนาดไหน
อ้อ... ถ้าจะลงทุน ประเภท 30 -50 เครื่อง อย่าเด็ดขาด!!! เพราะถึงตอนนั้น ถ้า...คุณเริ่มรีู้ตัวว่าคุณคิดผิด คุณจะถอนตัวลำบาก... เพราะหนี้กองโตที่คุณเชื่อคนอื่น มากกว่าคนในครอบครัว
นะ...คุณบัณฑิตจบใหม่
จากคุณ : ผ่านมาทีก็อึ้งที - [16 เม.ย. 2545 13:46:37]
ความคิดเห็นที่ 71
ok ยังไงหลสยคนก็แสดงความคิดเห็นมาแล้ว คราวนี้ผมขอมั่งละ : )
ประการแรกเรื่อง ความคุ้มค่าในการลงทุน ต้องดูนี่ครับ
- ปริมาณฐานลูกค้า
- ราคา
- ชั่วโมงการเปิด
3 อย่างนี้สำคัญกว่าทุกอย่างครับ ถ้ามั่นใจก็ถือวาดีแล้วครับ สิ่งทั้งหมดนี้อยู่ที่ทำเล และความสามารถของผู้ประกอบการด้วยครับ
ถ้าคุณรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร และคุยกับเขารู้เรื่อง บวกกับมีความรู้พื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์ เน็ต และเกมส์ มาด้วยถือว่าดีครับ
เห็น บางคนบอกว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น ผมก็เชื่อครับ แต่แนวโน้มของภาคธุรกิจที่เราเข้าไปทำก็กำหนดความยากง่ายของโอกาศที่เราจะทำเงินได้ด้วยครับ เช่น ถ้าเราออกแรง 10 หน่วยเท่ากัน ธุรกิจบางอย่างเราจะได้คืนมา 20 หรือ 30 100 หรือ 0 แล้วแต่ประเภทและแนวโน้มของธุรกิจนั้นๆไปครับ
แต่ปัจจุบัน ธุรกิจร้านเน็ต คาเฟ่ มีปัจจับลบมากขึ้นจากเดิมครับ(มากขึ้นเยอะครับ) เช่น
- ปัญหาลิขสิทธิ์ ทั้ง windows games(หาทางออกได้ 3 อย่างครับ ใช้ open-source ซื้อ หรือ เสี่ยงถูกจับต่อไป)
- ปัญหาทางสังคม ช่วงนี้เริ่มจะถูกมองว่าเป็นแหล่งมั่วสุมแล้วครับ แล้วจะกลายเป็นฐานให้กับตำรวจแย่ๆต่อไป (ถ้าทำร้านเกมส์ต้องทำใจครับ
- เน็ตบ้านราคาถูก เน็ตร้านถ้าต้องต้องเร็ว(ซึ่งแพงครับ)
- ปัญหาการแข่งขัน (อันนี้ผมเห็นว่าใหญ่สุดครับ ธุรกิจนี้การตัดราคามักเป็นทางออกของร้านที่คืนทุนแล้วหรืออยู่ไม่ค่อยได้ ทำอะไรไม่ถูกเด็กเริ่มน้อยลงมักลดราคาครับ )
- ปัญหา เทคโนโลยี และค่าเสื่อมครับ ถ้าคุณไม่คืนทุนภายใน ปีแรกๆก็จะเหนื่อยครับ เพราะคอมพิวเตอร์มันมีการเสื่อม และของใหม่ราคาถูกมักใช้เวลาไม่นานในการออกใหม่ หรือเปิดไปแล้วก็ต้อง upgrade เรื่อยๆเป็นต้น
ผมจึงเห็นว่า ธุรกิจนี้ ทำเล ไม่ดีจริง คนทำไม่แน่จริง ตอนนี้ไม่ควรทำครับ ทำกิจการให้อยู่ได้ไม่ยากครับ แต่จะให้ได้กำไรนี่อีกเรื่องครับ (ถ้า ปีที่แล้วหรือก่อนหน้านั้นจะแนะนำมากครับ)
ok สมมุติว่าคุณจะทำ อย่างแรกต้องหัดไปเล่นเกมส์และเน็ตตามร้านบ่อยครับ แล้วดูว่าเราจะทำได้ดีกว่าเขาได้ไหม จากนั้นหาหนังสือเรื่อง คอมมาอ่านบ้างครับ และหาซื้อหนังสือเรื่อง network ในร้านเน็ตที่หาได้ไม่ยากมาศึกษาไว้ คุณจะรู้เองครับ
คราวนี้มาเรื่อง spec เครื่อง
ผมแนะนำ duron ที่ถูกสุดในตลาดตอนนี้ครับ เพราะมันใช้ได้ดีแล้ว กีพอ800-850 ถ้ามีก็พอแล้วครับ board ผมว่า asus ดีที่สุดครับ ปัญหาจุกจิกไม่มี สมัยนี้ราคาก็ถูกลงมาเยอะแล้วครับ เลือก a7v พื้นๆไปเลยครับ ใช้ได้ดี
ram ดูที่ราคาครับ แต่ร้านผม 256 ครับ (ddr or sd-ram ก็ตามใจครับ) การ์ดจอ geforce2mx 32 mb ครับ(หรือลดลงมาก็ได้ tnt2 32mb ไม่รู้หมดไปยัง) HD 7200 ครับความจุมันมีลิขสิทธิ์มาช่วยลดเกมส์ที่จะลงให้อยู่แล้ว
ok ผมว่าเขียนยาวแล้วนะครับ ร้านผมทำค่อนข้างได้กำไรบ้าง แต่ผมคิดว่าถ้าตัวผมเองกลับมาทำใหม่ตอนนี้คิดว่าคงยากขึ้นมากเลยครับ
ร้านผมมี 40 เครื่อง เปิดมาได้ 13 เดือน คืนทุนในเดือนที่ 11 รายได้ต่อเดือนที่ สองแสน ตอนนี้เป็นแสนหกกว่าแล้วครับ
คิดดูดีๆครับ
trainn@chula.com
จากคุณ : 555 - [17 เม.ย. 2545 02:15:42]
ความคิดเห็นที่ 72
ครับ บอก ตรง ๆ นะครับ ว่า คุณ ช้าไปนิด ครับ แต่ยัง ไม่ สาย ครับ มี หลัก 4 ข้อ นะ ครับ ในการเปฺด ร้านเน็ต
1.ราคา ต้อง ยืน ไว้ ที่ 20 บาท ให้ ได้ ครับ
2.ลิขสิทธิ์ ครับ ต้อง ซื้อทุกตัว
3.ผู้ มี ความรู้ ที่ ไว้ ใจได้ ประจำร้าน ห้าม จ้างช่าง มาทำเป็น ครั้ง คราว เปลื่องค่าใช้จ่าย
4.ทำเลครับ ถ้าอยู่ ในที่ชุมชนครับ จะดี มาก
อื่นๆ เพื่อน ตอบหมดแล้ว
ไงก็ ไป คุย กันที่ prich ห้อง 'คนทำงานร้านเน็ต'
แล้วเจอกัน
kai123456789
จากคุณ : kai999@thai.com - [17 เม.ย. 2545 02:42:10]
กิจการ หนึ่งๆ ที่ประกอบการอยู่นั้น มีภัยคุกคามอยู่ 5 ประการด้วยกัน
1. จากคู่แข่งขัน ที่กำลังดำเนินกิจการเดียวกัน
2. จากผู้ประกอบกิจการรายใหม่ ที่จะเข้ามาในตลาด
3. จาก Supplier (ร้านเน็ต ก็เรื่อง ลอขสิทธิ)
4. จาก Customer (ลูกค้าเปลี่ยนใจ ไม่เข้าร้าน)
5. จาก ผลิตภัณฑ์ทดแทน ( Play station, Game box)
ลองวิเคราะห์กันดู จุดอ่อนอยู่ตรงไหน ก็แก้ตรงจุดนั้น
จากคุณ : MBA มาเองจ๊ะ - [28 มี.ค. 2545 10:10:15]
MBA มาเองจ๊ะ...
ความรู้ที่ได้จากชั้นเรียน กับปรสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติงานในสถานการณ์ตลาดที่แท้จริงน่ะ บางครั้ง (หลาย ๆ ครั้ง) มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะจ๊ะ
เธอลืมเรื่องตลาดผูกขาดไปหรือเปล่าจ๊ะ..ดูให้แน่เสียก่อนว่าขณะนี้ใครเป็นต่อ และใครเป็นรอง แล้วมองให้ออกก่อนนะจ๊ะ ว่าฝ่ายเป็นรองจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้หรือเปล่า
ฉันเองอาจไม่เคยเรียนสูงถึง MBA และไม่ได้จบด้านการตลาดแต่ก็มองเห็นถึงช่องว่างจากแนวคิดของคุณนะจ๊ะ..
ไม่ได้ว่ากล่าว หรือค่อนแคะแต่อย่างใด..
ก็แค่อีกความเห็นนึง..จากผู้ด้อยปัญญา
จากคุณ : ผู้ด้อยปัญญา - [28 มี.ค. 2545 10:56:39
ความคิดเห็นที่ 9
คงไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน คุณอย่าลืมนะครับ ว่าไม่ใช่ คนซื้ออย่าง
อย่างเดียวที่จะรวมกลุ่มกัน คนขายก็มีการรวมกลุ่มนะครับ
การค้าถ้าไม่ deal คือไม่เกิดการซื้อขาย ร้านเกมส์ไม่มีเกมส์ใหม่
ใครจะไปเล่น? ตลาดนี้เป็ฯตลาดเปลี่ยนเร็วร้านเกมส์เป็นรองอย่าง
เห็นได้ชัด และยิ่งจะมีสภาพเสียเปรียบมากขึ้น เมื่อ...
1. ผู้นำเข้าเกมส์เป็นระบบเครือญาติกันทั้งนั้น ในขณะที่ร้านเกมส์
กระจัดกระจายแบบยากจะร่วมกันได้ ด้วยหลายปัจจัย
แต่ก็เพื่อความอยู่รอด ไม่เชื่อคุณลองมาเปิดร้านดูก็ได้
1.1 เป็นอะไรที่เปิดง่ายมาก แค่มีเงินก็พอ
1.2 คนจะทำส่วนใหญ่ไปมองที่ช่วงเวลาคนเยอะ
1.3 คนที่ทำไม่ใช่นักธุรกิจ ส่วนใหญ่เป็นพวกตกงานแต่มีเงินบ้าง
ทำให้มองไม่ลึกถึงปัญหาในอนาคต
1.4 ดูแล้วเหมือนกำไรเยอะ แต่จะรู้ว่ามันเป็นอย่างไรก็เปิดไปแล้ว
ค่าเสื่อม ค่าเช่า ค่าดอกเบี้ย ทำเลไม่แน่จริงเปิดแล้วเจ๊งแน่นอน
2. ผลประโยชน์ผู้นำสมาคม ทำให้หาความจริงใจยาก ฟวหกาสด่ำพ
ฟหกสาด่ฟ:-)รพ เมื่อยละ ไปดีกว่า
จากคุณ : GodZilla - [28 มี.ค. 2545 11:31:17]
ความคิดเห็นที่ 17
แล้วแต่ สติปัญญา จะเรียกหา แล้วแต่ใครจะคาดการณ์ เรื่องของธุรกิจ นะจ๊ะ
ถ้าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ การศึกษา เราต่อสู้ถึงที่สุดอยู่แล้ว เตยได้ยินเรื่อง MS ลดให้พิเศษ กับสถานศึกษา ไม๊ ทำมาแล้ว ไม่ใช่ไม่เคยทำ
ธุรกิจ ก็เคยทำ ความรู้พอมี ถึงได้ออกมาพูด ไม่ใช่มาแก้ต่าง แทนใครๆ ทำธุรกิจ มันต้องรู้รักษาตัวรอด ธุรกิจที่ขึ้นเร็ว ลงเร็วอย่างตู้สติ๊กเกอร์ตามห้าง นั่นว่าไง ใครอยู่รอด ใครเจ๊งกันบ้าง มันต้องมวย
ไม่ใช่ทำร้านเน็ต ในช่วงขาลงแบบนี้ พอมันลงแล้วต้องแก้ไข เสี่ยงโชคชะตาไม่ได้หรอก รอให้มาช่วยแก้ แล้วที่ว่าทำไม่ได้ เจรจาไม่ตกลงกันนั้น ใช้ความพยายามเท่าไหร่ไปแล้ว
ขอร้อง ทำธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของความเห็นใจ ในโลกธุรกิจไม่มีใครสงสารใครขนาดนั้นหรอก เอาง่ายๆ ร้านใกล้ๆ บ้านคุณนั่นแหละ ถ้าเขาถูกกฎหมายทุกอย่าง แต่ต้นทุนเขาแพงกว่า เขาก็ภาวนาให้ร้านคุณเจ๊ง ทุกๆๆๆ วัน คุณก็ในทำนองเดียวกัน
คุณจะให้รัฐบาล เป็นนายหน้าซื้อ โปรแกรมให้คุณอย่างนั้นหรือ ??
หรือคุณจะให้รัฐบาลเขาอยู่เฉยๆ เรื่องลิขสิทธิ คุณก็ได้ประโยชน์ไป แต่คนในวงการอื่น ล่ะ เขาไปเจรจาเรื่องอื่นทีไร ถูกต่างชาติพวกนี้ ยกมาเป็นข้ออ้าง ต่อรองกลับมาในทันที นี่คือของจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เรื่องฝัน อย่างที่คิดหรอก
ถ้าคุณไม่เข้มแข็ง เขาก็ฉีด วัคซีนให้ เช่น linux tla, ปลาดาว นั่นไง เห็นผลไม๊ ว่าจริงจัง ในการแก้ปัญหา บ้านเมืองขนาดไหน
กะอีแค่ เกมส์ เล็กๆ มอมเมาอีกด้วย จะให้ทำอย่างไรดี อยากจะรู้ความเห็นเหมือนกัน
ในเมื่อจะทำธุรกิจต่อไป ก็ต้องเข้มแข็ง กล้าพูด กล้าเจรจา แล้วรัฐบาลไม่กลั่นแกลังคุณไหม ก็เปล่าเลย ขอใบอนุญาตก็จ่ายแค่ไม่กี่ร้อยบาท เป็นอันถูกต้อง เปิดเน็ตธรรมดา ก็คุ้มครองเต็มที่อยู่แล้ว
เลิกงอแง เลิกเป็นเด็ก เสียทีเถอะ โตๆ กันแล้ว
แล้วจะเข้ามาอีก........... เพื่อรับความคิดเห็นในประเด็นใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขเท่าที่อำนาจหน้าที่จะอำนวย
จากคุณ : MBA มาเองจ๊ะ - [30 มี.ค. 2545 07:56:50]
ความคิดเห็นที่ 18
วงจรชีวิต ของผลิตภัณฑ์ มี 4 ขั้นตอน
(เดี๋ยวจะเข้าใจว่าทำไม เกมส์มันถึง เปลี่ยน อัตเดตบ่อย เหมือนโปรแกรมของ MS เจ้าการตลาด)
1. ช่วง Introduction ช่วงเริ่มต้น แนะนำออกตลาด ช่วงนี้ต้องใช้ทุนสูง ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ยิ่งช้ายิ่งกินทุน เปลือง (เปิดตัวคนดัง ดารา)
2. ช่วง Growth ช่วงนี้กำลังเจริญเติบโต มีคนเข้าใช้ ซื้อบริการของเรามาก แต่ยังไม่มีกำไรจาก การดำเนินการ จะอยู่ จุดคุ้มทุน (Break even point) ..... ต้องออกโฆษณา โปรโมชั่นก็เพื่อ สร้างจุดสนใจ ให้คนเข้ามาใช้บริการ ต่อเนื่อง
3. ช่วง Mature จุดอิ่มตัว ช่วงนี้จะทำกำไรมากที่สุด เพราะไม่ต้องลงทุนเพิ่มอะไรอีกแล้ว มีเงินสดเหลือในกิจการมาก (จะเอาไปทำอะไรต้องคิดดู) กิจการควรจะต้องให้มัน ดำรงอยู่อย่างนี้ให้นานที่สุด เท่าที่จะนานได้ ..... ออกโฆษณา ก็เพื่อรักษาภาพพจน์อย่างเดียว
4. ช่วง Decline คือเริ่มจะตาย เป็นกราฟขาลง เจ้าของกิจการต้องทำการลดต้นทุน .....ออกโปรโมชั่นหนักๆ เพื่อดึงกลับคืน หรือหาสินใหม่มาทดแทน หรือหากลุ่มเป้าหมายใหม่มาเสริม
คุณลองคิดตามไปดู
ตู้สติ๊กเกอร์ มีวงจรชีวิต ยาวนานแค่ไหน ?
สถานบันเทิงวัยรุ่น แต่ละแห่ง มีวงจรชีวิต ยาวนานแค่ไหน ?
ร้านเกมส์ มีวงจรชีวิต ยาวนานแค่ไหน ?
ร้านเน็ต มีวงจรชีวิต ยาวนานแค่ไหน ?
แล้ว ลองดู น้ำอัดลม สีดำมีวงจรชีวิต ยาวนานแค่ไหน ?
ถามว่าทั้งหมดนั้น ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ใด กำลังมีชีวิต อยู่ในช่วงใด
แล้วจะได้คำตอบว่า ทำไม เกมส์มันเปลี่ยนบ่อย
ทำไม MS มันถึงได้ อัพเกรด บ่อย ออกเวอร์ชั่นใหม่บ่อย
แล้ว MS นะมันทำอย่างไร ให้ตัวมันอยู่ได้ ทั้งๆ ที่ตอนนี้ DOS WIN3.11 ขายก็ไม่ได้ ให้เปล่าคนยังเอาไปทิ้งเลย
คิดจะทำธุรกิจ ต้อง รอบคอบ ทุกธุรกิจ มีวิธีการดำเนินที่เหมือนกัน ต่างในรายละเอียดเล็กๆ และจุดอ่อน จุดแข็งของแต่ละที่
ร้านที่จับลูกค้า ต่างชาติ จ่ายเงินหนักเป็นหลัก ยังไงๆ ก็ยังมีกำไร
มาถึงตอนแล้ว อยากให้คิดต่ออีกนิดนึงว่า ทำห้างประเภท ดิสเคาต์สโตร์ ลด แลก แจก แถม ทุกวัน ยังอยู่ได้ แถมขายของถูกกว่าในตลาด ซะอีก
ทุกๆ สิ่ง ยังมีหนทางเสมอ ถ้ารู้จักการเจราจา........และต่อรอง
จากคุณ : MBA มาเองจ๊ะ - [30 มี.ค. 2545 15:16:45]
ความคิดเห็นที่ 19
อยากจะบอกว่า นี่แหละ การตลาดเสรี แบบที่อยากได้กันมากๆ
ระทุนนิยมนี่ มันระบบปลาใหญ่ กินปลาเล็ก ใครปรับตัวไม่ทัน ก็เสร็จ ไม่เหลือที่ให้ยืน
ภาระนี้มัน หนักหนา แต่ทุกคนก็เผชิญพร้อมๆ กันแหละ เว้นแต่ว่าจะอยู่มุมไหนของสังคม
อยากจะพูดจริงๆ ว่า คุณทำธุรกิจแล้ว ล้มละลาย นี่ ไม่มีใครสงสารคุณหรอก ให้ดิ้นตาย มีแต่ปลอบใจไปเท่านั้นเอง ฉนั้นต้องเข้มแข็ง เจรจาให้ถึงที่สุด
คุณเคยไม๊ ไปเจรจากับใครมากๆ จนฝ่ายโน้นเบื่อเราไปเลย เขาเลยยอม ...... ยอมเพราะเบื่อที่จะมาเสียเวลากับเรา เคยไม๊ ลองดู สักทีซิ แล้วคุณจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการในตอนนั้น ขอให้โชคดี
จากคุณ : MBA มาเองจ๊ะ - [30 มี.ค. 2545 15:35:48]
ความคิดเห็นที่ 20
จากเจ้าของร้านเน็ต ร้านหนึ่งในกทม.
ก่อนอื่นผมต้องขอบอกว่าการแสดงความคิดเห็นนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและจากประสบการณ์จริง
ผมเปิดร้านเน็ตฯ มาได้ประมาณปีกว่าแล้วละครับ ทุกอย่างในร้านถูกต้อง และมีลิขสิทธิ์หมด ซึ่งได้แก่ ลิขสิทธิ์ windows98 และ เกมส์ จากทุกค่ายครบ
ส่วนโปรแกรมพิมพ์งานใช้ ปลาดาว ครับ
ด้วยความที่ผมเคยเขียนโปรแกรมขาย ทำให้ผมรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ คือไม่ต้องการให้ใครมาก๊อป โปรแกรมผมไปใช้เพื่อการหารายได้ฟรีๆ และต้องการทำเงินให้ได้มากที่สุดจากการที่เราลงทุนลงแรงในการสร้างโปรแกรมขึ้นมา
ผมยอมรับว่าคอมฯที่ใช้ส่วนตัวนั้นได้ลงโปรแกรมก๊อป ทั้งหมด เพื่อศึกษา และใช้งานส่วนตัว
แต่สำหรับการเปิดร้านเน็ตฯ&เกมส์ เป็นการหารายได้จากโปรแกรม ผมจึงยอมที่จะเสีย เพื่อให้ได้ ตั้งแต่ผมเปิดร้านมาเป็นเวลา ปีกับอีก 2 เดือน นั้นรายได้ทั้งสิ้น ประมาณ 900,000 กว่าบาท ซึ่งเรียกว่าคืนทุนหมดแล้วก็ว่าได้
ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ร้านเน็ตฯ จะออกมาเรียกร้องอะไร เพราะเราหารายได้จากโปรแกรม ของเค้า
เราลองมองกันอย่างยุติธรรมนะครับ ว่าอย่างพวกพ่อค้าที่ขายเสื้อผ้านอก เค้าก็ต้องลงทุนในการซื้อสินค้ามาขายเหมือนกัน
ถ้าเราเอาแต่ได้ ไม่ยอมเสียเลย มันก็เป็นเรื่องที่แปลกนะครับ
แต่ผมเห็นด้วยกับการที่ออกมาเรียกร้องให้ ราคาลิขสิทธิ์ลดลงบ้าง เพราะมีหลายโปรแกรมที่เรามีความจำเป็นต้องใช้เพื่อความสะดวก
ตอนนี้คงถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐ ควรจะให้การสนับสนุนและส่งเสริม มากๆ กับภาค it ในประเทศ ควรให้ทุนสนับสนุน ทั้งด้านบุคลากร และ เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ดูอย่างประเทศอินเดีย มีบุคลากรเก่งๆ ด้าน Software จำนวนมาก สามารถทำเงินเข้าประเทศปีหนึ่งๆ มูลค่ามหาศาล
สุดท้าย ธุรกิจทุก ธุรกิจ ต้องมีการลงทุน ต้องเคารพกติการ ซึ่งกันและกัน
ปล.ผมรู้จักกับร้านเน็ตฯ อีกร้านหนึ่ง ตอนช่วงธุรกิจรุ่งเรือง เค้าฟันเงินไปมากพอสมควร พอตอนนี้มีการเก็บค่าลิขสิทธิ์ กับไม่ยอมเสีย เห็นว่าไปรวมกลุ่มกันเป็นชมรมอะไรเนี่ย มันไม่น่าจะถูกต้องใช่ไหมครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [30 มี.ค. 2545 18:17:20]
ความคิดเห็นที่ 22
ถึง คุณ MBA มาเองจ๊ะ
จากที่ผมอ่านความคิดเห็นของคุณทั้งหมด รู้สึกว่าคุณกำลังใช้วิชาบริหารการจัดการและการตลาด มาใช้กับกิจการร้านเน็ตฯ&เกมส์
ผมเห็นด้วยบางส่วน และไม่เห็นด้วยบางส่วน
ผมขอท้าวความเรื่องส่วนตัวของผม (คิดเอาเองนะครับ ว่าค่อนข้างประสบผลสำเร็จพอสมควร) สักเล็กน้อยนะครับ
ประมาณปลายปี 2543 ผมเปิดร้านเน็ตฯ โดยความตั้งใจไม่ใช่ตามกระแส (ลองอ่าน ความเห็นที่ 20 ก่อนนะครับ) แรกเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ด้วยความชอบ และอยากเรียนรู้ครับ ร้านผมมีทั้งหมด 16 เครื่องครับ เชื่อหรือไม่ ผมกล้าที่จะคุยเลยนะครับ ว่าผมเนี้ยเป็นคนเดียวที่แทบจะเรียกได้ว่าดั่นดนหาซื้อลิขสิทธิ์ของ Windows และเกมส์ เลยละครับ ทั้งโทรไปสอบถามยังที่ต่างๆ ไปเดินพันทิพย์ จำได้ว่าไปที่ร้านไดโดเสาร์ แล้วมีไม่พอ ของไม่ครบ ราคาสูง ผมต้องไปเปิด Web ค้นหา ดีเลอร์ ของ MS เพื่อติดต่อขอซื้อใช้เวลาอยู่ 3-4 วันกว่าจะได้เรื่อง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่มีข่าวการจับในเรื่องลิขสิทธิ์เลย ซึ่งในตอนนั้นผมคิดแล้วว่า วันนี้ต้องมี (หมายถึงการจับลิขสิทธิ์) อันนี้เป็นส่วนที่ผมคิดว่าเห็นด้วยกับ คุณ MBA มาเองจ๊ะ ว่าเราต้องซื้อโดยไม่เกี่ยงงอนอะไรเพราะเราเข้าสู่ธุรกิจนี้ ต้องว่ากันตามกติกา
ผมเห็นว่า เจ้าของร้านเน็ตฯ&เกมส์ ที่ออกมาเรียกร้องเนี้ยแบ่งเป็น 2 พวกนะครับ คือ
1. พวกที่ไม่รู้เรื่องทางด้านนี้ แต่อยากจะลงทุน ลองทำดู เพราะเศรษฐกิจสมัยนี้มันแย่ครับ ถ้าธุรกิจไหนดูน่าจะดี ก็ต้องทำตามกันละ เพื่อความอยู่รอดครับ แล้วคราวนี้มารู้ทีหลัง ก็เกิดเป็น 2 พวกย่อยอีก คือ
1.1. พวกที่พอรู้แล้ว แต่ไม่รู้จะทำไง เพราะสภาวะของธุรกิจนี้กำลังแย่ คู่แข่งก็เยอะ แต่ลูกค้าอาจเท่าเดิม หรือน้อยกว่า แต่กำลังจ่ายน้อยลงแน่ๆ ขนาดไม่ซื้อลิขสิทธิ์ ยังขาดทุนแล้ว ขาดทุนอีก
1.2. พวกที่พอรู้แล้ว แต่ไม่อยากจ่าย ทั้งที่ ทำเล และกิจการของตัวยังไปได้สบายๆ แต่ก็ยังอาจเป็นได้หลายแบบนะครับ คือ ประเภทต้องการทุนคืนก่อน เรื่องลงทุนเพิ่มค่อยว่ากัน หรือ ประเภท ไม่มีเงินก้อนจ่าย เพราะกู้เค้ามาหรือมีมาลงทุนพอดีอาศัยอยู่อาศัยกินกับกิจการไปเลย เนื่องจากธุรกิจประเภทนี้ มันเก็บเบี้ยหัวแตกครับ
2. พวกที่รู้ทุกอย่างครับ แต่ไม่อยากปันส่วนกำไรออกไป หรือลงทุนเพิ่มให้มันถูกต้อง เรียกง่ายๆ ว่า เอาแต่ได้ นะครับ
แต่ในส่วนเรื่องการตลาด และการบริหาร เนี้ยไม่เห็นด้วยนะครับ วิชาการมันช่วยอะไรไม่ได้เลยครับ
ผมกล้าฟันธงและยืนยันไปเลยนะครับว่า ธุรกิจประเภทนี้จะอยู่รอดสบายๆ ไปอีกนาน แต่ต้องประกอบไปด้วยปัจจัยต่อไปนี้นะครับ (เรียงตามลำดับความสำคัญ คุณ MBA มาเองจ๊ะ จะได้เข้าใจแจ่มแจ้ง)
1. ทำเล (ใกล้หมู่บ้าน คอนโดฯ ไปมาง่าย มีร้านค้าอยู่ใกล้ๆ ด้วย จะซื้อน้ำ ขนม ก็เดินนิดเดียว หน้าร้านมีที่จอดรถ ทั้งรถยนต์, มอเตอร์ไซร์ และจักยาน )
2. การบริการ (คุยเก่ง, อ่อนน้อมถ่อมตน, มองลูกค้าดังราชา, พูดจาไพเราะเสนาะหู, รักเด็ก และใจเย็น)
3. ความรู้ ทั้งเรื่องคอมฯ และเกมส์ (สามารถแก้ไขเครื่องได้ตลอดเวลาเมื่อมีปัญหา และตอบปัญหาเกี่ยวกับเกมส์ได้ทุกเรื่อง ทุกเกมส์ บอกวิธีการเล่น การโกง เกมส์ได้)
เนี้ยคือข้อเท็จจริงของคนมีประสบการณ์ครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [30 มี.ค. 2545 19:43:40]
ความคิดเห็นที่ 24
เรื่องที่จะทำให้ผู้เข้ามาใช้บริการ ก็ ใช้หลัก 4 P's อยู่แล้ว
... ไม่คิดเรื่องนี้ ก็เปิดร้านไม่ได้ เรื่องธุรกิจไม่ใช่เรื่อง แฟชั่น นะ (ไม่อย่างใครคิดอะไรได้ ก็รวย ตายชักเลยซิ เห็นเขาทำตัวเองก็ทำตาม มันไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ต้องคิดตามหลักวิธี)
1. Price ราคา เมื่อเทียบกับคู่แข่งขันในย่ายเดียวกัน
2. Place ทำเลที่ตั้ง เป็นเช่นไร
3. Product ผลิตภัณฑ์ ดี แย่ ขนาดไหน
4. Promotion การคืนกำไรให้กับลูกค้า หรือเรียกคนเข้าร้านเพิ่มเติม
เราเคยเข้าไปใช้บริการ ที่ร้านหนึ่ง ในต่างจังหวัดด้วย มองดูแล้วสิ่งอื่นๆ ก็คล้ายกัน ต่างกันที่ โปรโมชั่น นะ พอเข้าไปนั่งเสร็จเรียบร้อย สักครู่หนึ่งมีน้องเข้ามาถาม จะรับน้ำอะไรดีค่ะ เป็นน้ำหวานธรรมดานี่แหละ แก้วเล็กๆ มีขนมปังปิ้งด้วย 1 ชิ้น เท่านั้นเอง .....
ยังประทับใจไม่หายเลย นึกชมอยู่ในใจว่า เข้าใจลูกค้า มาจนถึงทุกวันนี้ นี่ว่าถ้าผ่านไปอีก จะแวะแน่นอน มิน่าถึงได้เห็นคนเข้าร้านเขา เป็นระยะตลอดเวลาที่นั่งสังเกตุอยู่
ถูกต้องแล้ว " ถ้าเงิน คือพระเจ้า ลูกค้านี่ ยิ่งเทียบได้กับพ่อของพระเจ้าซะอีก" เพราะเป็นคนนำเงินมาให้เรา
แล้วก็ต้องวิเคราะห์ SWOT ด้วย จึงจะอยู่รอดในระยะยาว
... สั้นๆ นะมันพออยู่ได้ทุกรายแหละ เขาเรียกช่วงกอบโกย (สุภาษิตว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก ใช่ไหม .... คนไทยเราใช้กันเยอะ แต่คิดยาวๆ ไม่ถนัดกัน ลองคิดใหม่ ทำใหม่ ทำธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องกอบโกย มันเป็นเรื่องของการทำกำไร จากต้นทุนที่มีอยู่ ใครลดต้นทุนได้มาก อยู่ยาวกว่าแน่นอน)
S = จุดแข็ง เป็นสิ่งแวดล้อมภายใน เราสามารถจัดการได้ทันที
W = จุดอ่อนของเรา เช่นเจ้าของร้านไม่มีความรู้นั่นแหละ เป็นสิ่งแวดล้อมภายในเช่นกัน เราสามารถจัดการได้ทันที
O = โอกาส ที่กิจการจะขยายตัวออกไปได้ (คุณขอเอี่ยวด้วยคน ทำได้ แล้วคนอื่นล่ะ)
T = อุปสรรค หรือภัยคุกคาม ตามที่เขียนไปด้านบนแล้ว มี 5 ประการ เป็นสิ่งแวดล้อมภายนอก เราควบคุมโดยตรงไม่ได้ แต่คาดการณ์ได้เช่นเดียวกัน
... ธุรกิจ ของคุณขอเอี่ยวด้วยคน กำลังอยู่ในช่วง Mature เรียกว่ากำลังทำทำไร สูงสุด ตอนนี้คุณจะมีเงินสดเข้ามาในกิจการมาก
... แต่ถ้าลูกค้า เดิมๆ ตอนนี้ เปลี่ยนใจ เนื่องจากเข้ามาทีไร ก็มีแต่โปรแกรมเดิมๆ คุณจะทำอย่างไร ถ้าไม่ทำอะไร มันก็จะดำเนินต่อไป เป็น Decline คือต้องเลิกกิจการ แต่ช่วงนี้คือช่วงที่ดีทที่สุดของคุณ คุณจำเป็นต้องยืด ระยะเวลาแบบนี้ออกไปให้ที่สุด เท่าที่จะนานได้ ทุกธุรกิจเขาชอบตอนนี้แหละมากที่สุด เช่นกัน
เราว่าคุณเริ่มคิดต่อได้เลย มันเป็นวงจรธุรกิจ
จากคุณ : MBA มาเองจ๊ะ - [30 มี.ค. 2545 21:03:06]
ความคิดเห็นที่ 28
ต้องขอบอกก่อนนะครับว่าความรู้ผมอาจจะไม่เท่ากับคุณ MBA มาเองจ๊ะ แต่ที่ผมให้ความเห็นเนี้ยจากประสบการณ์เพียวๆ เท่านั้นครับ
ผมขอออกความคิดไล่ไปที่ละความคิดเห็นของคุณเลยนะครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่นบ้าง
- จากความคิดเห็นที่ 6 ที่ว่า "อย่าลืมว่า พวกมันก็เชี่ยวชาญเรื่องการตลาด มันก็รู้จุดอ่อน จุดแข็งของร้านคุณเช่นกัน การทำธุรกิจ ต้องเจรจา ต้องต่อรองในทุกๆ ขั้นตอน ท้อไม่ได้ เพื่อผลประโยชน์ของกิจการ" --- คือการตั้งราคาเนี้ย เมืองนอกเค้ามีส่วนด้วย เพราะต้องการให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ทุกประเทศ สืบเนื่องมาจากอัตราแลกเปลี่ยน และตั้งมาก่อนแล้ว ไม่ได้มีใครเค้ามารู้จุดอ่อน หรือ จุดแข็ง ของร้านเน็ตฯ&เกมส์ หรอกครับ และที่ว่า "ถ้าเขาไปซือ้เองเล่นที่บ้าน ก็แพง ไม่มีคนแนะนำให้เล่น คุณรวมกันซื้อมาต้นทุนต่ำกว่า คุณก็ดูแลการตลาดได้ ในส่วนของคุณ (เริ่มมีอำนาจต่อรอง ทั้ง customer และ Supplier)" --- โอโหเนี้ยคุณเล่นยุ ให้ ร้านเน็ตฯ&เกมส์ ผูกขาดตลาด เอาเปรียบผู้บริโภคเลยนะครับ เราอยู่ในระบบการค้าเสรีนะครับ ไม่รู้ว่าคุณเอา บทเรียนที่ไหนมาเขียน แล้วคุณยังจะ Control ทั้ง 2 ฝั่งเลยนะครับ มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับในธุรกิจประเภทนี้ ที่ผมเห็นมาก็มีแต่ธุรกิจประเภทกสิกรรม เช่น โรงสีข้าว เท่านั้น แต่ตอนนี้ภาครัฐก็เข้ามาแทรกแซงเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายครับ อันนี้ผมเลย งง ว่าคุณคิดได้ไงครับ
- จากความคิดเห็นที่ 7 ที่คุณบอกว่า ร้านเน็ตฯ&เกมส์ มีภัยคุกคามอยู่ 5 ประการ อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นภัยคุกคามอย่างไงครับ
"1. จากคู่แข่งขัน ที่กำลังดำเนินกิจการเดียวกัน" --- บังเอิญฝากั้นร้านผม เป็นฝาเดียวกับอีกร้านครับ อย่างที่ผมบอกในความคิดเห็นที่ 22 ละครับ การบริการเป็นสิ่งสำคัญ ร้านผมมี 16 เครื่อง เคยมีคิวรอเล่น 37 คิว บางคนรอ 3 ชม.กว่า ทั้งๆ ที่อีกร้านเครื่องยังมีว่างอยู่ครับ ผมต้องบอกลูกค้าให้ไปเล่นร้านข้างๆ ก่อน ดีกว่ามารอนานๆ ครับ และถึงขนาดว่าร้านแถวนั้น เคยลดราคาลงเหลือ 15 บาท ของผมยังเท่าเดิมคือ 20 บาท เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ยังไม่มีผลกระทบใดๆ กับร้านผมเลยครับ ลูกค้าก็ไม่หนีไปเล่นที่อื่น จนต้องขึ้นราคากันมาเท่าเดิม คือ 20 บาท คนเราเนี้ยบางทีราคาถูกแพง ไม่ใช่ปัญหา สำคัญที่ ถูกใจ มากกว่าครับ ผมว่าหลักจิตวิทยาสำคัญมากในการทำธุรกิจประเภทให้บริการเนี้ย และในปัจจุบันนี้ เรื่องลิขสิทธิ์เนี้ย ร้านแถวนั้นก็มาปรึกษาผม แล้วก็พากันไปซื้อมาไว้ครบหมดแล้ว เรียกว่ามีลิขสิทธิ์หลังผมเกือบปี ซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด จริงๆ ก็เหมือนกับร้านตามห้างฯ นะครับ ค้าขายเหมือนกันอยู่ใกล้กัน ยิ่งมากยิ่งดีครับ มันมองเป็นแหล่งของธุรกิจ เหมือนแถวๆ เกษตร มีอยู่นับ 10ๆ ร้าน อยู่ติดๆ กัน คนก็เฮโลไปเล่น เพราะมันเป็นแหล่งเป็นย่าน นะครับ อันนี้มองออกหรือยังครับว่ามันไม่น่าจะเป็นภัยคุกคามแต่อย่างใดเลย
"2. จากผู้ประกอบกิจการรายใหม่ ที่จะเข้ามาในตลาด" --- มีมาเปิด 2 เจ้า ครับ เปิดได้ 3 เดือน ตอนนี้ปิดไปแล้วครับ และถ้าอยู่กันได้ก็ไม่ใช่ปัญหา ให้มองเหมือนในข้อ 1.
"3. จาก Supplier (ร้านเน็ต ก็เรื่อง ลอขสิทธิ)" --- ผมลงทุนครั้งแรกก็แทบจบแล้วครับ ยกเว้นเกมส์ แต่ก็อีกนั่นแหละ การบริหารร้านเน็ตฯ&เกมส์ เป็นเรื่องสำคัญ คุณต้องรู้ว่าจะซื้ออะไร เท่าไร และแค่ไหน ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อมาลงทุกเครื่องในร้านครับ
"4. จาก Customer (ลูกค้าเปลี่ยนใจ ไม่เข้าร้าน)" --- อันนี้เป็นภัยคุกคามประเภทไหนครับ ผม งง มากครับ ถ้าบริการดี มีจิตวิทยาที่ดี ก็ไม่เห็นมีอะไรเนี่ยครับ ถ้าลูกค้าเปลี่ยนใจไม่เข้าร้าน เราต่างหากที่ต้องปรับปรุงตัวเอง ต้องพิจารณาตัวเอง ก็เท่านั้นครับ
"5. จาก ผลิตภัณฑ์ทดแทน ( Play station, Game box)" --- อันนี้ยิ่ง งง ใหญ่ครับ เป็นภัยคุกคามอะไร บ่อยครั้งที่ผมเบื่อ ผมก็ไปเดินเล่นตามห้างฯ ไปดูหนัง ไปอ่านหนังสือ คนเราเนี้ยทำอะไรอย่างเดียว เดิมๆ ไม่ได้หรอกครับ ไม่มี Play station, Xbox ผมก็ว่าไม่มีใครเค้ามานั่งเล่น เน็ตฯ เล่นเกมส์ อยู่ตลอดเวลาหรอกครับ
- จากความคิดเห็นที่ 17 ที่ว่า "กะอีแค่ เกมส์ เล็กๆ มอมเมาอีกด้วย" --- อันนี้พูดกันไม่จบหรอกครับ ถ้าผมบอกว่า ดีกว่าไปติดยา หรือเอาเวลาไปทำในสิ่งที่ไม่ดีละครับ จริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของร้านเน็ตฯ&เกมส์ แต่ละร้านว่าจัดการยังไงกับลูกค้า บอกให้เด็กรู้ถึงหน้าที่ และรู้ว่าควรเล่นเมื่อไร เล่นแค่ไหน มากกว่าครับ --- และจากที่คุณบอกว่า "ขอใบอนุญาตก็จ่ายแค่ไม่กี่ร้อยบาท เป็นอันถูกต้อง เปิดเน็ตธรรมดา ก็คุ้มครองเต็มที่อยู่แล้ว" --- คือถ้าคุณไม่ขายอะไรในร้าน และไม่ใช้ CD ในการเล่นเกมส์ หรือโปรแกรมอื่นใด คุณไม่ต้องไปจดขอใบอนุญาต อะไรเลยครับ คุณเพียงแต่มี เลขประจำตัวผู้เสียภาษี แล้วไปเสีย ภ.ง.ด.91 ให้เรียบร้อยเท่านั้นครับ ปีละ 2 ครั้ง เนี้ยวันจันทร์ก็หมดเขตแล้วนะครับ ใครยังไม่ได้ไปเสียรีบหน่อยนะครับ โดนย้อนหลังแล้วจะไม่คุ้มครับ จากตรงนี้ผมบอกได้เลยว่าคุณไม่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจประเภทนี้เลยครับ จริงๆ แล้วคุณควรจะศึกษาให้ละเอียดก่อนก็จะดีนะครับ --- แล้วที่คุณบอกว่า "แล้วจะเข้ามาอีก........... เพื่อรับความคิดเห็นในประเด็นใหม่ เพื่อนำไปแก้ไขเท่าที่อำนาจหน้าที่จะอำนวย" --- อันนี้ไม่ทราบว่าคุณทำงานในองค์กรใด เหรอครับ ยังไงก็แล้วแต่คุณควรศึกษาให้ดีก่อน ถ้ามีอะไรสงสัยต้องการจะถาม ผมก็พร้อมจะตอบให้ครับ
- จากความคิดเห็นที่ 18 ผมพอสรุปได้ว่าคุณพยายามเขียนทางวิชาการตลาด ก็อย่างที่หลายๆ ความคิดเห็นที่ไม่เห็นด้วยกับคุณ บอกไว้ว่า ธุรกิจประเภทนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด บางครั้งวิชาการใช้ได้บางครั้งก็ใช้ไม่ได้ครับ ต้องขึ้นอยู่กับสถานะการ และนำประสบการณ์มาใช้ครับ อย่างน้อยคุณน่าจะศึกษาให้ดีก่อนว่าธุรกิจ นี้เป็นมายังไงครับ
- จากความคิดเห็นที่ 19 ผมเห็นด้วยเกือบหมดนะครับ ยกเว้นที่ว่า "คุณเคยไม๊ ไปเจรจากับใครมากๆ จนฝ่ายโน้นเบื่อเราไปเลย เขาเลยยอม ...... ยอมเพราะเบื่อที่จะมาเสียเวลากับเรา" --- อันนี้บอกจริงๆ ครับ ผมอายุจะ 40 แล้ว ยังไม่เคยเจอเลยครับ เคยได้ยินแต่ว่าถ้าเค้าเบื่อเรา เค้าก็หนีหน้า หรือไม่ยอมให้เราพบไปเลยครับ อาจจะมี หรือ คุณอาจจะเจอก็ได้ อันนี้ผมไม่รู้ครับ
ปล.ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ไม่ได้ชวนทะเลาะครับ เพียงแต่ผมมีความเห็นแย้งกับคุณในหลายประเด็นก็เท่านั้นครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [31 มี.ค. 2545 09:27:43]
ความคิดเห็นที่ 29
ไอ้ผมเองก็เรียนมาน้อย ทำงานก็ยังไม่นาน ผมก็แค่อยากจะบอกคุณ 'MBA มาเองจ๊ะ' ว่า น่าจะได้สัมผัสกับปัญหาที่ต้องพบจริง ๆ ด้วยตัวเอง เพราะจะเป็นการเสริมความรู้ชั้นยอดเลยทีเดียว (บวกกับที่ตัวเองมีอยู่แล้ว จะดีมาก ๆ) อย่างคุณ'ขอเอี่ยวด้วยคน' เนี่ยมีหลายประเด็นที่ผมเห็นด้วย เพราะจะบอกว่า นิสัยคนไทยเนี่ยไม่ไช่ว่า theory พวกนั้นจะ apply ได้เสมอไป
คุณอ้างถึง BCG Model เนี่ย แล้วคุณเอาตู้สติกเกอร์ไปเปรียบกับน้ำอัดลมสีดำ มันเปรียบกันได้ที่ไหนล่ะคู้นน... เค้าถึงต้องมีการแบ่งประเภท product ไงล่ะครับ
คุณอ้างถึง 4P's ผมก็อยากจะบอกว่า บางครั้ง (และอีกหลาย ๆ ครั้ง) ที่มันไม่ได้เป็นไปตาม theory มีหลาย factor ครับที่คุณน่าคิดถึง ร้านที่เปิดตามแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้ใช้กัน ใช่ครับ service ดี location ดี แต่ถามว่าราคาเนี่ย พอ ๆ ก้บร้านที่เน้นเกมส์หรือเปล่า ดูร้านตามหน้ามหาลัยก็มีหลาย ๆ แบบ แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้า ทั้ง ๆ ที่อยู่ใน location เดียวกัน
ไอเดียหรือนำแนะนำที่คุณเอามานำเสนอเนี่ย ผมยอมรับว่ามีประโยชน์มากครับ กับหลาย ๆ คนที่อยากจะได้ความรู้เบื้องตันโดยรวมในทางทฤษฎี
เกี่ยวกับร้านเนตนี้ ผมก็มีความคิดเหมือนกันว่าร้านส่วนใหญ่ (ผมพูดถึงทั้ง industry) ได้ "start on the wrong foot" มานานแล้ว ทุกคนเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่จะเปิดเพราะต้นทุนค่อนข้างต่ำ (ไม่ได้คิดเรื่อง ค่าลิขสิทธิ์ตั้งแต่แรกนี่) เพื่อนผมเองก็ทำ ตั้งแต่เรียนอยู่นี่แหล่ะ มีห้องแถวในแหล่งชุมชน ใกล้ป้ายรถเมล์ โอ้ย... สบายเหลือแหล่แล้ว เสียแค่ค่าเครื่องกับค่าแต่งร้านนิดหน่อย พวกค่านำค่าไฟค่ำแอร์เนี่ย เก็บ 20 บาท/ชม. ก็ได้กำไรแล้ว คืนทุนในเวลาอันสั้นจริง ๆ ครับ ผมยอมรับ
PS. No offense, please, for those who've been attacked by my ideas......
จากคุณ : MUIC' 12 (Tanzanite) - [31 มี.ค. 2545 10:28:19]
ความคิดเห็นที่ 30
ขออธิบายขยายความ ในความคิดเห็นที่ 24 ของ คุณ MBA มาเองจ๊ะ อีกสักนิดนะครับเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
เรื่องหลัก 4 P's เนี้ย ผมเรียนมานานแล้ว และก็ลืมๆ ไปพอสมควรครับ อย่างที่ผมบอกนะครับตามความคิดเห็นที่ 22 ผมใช้หลักสามอย่างเท่านั้นเองครับ เท่านั้นจริงๆ ร้านผมถ้าคุณเห็นจะบอกว่าลูกทุ่งๆ ยังไงพิกล คือไม่ตกแต่งอะไรเลยครับ มันไม่สิ้นเปลืองดี ไม่โฆษณาโปรโมท หรือกระทำการใดๆ ทั้งนั้นครับ ผมก็ไม่รู้ว่าจะบอกกับคุณยังไง ถ้าคุณยังยืนยันจะใช้หลักวิชาการมาใช้กับชีวิตประจำวันเนี้ย ยิ่ง SWOT ด้วยแล้วยิ่งไม่เข้าใจ หรือตอนเรียนผมโดด หรือไม่เคยเรียน ยังไงไม่ทราบได้ครับ แต่ไม่เห็นด้วยครับ และที่คุณบอกว่า ผมมีโอกาสที่จะขยายตัวเนี้ย ผมไม่เคยคิดครับ ผมใข้หลักของ ในหลวง ที่พระราชทานให้พวกเรา "พออยู่พอกิน" ครับ เพราะธุรกิจนี้ยังไง คุณก็รวยกับมันไม่ได้ครับ แต่คุณมีกินยาวครับ เครื่องคอมฯ เนี้ยมันมีอายุการใช้งานครับ มันเป็นธุรกิจที่ต้องลงทุนปรับปรุงไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ลงทุนเพียงครั้งเดียวจบ เพราะฉนั้นอย่าคิดเข้ามาทำธุรกิจประเภทนี้เพื่อกอบโกยอย่างเดียว มันทำไม่ได้ครับ
ในเรื่องขาขึ้นขาลงของธุรกิจเนี้ย มันก็ใช่นะครับแต่ไม่ทั้งหมดหรอกครับ คุณเขียนมาเหมือนกับว่าธุรกิจ ทุกธุรกิจเนี้ยมันต้องดำเนินไปเหมือนกันกับตำราเลย อันนี้ไม่ใช่ และไม่จริงครับ อย่างรายได้เนี้ย เคยได้สูงสุด เดือน 90,000 กว่าบาท ต่ำสุด เดือน 30,000 กว่าบาท คุณว่า Movement มันขนาดไหนละครับ และร้านผมไม่ใช่ดีที่สุดนะครับ มีร้านน้องที่ต่างจังหวัด ที่ผมไปแนะนำการบริหารงานให้ เค้าเคยได้เดือนสูงสุด เนี้ย 140,000 ครับ จริงๆ มันไม่มีอะไรเป็นผลกระทบหรอกครับ อย่างที่ผมบอกไว้ในความคิดเห็นที่ 28 ครับ คนเราเนี้ยทำโน้นทำเนี้ยไปเรื่อยๆ ยิ่งตอน รถกระป๋องกำลังฮิต ถามใครดูได้เลยครับ เงียบแสนเงียบ แต่ก็ไม่นาน ก็กลับมาสู่ปกติครับ มันจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่เห็นต้องไปตกใจอะไรเลยครับ
และที่คุณว่า "แต่ถ้าลูกค้า เดิมๆ ตอนนี้ เปลี่ยนใจ เนื่องจากเข้ามาทีไร ก็มีแต่โปรแกรมเดิมๆ คุณจะทำอย่างไร ถ้าไม่ทำอะไร มันก็จะดำเนินต่อไป เป็น Decline คือต้องเลิกกิจการ" --- อันนี้แสดงให้เห็นภูมิความรู้ เกี่ยวกับธุรกิจประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี ว่า คุณไม่มีความรู้เอาเสียเลยครับ ผิดครับผิด คุณคิดผิดอย่างมากมายมหาศาลเลยครับ ปัจจุบันผมซื้อเกมส์ใหม่อยู่เกมส์ ซื้อ 8 กล่อง เล่น 16 เครื่อง ได้แก่ C&C Renegade เชื่อไหมฮิตกันแป๊บเดียว ไม่เล่นแล้ว กลับมาเล่นเกมส์เก่าๆ เหมือนเดิม คือ Counter, Starcraft และ Red Alert2 เท่านั้นครับ แล้วอันที่ว่าถึงขั้นเลิกกิจการเนี้ย มันเป็นไปไม่ได้ครับ ไม่รู้จะบอกอย่างไรแล้วครับ คุณอิงหลักการ วิชาการ เกินไปแล้วครับ ไม่ทราบว่าพึ่งจบมาหรือเปล่าครับ เคยทำงานอะไรมาบ้างหรือยังละครับ แต่ยังไงก็ขอขอบคุณในความหวังดีที่มีต่อชาวเรา ร้านเน็ตฯ&เกมส์ ก็แล้วกันครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [31 มี.ค. 2545 10:29:22]
ความคิดเห็นที่ 31
เออ.... โทษทีเมื่อกี้พูดไม่จบ
จะบอกว่าพอร้านเนต "start on the wrong foot" แล้วเนี่ยตอนเนี้ยมันถึงแก้ลำบากครับ จะไปต่อรองกับใครก็ยากแล้วครับ เพราะว่าดูสถานการณ์มันก็ยังเป็นรอง ในเมื่อเราเคยเอาเปรียบเค้ามาแล้วเนี่ย ถึงตอนนี้จะไปขอร้องเค้ามันก็คงยากแหล่ะครับ
จากคุณ : Tanzanite - [31 มี.ค. 2545 10:42:53]
ความคิดเห็นที่ 36
ดีใจมากนะ
ดีใจมากจริงๆ
นี่แหละ MBA ของจริงนอกห้องเรียน
ทุกธุรกิจ เขาก็ต้องทำแบบที่พูด กันด้านบนหมดนั่นแหละ ธุรกิจเขาจึงจะอยู่ยาว
คือจะต้องรับรู้ เรื่องจริง ที่เป็นของจริงๆ แล้วมันก็สามารถคิดต่อได้ คุณขอเอี่ยวด้วยคนก็ไม่เบา เหมือนกันนี่ เอาใจลูกค้าได้ดี แถมพยากรณ์ล่วงหน้าได้ ( Forcasting ศาสตร์แห่งการคาดกาณ์ เรื่องที่น่าจะเป็น มีตัวเลขคำนวณ ทางทฤษฎี .... ไม่ใช่หมอดู หมอเดา หรือ จินตนาการ)
จากคุณ : Tanzanite - [31 มี.ค. 2545 11:20:45]
เราก็ยอมรับในความเห็นของคุณเช่นกัน เราเข้าใจได้ไม่ผิดหรอก MBA ก็เป็นอย่างนี้ คุณก็เชี่ยวชาญคนหนึ่งเช่นกัน ไม่เหมือนเทคโนโลยีคอมฯ หรือวิทยาศาสตร์ ที่ออกมาตรงตัว เป๊ะ ทุกที
เรื่องอายุ ไม่อยากจะพูด อยากจะบอกสั้นๆ ว่า เรียนจบมา จากช่างกล ด้านอิเล็กทรอนิกส์ แถวผั่งด้านเหนือๆของพระนคร ที่ใครๆ ในสมัยนั้นยอมรับว่าเป็นช่างกลที่ดี ที่สุดแห่งหนึ่ง คำนวณเองก็แล้วกัน
ผลงานก็ เคยไปทำ เกมส์อิเล็กทรอนิกส์ ขายแถวบ้านหม้อ ที่ใช้ต้องพ่วงกับทีวี น่ะ เป็นเกมส์ปิงปอง ตีกันไป ตีกันมา ก่อนที่ Z80 และ Apple II จะออกมานิดหน่อย ไล่ๆ กัน
ตอนนั้นยังไม่มีความรู้ เรื่องการตลาด MBA ตอนนี้มีแล้ว ก็เลยออกมาพูดเผื่อจะมีน้องๆ ทำอยู่จะได้เข้าใจอะไรๆ ที่มันต้องคิดมากขึ้น จะได้อยู่กันยาวๆ
แค่เจอกระทู้นี้ ก็ดีใจที่สุดแล้ว ต่อไปคงจะไปพูดเรื่องทางด้าน เทคโนโลยีมากขึ้น เพราะยังประสบการณ์อีกหลายอย่างที่ จะต้องมาพูดจากัน เพื่อน้องๆ โดยเฉพาะแถวๆ เหนือพระนคร
จบแล้ว ....................................................................ปีด
จากคุณ : MBA มาเองจ๊ะ - [31 มี.ค. 2545 12:04:35]
ความคิดเห็นที่ 37
ขอบคุณ คุณ Tanzanite ครับ
ผมไม่ใช่คนรวยอะไรที่ไหนหรอกครับ เพียงแต่เป็นคนขี้กลัวการเอาเปรียบนะครับ บางครั้งไม่รู้ว่าถ้าไปผ่อนเค้าแล้วจะมีปัญญาใช้เค้าได้ครบหรือเปล่า ชีวิตผมเลยใช้วิธีมีเท่าไรก็เท่านั้น จะเหลือสำรองไว้บ้างครับ จะซื้ออะไรแล้วเงินไม่พอก็ใช้วิธีเก็บเงินไปเรื่อยๆ ครับ ได้ครบเมื่อไรถึงจะซื้อนะครับ บางครั้งอึดอัดเหมือนกันครับ คือต้องต่อสู้กับความอยาก ของตัวเอง พออยากมากๆ ไม่รู้ทำอย่างไง ก็ใช้วิธีนั่งเล่นคอมฯ พอให้ลืมได้ครับ แล้วเป็นคนที่ไม่กล้าหมุนเงินครับ กลัวเป็นหนี้ เพราะเคยมีประสบการณ์แล้วช่วงวัยรุ่นนะครับ เที่ยวเล่นหนักไปหน่อย พ่อแม่ต้องคอยตามใช้หนี้ ไม่ไหวครับ พอมีครอบครัวเลยระวังตัวแจ เลยครับ
อ้อ....ย้อนกลับมาเรื่องลิขสิทธิ์ ต่ออีกนิดนะครับ
อย่างที่ผมกล่าวไว้ในความคิดเห็นที่ 20 ว่าผมเคยเขียนโปรแกรมขาย เลยทำให้ผมให้ความสำคัญกับเรื่องลิขสิทธิ์มากครับ คือจริงๆ แล้วผมจบด้านบัญชีมา ใช้วิธีครูพักลักจำเอาครับ อ่านหนังสือเกี่ยวกับคอมฯ มากๆ อันไหนไม่รู้ก็สอบถามเอา พูดง่ายๆ ผมหลงใหลในคอมฯ มากครับ สมัยก่อนผมเป็นที่ปรึกษาบริษัทฯ อยู่หลายแห่งทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด ชีวิตก็ประสบความสำเร็จพอสมควร แต่มันเหนื่อยนะครับ ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองต้องคอยช่วยแก้ปัญหาให้ชาวบ้านเค้า จนวันหนึ่งโรงงานญี่ปุ่น ได้มาคุย แล้วให้ผมช่วยหาโปรแกรมเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินให้ด้วย ผมไม่รู้จะทำไง เลยลองเขียนขึ้นมาเองโดยใช้ภาษา FoxPro นะครับ ใช้วิธีเขียนไป อ่านหนังสือไป สุดท้ายใช้เวลาทั้งสิ้น เดือนหนึ่งครับ เอาไปให้โรงงาน แล้ว Test อีกเดือนพร้อมทั้งแก้ไขด้วย สรุปได้เงินจากโปรแกรมนั้นมา 90,000 บาทครับ จากนั้นผมมีความรู้สึกว่าผมชอบอะไร และต้องการอะไรในชีวิต ผมถึงได้กระโดดเข้ามาในธุรกิจนี้ อันนี้ผมต้องการจะสื่อให้เห็นถึงความรู้สึกของคนสร้างโปรแกรม และที่ผมให้ความสำคัญกับลิขสิทธิ์เพราะอย่างนี้ครับ เนี้ยถ้าโรงงานญี่ปุ่น มันเที่ยวเอาโปรแกรมผมไปก๊อปแจกให้พวกมัน ผมควรจะมีความรู้สึกอย่างไรดีละครับ
แต่ยังไงผมก็ยังเห็นด้วยนะครับ ที่พวกเราออกมาเรียกร้องเรื่องราคา เนี่ย บางครั้งดูจากตัวเลขแล้วมันเกินไปครับ อย่าง Office เป็นหมื่น มันเกินไปครับ จะเอาค่าเงินเราไปเทียบกับประเทศอื่นคงไม่ไหว ปัจจัยการดำรงชีวิตในแต่ละภูมิภาคมันไม่เหมือนกันครับ
ไม่ใช่ว่าร้านผม รอดตัวไปแล้วเลยจะพูดอย่างไรก็ได้นะครับ ผมเห็นใจครับ เห็นใจทุกๆ คนนะครับ
ตอนนี้ผมก็ปล่อยร้านฯ บ้างแล้ว จ้างเด็กมาดูแลแทน ยังไงมันก็ไม่ดีเท่าเราดูแลเองใช่ไหมครับ แต่ผมกำลังจะทำโครงการใหม่ อาจใช้เวลาเป็นปีๆ ซึ่งผมมองว่าอนาคตมันมี ประเทศเราล้าหลังกว่าคนอื่นเค้าเพราะเราไม่ค่อยคิดจะทำอะไรใหม่ๆ นะครับ ผมอยู่ในวงการนี้มาปีกว่า ผมมองเห็นลู่ทางอันใหม่ต่อจากนี้ และเป็นอนาคตที่ดีทั้งต่อผม และประเทศชาติครับ
อ้อ....แล้วอีกอย่างครับ ผมบอกได้เลยว่า ร้านเน็ตฯ&เกมส์ ยังอยู่ได้อีกนานครับ บริหารจัดการให้ดีๆ มีความจริงใจกับลูกค้าทุกคน อย่าหวั่นไหวกับกระแสใดๆ ภาวะเศรษฐกิจจะส่งผลบ้าง ก็ขอให้ทุกๆ คนอดทนครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [31 มี.ค. 2545 12:17:55]
ความคิดเห็นที่ 39
ผมชอบนะที่พวกคุณถกกันมันดี ก็เกือบกัดกันน่ะ ผมทำร้านประเภทนี้มานานจะ 4 ปีแล้ว ราคาเริ่มจากไหนผมรู้ดี
ผมโม้มั่งนะ เผอิญผมจบวิทยาศาสตร์และจบบริหารการตลาด(ถนัดเศษฐศาสตร์มากกว่า)มาด้วย 2 ใบ คุณ MBAมาเองจ๊ะ ก็พูดถูก โลกธุรกิจก็โหดอย่างนี้แหละ บางธุรกิจก็ฆ่ากันเลย แต่คุณเป็นคนชอบเล่นตามกติกาดีนะ เพราะยึดหลักวิชาการนำหน้า นี่ไม่ได้ถากถางนะ เพราะผมก็ยึดหลักวิชาการมาใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจก่อน จากนั้นก็มาถึงเรื่องนอกวิชาการอีกเป็นเรื่องประกอบกัน(สำคัญพอพอกันเลยนะจะบอกให้) และเป็นตัวทำให้ผมประสบความสำเร็จอย่างที่ผมเองก็ยังไม่เชื่อตัวเองว่าทำได้ (เริ่มจากตกงาน เงินทุนหมื่นกว่าบาทและอนาคตมืดมน 3ปีกว่าให้หลัง มีทรัพย์สินกว่า7.5ล้านบาท)
ผมเห็นหลายคนคัดค้านคุณ MBAมาเองจ๊ะ เพราะพวกเขาได้ความรู้ทางการตลาดจากชีวิตจริง ซึ่งหลากหลายรูปแบบ แต่ไม่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าสะเปะสะปะ เหมือนคนจีนรุ่นเก่าค้าขายกัน ดีบ้าง ร้ายบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่าวิธีแบบโบราณนี้เสี่ยงมากมาก (บอกเลยว่าโอกาสจะประสบผลสำเร็จมีไม่เกินครึ่ง) ซึ่งคุณ ขอเอี่ยวด้วยคน เป็นหนึ่งในคนที่สำเร็จ แต่คนอื่นล่ะ?
แต่ความจริงก็คือความจริง หลักวิชาการก็คือการรวบรวมเอาประสบการณ์ด้านการตลาดที่สะสมกันมาเป็นพันปี จากทุกทุกมุมโลกมาให้เราเรียนกัน ดังนั้น ความถูกต้องต้องเกินกว่า 90 เปอร์เซ็น ดังนั้น หลักวิชาการจึงต้องนำหน้าก่อน แต่........
แต่ความจริงก็คือความจริง ตำรามักจะพูดแต่เรื่องที่ถูกกติกาไว้ก่อน จริงจริงแล้วของนอกตำรามีอีกครึ่งนะครับ ซึ่งตรงนี้ผมในตอนแรกแรกของชีวิตการทำงานถึงกับรับไม่ได้ แต่ก็ต้องรับให้ได้ถ้าคิดจะอยู่ให้รอดบนโลกใบนี้ ( คิดถึงชาล ดาร์วินจัง ขอบคุณครับ ชาล) เช่น การยัดใต้โต๊ะ ซึ่งรู้กันอยู่ว่าได้ผลกว่าโฆษณา และวิธีการตลาดที่มีเรียนกันในบางครั้งใช่ม๊ะ อิทธิพลทางการเมืองและการทหารซึ่งมีผลกับธุรกิจบางประเภทมาก(เช่นบริษัทขายอาวุธสงคราม ) และตลาดเองก็มีการพัฒนาไปตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคด้วยจริงม๊ะ
ตอนนี้ผมเลิกร้านเน็ทและเกมส์ไปเกือบหมดแล้ว(หลังจากโกยกำไรไปอื้อ) เหลืออยู่แค่ 1 ร้าน และก็ซื้อของถูกกฏหมายหมด(ให้เขาบ้าง) ผมเห็นว่าผมเอาเปรียบบริษัทMSและบริษัทอื่นมานานพอแล้วก็เลยต้องซื้อบ้าง
แต่ผมก็ไม่โง่ที่จะจ่ายหมดหรอกครับ เพราะผมก็รู้ว่าที่MS
ปล่อยให้ละเมิดลิขสิทธิ์กันมานานนับสิบปีก็เพราะเป็นยูทธวิธีทางการตลาดแบบหนึ่ง ซึ่งคุณ MBAมาเองจ๊ะ กับ คุณ ขอเอี่ยวด้วยคน คงจะทราบดี คือ ปล่อยให้ใช้ของก็อปปี้จนกลายเป็นที่นิยมและเป็นมาตรฐาน จนขาดไม่ได้ซะก่อน(เข้าไปครองพื้นที่ทางการตลาดให้มากที่สุดก่อน โดยยินยอมให้ละเมิดลิขสิทธิ์) จากนั้นก็ใช้อำนาจทางการเมืองของรัฐบาลของเขามากดดันรัฐบาลเรา(กดไม่ยากเลย) ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าเขายอมมมมมให้เราละเมิดเพื่อหวังผล ผมก็ใช้สิ ไม่ต้องจ่ายสักแดง กำไรดีด้วย พอประมาณว่าตลาดบูมมมมแล้วสุดสุดและถึงเวลาที่เขาจะตักตวงผลประโยชน์คืนบ้าง ผมก็ขายร้านพร้อมทำเลทอง ฟันมาอื้อกะคนที่โลบจนลืมมองว่าเข้าทางของคนอื่นแล้ว
ตอนนี้ผมไปลงทุนในธุรกิจอื่นที่มั่นคงกว่าแล้ว(ยากกว่า และมีเงินอย่างเดียวก็ไม่ได้) แน่นอนว่าในเมื่อผมยึดตำรานำหน้า ผมก็จะต้องไปเรียนต่อโทแน่ พร้อมทั้ง ผมต้องไปดิ้นรนเปิดหูเปิดตานอกประเทศแน่ เพราะผมก็ถือว่าอีกครึ่งหนึ่งตำราไม่ได้บอก
ส่วนคุณ โดนแล้ว(blj) ผมก็ขอแสดงความเสียใจด้วยว่าสถานะการณ์ของคุณตอนนี้แก้ยากมาก ลองมองธุรกิจอื่นที่ลอกแบบกันยากเพราะใช้ความรู้เฉพาะด้านสูงและใช้เงินทุนน้อย โดยลงบนร้านที่คุณเช่าอยู่ก่อนแล้วเพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยงจะดีกว่า ความรู้เฉพาะด้านนี้ก็ต้องขึ้นกับตัวคุณแล้วว่าคุณจะพยายามแค่ไหน อย่าลืมเรื่องทฤษฏีการวิวัฒนาการของ ชาล เพื่อนของเราสิ ว่ามีแต่ผู้ที่ปรับตัวได้เหมาะและดิ้นรนเท่านั้นที่จะถูกเลือกให้อยู่รอดต่อไป
จากคุณ : hal - [31 มี.ค. 2545 23:38:53]
ความคิดเห็นที่ 40
ยิ่งอ่านก็ยิ่งได้ความคิดในแง่ทั้งทางวิชาการและก็การประยุกต์มากมายเลยครับ แต่ละคนเก่ง ๆ ทั้งนั้นผมยอมรับจริง ๆ
ตัวผมเองก็มีความรู้ไม่มากแต่ชอบที่จะมานำเสนอความคิด (ถูกบ้างผิดบ้าง) และก็ในเวลาเดียวกัน รับเอาความคิดของหลาย ๆ คนเข้ามาเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวเองบ้าง
เนี่ยแหล่ะครับ เหตุผลที่ผมชอบเข้ามาอ่านที่บอร์ดพันทิพ ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้จะมีกระทู้ไร้สาระมากขึ้นก็ตาม
จากคุณ : Tanzanite - [1 เม.ย. 2545 09:46:50]
ความคิดเห็นที่ 41
ผมก็ดีใจนะครับ ที่เข้ามาในกระทู้นี้ และได้คุยกับคนที่มีความรู้ในมุมมองต่างๆ กันเนี่ย ผมถึงได้สนุกที่จะคุยด้วย ได้เจอทั้ง คุณ MBA มาเองจ๊ะ ที่จุดประกายมุมมองด้านนักวิชาการ, คุณ Tanzanite ที่มองด้วยประสบการณ์บวกกับวิชาการได้แจ่มมาก และเนี่ยยังได้รับทราบอีกหนึ่งมุมมองของ คุณ hal คนที่ประสบความสำเร็จในแวดวงเดียวกันอีก และอีกหลายๆ คน ดีครับดี อยากให้มีกระทู้ดีๆ คนดีๆ อย่างนี้เยอะๆ ที่พูดกันด้วยเหตุ ด้วยผล เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างไร อธิบายที่มาที่ไปได้ (ที่ผมเจอส่วนใหญ่ กำปั้นทุบดินบ้าง แขวะกันบ้าง ด่ากันบ้าง อะไรก็ไม่รู้ แล้วเมื่อไรชาติไทยจะเจริญละครับ)
ผมเชื่อนะที่คุณว่า คุณทำกำไรได้มหาศาลขนาดนั้น เพราะคุณประเภทรุ่นบุกเบิก เกือบทุกธุรกิจละครับ รุ่นบุกเบิกเนี่ย ถือว่าเป็นรุ่นทองรุ่นทำเงิน คิดได้ก่อน ทำก่อน ก็สบายก่อน เป็นธรรมชาติ แต่ก็มีข้อยกเว้นครับ บางคนคิดก่อนแต่ใช้วิธีการที่ผิด เหมือนอย่างที่คุณ hal บอกนั่นละครับว่า "ไม่มีหลักเกณฑ์ชัดเจน ซึ่งบอกได้คำเดียวว่าสะเปะสะปะ เหมือนคนจีนรุ่นเก่าค้าขายกัน ดีบ้าง ร้ายบ้าง ซึ่งต้องบอกเลยว่าวิธีแบบโบราณนี้เสี่ยงมากมาก" แล้วคุณก็ใช้วิชาการนำหน้าในตอนนั้น จึงได้ประสบความสำเร็จในตอนนี้
ก็อย่างที่ผมบอกไว้ในความคิดเห็นที่ 22 ว่า "ผมเปิดร้านเน็ตฯ โดยความตั้งใจไม่ใช่ตามกระแส" และ "แรกเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ด้วยความชอบ และอยากเรียนรู้ครับ" ผมน้อมรับนะครับ เรื่องว่าด้วยการเริ่มเนี่ยต้องมีวิชาการบ้าง แต่ของผมเนี่ยยกเว้นครับ เพราะที่ทำตอนแรกเนี่ยผมไม่ได้มองว่ามันเป็นธุรกิจเต็มตัว คิดว่าพอให้มีกินมีใช้ไม่เดือดร้อนเป็นใช้ได้ ผมถึงได้เตรียมพร้อมในทุกเรื่องตั้งแต่แรก รวมถึงซื้อลิขสิทธิ์ไว้เลยตั้งแต่ตั้งร้าน แล้วก็มาเรียนรู้ในส่วนต่างๆ จากประสบการณ์จริง แต่ที่โชคดีอาจจะเป็นเรื่องของบุคคลิคส่วนตัวประกอบด้วยละมั่งครับ
ที่คุณ hal เขียนไว้ว่า "ผมก็ขายร้านพร้อมทำเลทอง ฟันมาอื้อกะคนที่โลบจนลืมมองว่าเข้าทางของคนอื่นแล้ว" ทำให้ผมคิดถึงสมัยสัก 10 หรือ 20 กว่าปีได้แล้วมั่งครับ (จำช่วงเวลาไม่ได้แล้วละ) มีอยู่คนหนึ่งเค้าสร้างห้างสรรพสินค้า ขึ้นมา บูมมากครับ อยู่สะพานใหม่ ช่วงทองคนตึมยอดขายพุ่งกระฉูด และแล้วเค้าก็ขายให้ โรบินสัน ทันที โดยไม่สนใจยอดขายที่มีอยู่ในมือตอนนั้น ซึ่งในปัจจุบันเจ๊งไปเรียบร้อยโรงเรียนจีนแล้วครับ ตอนนี้รู้สึกว่าห้างฯ นี้เป็น BigC ไปแล้วละครับ สมัยนั้นหลังจากที่เค้าขาย ห้างฯ ที่สะพานใหม่ออกไป ก็ไปทำ ห้างฯ ใหม่ แถวชลบุรี พอบูม ก็ขายอีก อันนี้คงเป็นหลักการวิธีการดำเนินธุรกิจแบบเดียวกับคุณ hal นะครับ แต่ขอแย้งนิดนะครับว่า คนที่ซื้อร้านฯ ต่อจากคุณ อาจไม่ใช่คนโลบซะทั้งหมดหรอกนะครับ อาจจะเป็นเพราะสภาวะเศรษฐกิจสมัยนี้มันแย่เอามากๆ หนึ่ง และต้องการจะทำอะไรก็ได้ดีกว่าตกงานนะครับ (อันนี้มองโลกในแง่ดีนะครับ) ก็เหมือนในความคิดเห็นที่ 30 ที่ผมว่าไว้ "มันเป็นธุรกิจที่ต้องลงทุนปรับปรุงไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ลงทุนเพียงครั้งเดียวจบ เพราะฉนั้นอย่าคิดเข้ามาทำธุรกิจประเภทนี้เพื่อกอบโกยอย่างเดียว มันทำไม่ได้ครับ" ผมยังยืนยันว่าถ้าไม่ใช้วิธีเดียวกันกับคุณ hal ธุรกิจนี้มันไม่ได้รวยอะไรหนักหนาหรอกครับ ถึงคุณจะมีเครื่องมาก แต่ก็มีคู่แข่งมากเช่นกัน เวลาต้องลงทุนปรับปรุงเครื่องที หนักครับหนัก 2-3 ปี เครื่องคุณก็เล่นเกมส์ใหม่ๆ ไม่ได้แล้ว กระตุกสุดๆ ลูกค้าหนีแน่ถ้าไม่ปรับปรุง ขายมือ 2 ก็แทบไม่มีราคาเลย อันนี้คือความจริงที่เห็นกันอยู่ครับ
ส่วนตัวผมเนี่ยชอบมากนะครับ คนไฝ่ความรู้เนี่ย อายุไม่สำคัญ กำไรของชีวิตคือประสบการณ์และความรู้ เกิดมาทั้งทีได้เห็นโน้น เห็นเนี่ย รู้เรื่องนั้นเรื่องนี้ ไม่ต้องเก่งวิเศษอะไรมากมาย ผมว่าคุ้มนะครับชีวิต อันนี้ขอโม้ต่อนิดหนึ่งครับ ผมผ่านการทำงานมา 4 บริษัท ส่วนใหญ่จะด้านบัญชี แต่ก็มีดูแลระบบ บ้าง เคยไปเรียนภาษาที่สิงคโปร์ และไปเรียนนิวซีแลนด์ มา 2 ครั้ง ครั้งแรกไปเรียนภาษาเท่านั้น ครั้งที่สองเนี่ยไปต่อโท แต่ต้องกลับมาก่อน เพราะค่าเงิน และเศรษฐกิจหลังจากที่ไปแล้ว มันแย่มากๆ ที่เราเคยประมาณการว่าจะใช้จ่ายเท่านั้นเท่านี้ในช่วง 3-4 ปี ต้องเพิ่มเป็นเท่าตัว เลยต้องกลับมาก่อน เสียดายครับเสียดาย คงไม่มีโอกาสอีกแล้วละครับ ตอนนี้มีลูกแล้ว คงให้ลูกไปเรียนแทนแล้วละครับ แต่ก็ยังศึกษา และเรียนรู้เอาภายในประเทศเนี่ยละครับ ตามที่เค้าเปิดสอน อันไหนน่าสนใจก็ไปเรียนกะเค้าเอาครับ อย่างล่าสุดเนี่ยไปเรียน Hack มา ไม่ได้ต้องการจะไป Hack ใครหรอกครับ ต้องการแค่รู้ว่ามันทำกันอย่างไงเท่านั้นครับ อ่านในหนังสือแล้วไม่เคลียร์ ก็ไม่ค่อยได้อะไรหรอกครับเสียไปตั้ง 5,000 บ้าไหมละ
ที่ผมว่าไว้ในความคิดเห็นที่ 37 ผมกำลังทำโครงการใหม่ คิดเองทำเองไม่รู้จะไปได้แค่ไหน แต่ก็ต้องพยายามที่จะทำ เพราะยังไม่เห็นใครทำเลยครับ ต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกเยอะครับ
ที่คุณ hal ว่าไว้ตอนท้ายสุดเนี้ยเห็นด้วยเลยนะครับ อยากย้ำในความหวังดีต่อคุณ โดนแล้ว(blj) และทุกๆ คนว่าใช่เลยครับ มันเป็นวิธีที่ดีครับ เพราะโครงการบางอย่างของผมเนี่ย ก็ไม่ได้ลงทุนเพิ่มอะไรเลย ใช้ร้านฯ ที่มีอยู่แล้วเนี่ยละเป็นฐาน ที่จะต่อธุรกิจออกไปอีกรูปแบบหนึ่งครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [1 เม.ย. 2545 11:35:13]
ความคิดเห็นที่ 45
ต้องคำนึงถึงต้นทุน แล้วจะไม่คิดเรื่อง ตัดราคามากนัก ถ้าต้องการกำไรมากๆ ก็ต้องลดต้นทุนให้มากเช่นกัน เพราะราคาขาย ลดลงถึงจุหนึ่งก็ลดต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
กำไร = ราคาขาย - ต้นทุน
วิธีการคิดต้นทุน จะอยู่ 2 แบบ คือ
1. ต้นทุนคงที่ หมายความว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ครบเดือนนึงก็ต้องจ่ายทีนึง เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าเงินเดือนลูกจ้าง(หรือตัวเราเองด้วย) ค่าผ่อนส่งเงินกู้ ค่าเสื่อมราคาเครื่องคอมฯ
2. ต้นทุนผันแปร หมายความว่า ทำทีจ่ายที เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าลิขสิทธิซอฟต์แวร์ และค่าโสหุ้ยต่างๆ
ฉะนั้นเรา น่าจะจ้างลูกจ้างตามอัตรา fixed + variable
คือตามอัตราขั้นต่ำกฏหมายแรงงาน + จากรายได้ที่เพิ่มเข้ามาของร้าน เช่น
ถ้าเกิน 50,000 จ่ายร้อยละ 5
ถ้าเกิน 100,000 จ่ายร้อยละ 10 หรืออะไรก็แล้วแต่ต้องคำนวณดูอีกที เป็นวิธีการลดความเสี่ยง ลงในจุดหนึ่ง ลูกจ้างทำงานดีขึ้นส่วนหนึ่ง
นี่ก็เป็นอีกเหตุผล ที่สนับสนุนว่า ทำไมทำธุรกิจต้องเจรจา ต้องซื้อให้ได้ราคาต่ำ
จากคุณ : . - [2 เม.ย. 2545 17:03:15]
ความคิดเห็นที่ 46
ทำไมต้องคิดค่า ลิขสิทธิ เป็นต้นทุนผันแปร
ก็เพราะว่า มันเปลี่ยนบ่อย เช่นพวกเกมส์
คือต้องคิดว่า ซื้อมาแล้ว จะใช้ในระยะเวลาเท่าไร 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี จากนั้นก็มาคำนวณกลับ เพื่อหาต้นทุน ว่าคุ้มหรือไม่
แต่ถ้าไม่มีทางเลือก คือยังไรเสีย ก็ต้องซื้อเพราะร้านคู่แข่ง ก็ติดตั้งไปแล้ว จำเป็นที่จะต้องออก หาลูกค้าเพิ่ม อาจจะเป็นกลุ่มเก่าที่ยืดเวลาการเช่าใช้เครื่อง หรือลูกค้ากลุ่มใหม่
ถึงตรงนี่ คุณจะเห็นว่า การรักษาลูกค้าเก่า เก็บไว้ มีต้นทุนต่ำกว่าออกไปหาลูกค้าใหม่ น่ะ
แล้วมันมีอะไรที่จะลดต้นทุนได้อีกหล่ะ ลองหาดู แล้วจะพบว่า กิจการอยู่ได้
ตอนนี้ อย่าเพิ่งไปคิดว่าลงทุนไปแล้ว หลายแสนบาท จะเอาตรงนั้นคืน มันไม่ใช่ มันคิดอย่างนั้นไม่ได้ สิ่งที่เราลงทุนไป คือสิ่งที่เราทำกันยาวๆ อยู่แล้ว ที่ลงไปหลายแสน น่ะ ต้องคิดอย่างนี้ คิดเทียบกับการฝากธนาคาร ถ้ามันได้ผลตอบแทนมากกว่าไม๊ เรายอมรับที่เท่าไหร่ เราก็กำหนดไปเลย เช่น 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราจะเอาคืนตอนไหน ก็ตอนขายกิจการนั่นไง อาจมีกำไรมากขึ้น จากราคาที่ดิน ที่เพิ่มขึ้น หรือเซ้งต่อได้ราคาสูงขึ้น ทำไมมันจะเป็นไปไม่ได้ ในอีก หลายปีข้างหน้า
นึกออกไหม ว่าเราเงินก้อนมาลงทุน เพื่อเก็บกำไร ให้มีเงินเดือนเลี้ยงตัวเองและกิจการ ค่อยไปเงินก้อนคืน ตอนขายกิจการหรือเซ้งต่อ โน้น
จากคุณ : . - [2 เม.ย. 2545 17:22:56]
ความคิดเห็นที่ 47
ถ้าบริหารต้นทุนดีๆแล้ว
เงินก้อน จ่ายตอน ซื้อหรือเซ้งร้าน + ค่าตกแต่งร้าน (ไปเอาคืนตอนเซ้งต่อ)
ส่วนค่าเครื่อง เช่าเอาก็ได้ หรือผ่อนจ่าย
ซอฟต์แวร์น่ะ น่าจะเช่าสิทธิการใช้ มากกว่าไปซื้อมา
เพราะซื้อมาก็ไม่ได้อะไร ขึ้นมา จริงไหม โดยเฉพาะ เกมส์
ลองรวมกลุ่มต่อรองกันดู น่าจะประสบผลสำเร็จ
ถ้าทำอย่างนี้ ลดความเสี่ยงลง เราต้องดึง Supplier เข้ามาเสี่ยงร่วมกับเราด้วยให้ได้
มีเงินสด หมุนเวียนในกิจการ ไม่ขาดมือ
ถ้าจะขาดทัน ก็ขาดไม่มาก เลิกกิจการได้ในทันที ทันใด ยังไม่ต้องรอให้เจ็บมาก ว่างั้นเถอะ
จากคุณ : . - [2 เม.ย. 2545 17:37:59]
ความคิดเห็นที่ 48
ขอตอบความคิดเห็นที่ 44 ของคุณ ^_^ นะครับ
กฎหมายที่ควบคุม ร้านเน็ตฯ&เกมส์ ยังไม่มีครับ
คือตอนที่ผมตั้งร้านใหม่ๆ เมื่อปีที่แล้ว ผมได้ไปที่กระทรวงพาณิชย์ด้วยตนเอง ทางกระทรวงเค้าบอกว่า กิจการประเภทบริการไม่ต้องจดทะเบียนใดๆ ครับ อันนี้ผมหมายถึง ร้านเนี่ย ต้องเป็นร้านเน็ตฯ & เกมส์ จริงๆ นะครับ ไม่ใช่ขายของในร้านด้วย เช่น ขายน้ำ, ขายหนังสือเกมส์, ขาย Software, ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรืออื่นๆ อย่างนี้ต้องจดทะเบียนการค้า และไปขอจดภาษีมูลค่าเพิ่มกับสรรพากร ด้วยครับ
ในวันเดียวกันผมเลยไปที่ กองปราบปรามกรมตำรวจ ตรงลาดพร้าว ที่เดียวกับที่ไปขอทะเบียนปืน นะครับ เลยเซ็นทรัลลาดพร้าวไปนิดหนึ่ง ติดกับแดนเนรมิตเก่านะครับ ผมได้สอบถามจนหายข้อข้องใจทั้งหมดแล้ว คืองี้ครับ ถ้าเครื่องเราเนี่ยเล่นเกมส์จาก HardDisk เลยเนี้ย ไม่ต้องจด คือต้องไม่เล่นจาก CD ครับ ไม่เข้าข่ายให้เช่าเทปวัสดุอุปกรณ์สื่อโทรทัศน์และวิทยุ (อันนี้เรียกไม่ถูกนะครับพยายามเขียนให้คุมๆ ไว้ก่อน)ครับ คราวนี้มันมีปัญหาตรงที่ว่าถ้าตำรวจเค้ามาตรวจแล้วพบ CD-Rom ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ เราจะปฏิเสธ หรือพิสูจน์ได้ไงว่าเราไม่ได้ใช้แผ่นเล่นเกมส์ หรือทำงานด้านใดๆ ก็ตาม มันเป็นเรื่องยากใช่ไหมครับ
สรุป ร้านผมเนี่ย เอาออกเกือบหมดครับ ทั้ง CD-Rom , DiskDrive (อันนี้ป้องกันพวกที่ไม่เป็นที่พึ่งประสงค์ คือประสงค์ร้ายจะมาทำอะไรกับเครื่องเรา) เหลือไว้แค่เครื่องเดียว ใครต้องการจะใช้อะไรบอกครับ ผมทำให้ด้วยตัวเอง ถ้าผมไม่อยู่ห้ามใครทำอะไรเด็ดขาดครับ
อันนี้ถ้าทำอย่างผม ไม่ต้องไปจดอะไรเลยครับ มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี แล้วไปเสียภาษีกับทางสรรพากร ปีละ 2 ครั้ง จบครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [2 เม.ย. 2545 22:54:05]
ความคิดเห็นที่ 53
อ่านมาทั้งหมด แต่ละคนมีแนวความคิด ดี ๆ ทั้งนั้น ขอขอบคุณแทนเจ้าของกระทู้ที่มาช่วยกันแสดงความคิดเห็น
เข้าเรื่องแล้วกัน ตามหัวข้อกระทู้พูดถึงเกม CM ร้านที่โดนไปแล้ว ตอนนี้คงช่วยอะไรกันไม่ได้ ก็ต้องทำตามข้อตกลงและข้อเรียกร้องของเจ้าของสิทธิ .......... แต่ร้านที่ยังไม่โดน ถ้ายังมีลูกค้าประจำที่ยังเล่นเกมนี้กันอยู่ และคิดว่าเกมนี้จะยังพอมีคนเล่นกันอยู่ก็ตัดใจซื้อไปเถอะครับ ทั้งร้านอาจจะซื้อแค่ 1-2 ชุดก็พอ ชุดละ 799 (ผมไม่ใช่เซลของบริษัทนี้นะ ขอบอกไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาด่ากัน) แล้วก็ลงตามจำนวนที่ซื้อมา อย่าลงเกิน ถ้าลงเกินแล้วโดนจับ ก็ต้องโดนอยู่ดี แต่ถ้าดู ๆ แล้ว คนเล่นน้อย ก็ไม่ต้องไปซื้อหรอกครับ ลบ ๆ มันทิ้งไปเถอะ เก็บไว้ในเครื่องเปลือง Harddisk เปล่า ๆ แถมถ้าซวยโดนจับขึ้นมา โดนปรับเอาซะอีก เครื่องละ 5000 (ตามสัญญาเขียนไว้อย่างนั้น) แต่เก็บชั่วโมงละ 20 บาท มันไม่คุ้มหรอกพอไม่มีคนซื้อ อีกหน่อยบริษัทนี้ก็เลิกจัดชุดลิขสิทธิไปเองแหละ ก็ขายเกมนี้ได้เกมเดียวนี่ บริษัทไหนดีหน่อยไม่เอาเปรีบมากนัก ถ้าพอจะซื้อลิขสิทธิไว้ใช้ได้ก็ซื้อกันไป (ถ้าจำเป็นที่จะต้องซื้อนะ แต่ถ้าไม่จำเป็น หรือมีความเสี่ยงที่จะโดนน้อยก็ไม่ต้องไปซื้อหรอก) บริษัทไหนเอาเปรียบเกินไปก็อย่าไปอุดหนุน อีกหน่อยเขาก็เจ๊งไปเองแหละ
สำหรับช่วงนี้แนะนำพวกเกม Online น่าจะดีกว่า มีหลาย ๆ เกมที่เป็น Beta Test ให้เล่นฟรี ไม่เก็บค่าลิขสิทธิ แต่ละเกมจะมีช่วง Test อยู่หลายเดือนเหมือนกัน บางเกมเปิดให้ Test ฟรีเป็นปีก็มี แนะนำให้ลูกค้าเล่นเกมพวกนี้น่าจะดีกว่า ค่าลิขสิทธิก็ไม่ต้องเสีย เท่าที่ดูแนวโน้มเกมจำพวกเล่นคนเดียว หรือ Lan กันอยู่ในร้านเดียว ค่อย ๆ ลดความนิยมลงไปบ้างแล้ว ช่วงนี้เกมจำพวก Online กำลังมาแรง แต่เจ้าของร้านเกม ก็ควรจะรู้ความเคลื่อนไหวด้วย ว่าช่วงไหนเกมอะไรฮิต ลอง เข้า ๆ ออก ๆ ตาม Webboard เกมทั่ว ๆ ไปดู จะได้ไม่ต้องมาเสียเล็ก เสียน้อยกับ เจ้าของลิขสิทธิ และจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อลิขสิทธิเกมบางเกม ที่แทบจะไม่มีคนเล่น หรือบางเกมที่เล่นกันแปล๊บเดียวก็เลิกฮิต ลองไปหาของฟรี ดี ๆ ใช้กันดูบ้าง
จากคุณ : [Picnic]Over_Kill - [4 เม.ย. 2545 05:09:29]
ความคิดเห็นที่ 54
เห็นด้วยกับคุณ [Picnic]Over_Kill ความคิดเห็นที่ 53 ทั้งหมดเลยครับ แต่ขอเพิ่มเติมในรายละเอียดอีกนิดนะครับ
เรื่องของเกมส์ Online เนี้ย ถ้าจะทำผมมีข้อคิดดังนี้
1. ต้องเปลี่ยน Net ให้มีความเร็วสูง เพื่อที่เวลาลูกค้าเล่นจะได้ไม่กระตุก เล่นได้โดยราบรื่น แล้วไม่รู้ว่าในอนาคตต้องเปลี่ยนอีกหรือเปล่า เพราะเกมส์ที่จะออกมาใหม่ๆ เนี่ย กินทรัพยากรเครื่องน่าดูครับ และต้องการความไวของ net สูง (ก่อนเปลี่ยนต้องเช็คความไว ของสายโทรศัพท์ที่เราใช้อยู่ด้วยนะครับ ว่ารองรับกันได้มากน้อยแค่ไหนครับ)
2. เกมส์ปัจจุบันที่ให้เล่นกันอยู่นี้ ฟรีก็จริง แต่ในอนาคตจะต้องเสียเงินครับ อย่างเช่น เกมส์ Ragnarok ที่ผมได้ข่าวมา คือในอีก เดือนสองเดือนนี้ ถ้าจะเล่นต้องเสียเงินแล้วนะครับ อาจจะคิดเป็นรายเดือน หรือปี ก็ยังไม่ทราบครับ ที่สำคัญยังไม่รู้ว่าวิธีการเสียเงินจะเป็นอย่างไร จะให้โอนผ่านธนาคารหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะยังไม่มีบริษัทฯ ตัวแทนเข้ามาตั้งในประเทศไทย
ต่อไปเกมส์ Online จะเข้ามามีบทบาทและอิทธิพล สำหรับคอเกมส์ทั้งหลาย ในร้านเน็ตฯ&เกมส์ อย่างแน่นอนครับ เตรียมตัวกันไว้แต่เนินๆ ก็ดีนะครับ
หมายเหตุ : ตอนนี้เป็นโอกาสทองแล้วนะครับ สำหรับคนอยากรวย เจ้าเกมส์ Online เนี้ย ยังมีไม่กี่บริษัทฯ เท่านั้นที่ซื้อลิขสิทธิ์ เข้ามา เช่น web leninternet.com เนี้ยก็ซื้อ Crazy Football จากเกาหลีใต้เข้ามา สำหรับ Ragnarok เนี้ยเท่าที่ผมติดตามข่าวยังไม่มีใครไปซื้อมานะครับ ใน กทม. ฺฮิตกันน่าดู ถ้าใครจะลงทุนในส่วนนี้ก็ขอบอกไว้อย่างเดียวว่า ถ้ายังไงก็เก็บค่าเล่นให้ถูกๆ กันหน่อยแล้วกันสำหรับคนไทย ก็อย่างที่เคยบอกนะครับ รุ่นบุกเบิกเนี้ย มันรุ่นทองรุ่นทำเงินชัดๆ ครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [4 เม.ย. 2545 10:58:46]
ความคิดเห็นที่ 55
ผมขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะครับ เกี่ยวกับลิขสิทธิ :
ผมคนนึงก็เป็นเจ้าของร้าน internet cafe ผมขอแยกร้านเน็ตไว้ 2 ประเภท คือ
1. พวกซื้อลิขสิทธิถูกต้อง ส่วนใหญ่ร้านเหล่านี้จะเป็นคนที่มีความรู้ทางคอมพิวเตอร์ค่อนข้างดี ได้ศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจมาพอสมควร จึงซื้อลิขสิทธิส่วนใหญ่ในร้านเกือบทั้งหมดหรือทั้งหมด
2. พวกที่ไม่ได้ซื้อลิขสิทธิเลย จะเป็นคนที่เห็นว่าร้านอินเตอร์เน็ตหาเงินง่ายๆ สบายๆ และส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีความรู้คอมฯเท่าไหร่ สเปคเครื่องจะค่อยข้างต่ำเน้นราคาถูกไว้ และก็เน้นบริการเกมส์เป็นหลัก และัจะชอบตัดราคากัน เพราะคิดว่าต้นทุนของตนนั้นต่ำแค่ราคาเครื่องกับราคาเกมส์ๆละ 100-150 บาทต่อเกมส์
เท่าที่ผมอ่านโพสต์ต่างๆในwebbroad หลายๆ web ส่วนใหญ่จะพบแต่ร้านประเภทที่ 2 ซึ่งร้านแบบนี้จริงๆก็ทำผิดอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ร้านแบบนี้จะบอกว่า ทำอาชีพสุจริต ซึ่งจริงๆเค้ามองแค่ด้านเดียว คือด้านที่เค้าเปิดร้านบริการเน็ตที่เป็นอาชีพสุจริต แต่ไม่ได้มองด้านที่นำซอฟต์แวร์มาใช้ที่ถือว่าไม่ถือต้อง เหมือนขโมยของคนอื่นมาขาย แล้วบอกว่าตัวเองไม่ผิด ส่วนข้ออ้างที่ว่า เอาเงินไปให้ต่างชาตินั้น เราต้องยอมรับว่าคนไทยเองยังเขียนเกมส์ขายไม่ได้ เหมือนกับผลิตรถยนต์เป็นยี่ห้อตัวเองไม่ได้ ส่วน OS นั้นนับว่าเรามีทางเลือกที่จะไม่ซื้อลิขสิทธิก็ได้ โดยใช้ LINUX แทน
ซึ่งร้านเน็ตประเภทที่ 2 จะมาหาว่า ที่เค้ามาจับนั้นเค้าทำไม่ถูกก้ไม่ได้ เหมือนกับเราขโมยขิงเค้ามาขายแล้วเค้าจับได้ แจ้งตำรวจๆก็มาจับ
แต่ถ้าร้านเน็ตประเภทที่ 1 ถูกจับทั้งที่ซื้อลิขสิทธิถูกต้อง อย่างนั้นจึงจะถือว่า เจ้าหน้าที่และพวกตัวแทนกลั่นแกล้งเพื่อหาเงิน สมควรที่จะฟ้องกลับ
ส่วนการป้องกันคนมาแกล้งลงโปรแกรมในเครื่องนั้น ต้องเป็นความใส่ใจของคนดูแลร้านคอยสอดส่อง และหาโปรแกรมมาป้องกัน
ที่ร้านผมฏ้มีโปรแกรมป้องกัน และซื้อลิทธิครบทุกอย่าง เพราะตอนที่ผมลงทุนนั้น ผมเผื่อเงินไว้ 50%เป็นราคาเครื่อง 50%เผื่อไว้ค่าลิขสิทธิ
จริงๆแล้วร้านที่ไม่ลิขสิทธิจะมาอ้างว่าลิขสิทธิแพงไม่มีเงินซื้อ แต่ตอนลงแล้วได้เงินกับไม่เก็บไว้ซื่อของเค้าให้ถูกต้อง พอมาจับก็อ้างว่าไม่มีเิงิน โดนกลั่นแกล้ง ซึ่งจริงๆแล้วคุณนั้นรู้อยู่แล้วว่าไม่ถูกต้อง แต่อยากได้เงินโดยไม่ลงทุน
จากคุณ : kkkk - [4 เม.ย. 2545 14:03:59]
ความคิดเห็นที่ 57
เราคงไม่ว่าร้ายไม่โวยวายหรอกถ้า
1. ตอนนี้คุณเปิดร้านเนทไม่มีลิขสิทธิ ถ้าจะซื้อลิขสิทธิส่วนใหญ่ต้องหมุนเงินไปทางอื่นหรือมีเงินไม่พอ เพราะลงทุนซื้อเครื่องไปแล้วยังถอนทุนไม่ขึ้นมาเจอเรื่องนี้อีก
2. รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะคุณไม่เคยอยู่วงการคอมมาก่อนหรือศึกษาไม่ละเอียดเห็นแค่ร้านที่เคยเปิดที่เคยไปเล่นมา คนเล่นแยะดีได้นั่งนอนนับเงินที่ร้านไม่ต้องไปทำงานเป็นลูกน้องใคร เลยอยากลงทุนทำมั่งแต่ทุนที่ลงเป็นเงินก้อนโตสำหรับบางคน ลงแล้วหมดไม่มีต่อเหตุผลต่อไปเหมือนข้อ 1
3. ที่เป็นปัญหาตอนนี้เราลงทุนไปแล้วถอนทุนยังไม่ขึ้นปัญหารุมเร้าเข้ามาทำไงดี ส่วนใหญ่ออกความเห็น 2 มุม คือ1. ซื้อลิขสิทธิหมดเรื่อง 2. หาทางแก้ไปทางอื่นเช่นใช้OS Linux ใช้โปรแกรมแจกฟรี แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้จบคอมแค่หน้าตาโปรแกรมแจกฟรียังไม่เคยเห็นจะให้ใช้เปลี่ยนทันทีเหรอ หึหึ.. ที่สำคัญของฟรีไม่มีในโลก เมื่อคุณใช้ไม่เป็นก็ต้องจ้างคนอื่นทำให้...
3. คุณหลงมาทำธุรกิจนี้แล้วลงทุนไปแล้วถูกโดนว่าไม่รู้แล้วยังมาทำ เงินไม่ถึงแล้วยังมาทำ ( มันไม่ผิดอะไรหรอก.. ) มีคนโพสคำถามเกี่ยวกับพวกนี้ทุกวัน สรุป ถ้ามีเงินคุณก็ลงทุนเพิ่มรอวันคืนกำไร ถ้าเงินไม่ถึงก็เป็นโจรต่อไปคอยหลบๆซ่อนเอา.. อิอิ
4. ช่วยตอบหน่อยเงินผมหมดแค่นี้เงินก้อนเดียวในชีวิตที่เก็บมาแล้วต้องทำไงเพื่อจะหาแลกกับลิขสิทธิที่ทุกคนต้องการ เพิ่งทำแค่ 6 เดือนเองทุนยังไม่ได้คืน... ต้องส่งส่วยตำรวจเดือนล่ะหลายตังค์.. ect.. คนทำร้านเนทรู้ดี..
5. ที่โพสไม่ได้สมน้ำหน้าตัวเองหรือให้คนอื่นว่าหรอกน่ะครับ ไม่ได้ท้อ เดินมาแล้ว พบทางตัน อยากเดินต่อติดที่เงิน หลายคนก็คงคิดว่าน่าจะมีปัญหาเช่นผม...(ไม่มากก็น้อย )อยากทำให้มันถูกกฏหมายใจแทบขาด..
6. ที่โพสอีกนั่นแหละ..ปัญหาที่คุณๆตอบมาให้คำแนะนำมาไม่ว่าทางวิชาการ ทางประสบการณ์ ผมอยากทราบแค่ ที่แนะนำมาคนที่เปิดร้านเนทจะเดินยังไงต่อในเมื่อเราสร้างมันขึ้นมาแล้ว.....เราคุยกันเหมือนปัญหาโลกแตกตอบไปทางไหนก็ได้..แต่ปัญหาก็อยู่ที่เดิมแหละถ้า เราไม่ใช้ของมีลิขสิทธิ ใช่ไหม..
7. ถามจริงถ้าประเทศไทยเราเขียนโปรแกรมเองใช้เอง ไทยทำไทยใช้ จะเสียค่าลิขสิทธิแพงเป่าน๊อ..โทษแต่ต่างประเทศเขาให้จับ (แค่เรื่องค่ายเพลงก็ตัวอย่างนึงล่ะ..)
8. เมื่อโดนจับไปแล้วเงินเข้ากระเป๋าคนจับที่เป็นไทยกี่บาท เข้ากระเป๋าเจ้าของลิขสิทธิจริงๆกี่บาทกัน ไทยเรากินหัวคิวกี่บาทน๊อ..อิอิ
9. สรุปแค่อยากให้คนไทยแฟร์ต่อกันหน่อยเท่านั้นเอง ทุกคนทุกร้านไม่มีทางเลือก..ต้องซื้อลิขสิทธิ..ทุกคนรู้ดี(ตอนนี้)..ถ้าจะให้ดีมีแบบลิขสิทธิเงินผ่อนเป่าดอกเบี้ยร้อยล่ะ 1 เหมือนกองทุนกู้ยืมของรัฐบาลมีเป่า ..ผมพูดจริงๆน่ะ.. ชาวเกษตกร ยังมีธกส. ทำไมถ้าอยากให้หน่วยงานซักหน่วยช่วยส่วนนี้มีบ้างเป่า...
10. ปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติแล้วหรือไม่ หรือคุณคิดว่าเป็นแค่ปัญหากระจอกๆ ถ้ากระจอกคงไม่มาโพสที่พันทิพ หรอกมั้งจริงเป่า อิอิ
11. อย่างที่บอกที่บ่นไม่ได้ท้อหรอกแต่กำลังดูว่ารัฐบาลจะแก้ยังไง..มองเห็นตรงนี้เป็นปัญหาเป่า สงสัยกินหัวคิวเองมั้ง ไม่เห็น ว่าไรก่ะปัญหานี้นี่ คอยจับอย่างเดียว..ผมเป่าว่ารัฐบาลน่ะออกจะสนับสนุน เพราะผมใช้ GSM Advance ครับ...
12. ที่พูดที่ว่า อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยชุบชีวิตชาวไซเบอร์เมืองไทยจริงๆน่ะ เราประชาชนแก้ไม่ได้หรอก รัฐเค้ามองตอนนี้ร้านเนทเป็นแหล่งมั่วสุมเปิดห้ามเกิน 4 ทุ่ม ห้ามเด็กเล่น(.. ลูกค้าเราก็เด็กนี่นาเค้าเล่นเกมเค้าก็พัฒนาด้านคอมเหมือนกันนี่.. ร้านเนทเรามั่วเซกส์ได้เหมือนผับบาร์เหรอ ) ไล่ให้จ่ายลิขสิทธิ ถ้าไม่จ่ายก็ปิดไปซ่ะ นี่แหละเค้าแก้ปัญหาให้ชาวไทยล่ะ ... สาธุ
จากคุณ : t-lek - [5 เม.ย. 2545 15:46:55]
ความคิดเห็นที่ 58
อันนี้ต้องขอแสดงความเห็นใจต่อ คุณ t-lek มากครับ ถ้ายังไงเนี้ย ลองอ่านความคิดเห็นของผมดูตั้งแต่ต้นนะครับ เผื่อจะได้ idea อะไรบ้าง เพราะหลายจุดที่คุณ t-lek เขียนถึง ผมได้เขียนไปเกือบหมดแล้ว ทุกปัญหาย่อมมีทางออกครับ
จงพึ่งตนเองไว้ก่อนเป็นดีทีสุดครับ อย่าหวังน้ำบ่อหน้า หรือหวังพึ่งคนอื่น หรือรัฐบาล เลยครับ ประเทศไทยตอนนี้มันเป็นอย่างนี้จริงๆ ครับ
ปล.ว่าแต่ตอนนี้ คุณ t-lek ได้ศึกษาหาความรู้ หรือพัฒนาอะไรเพิ่มเติมบ้างหรือเปล่า ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในวงการคอมฯ นะครับ
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [5 เม.ย. 2545 23:39:30]
ความคิดเห็นที่ 59
ถึงคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน
อยากถามเรื่องการเสียภาษี ว่าเสียลักษณะไหน เสียเหมาหรือเสียเป็นเครื่อง เครื่องละเท่าไหร่
ขอบคุณ
จากคุณ : คนไม่เคยเสียภาษี - [6 เม.ย. 2545 15:13:47]
ความคิดเห็นที่ 60
เรื่องภาษีไม่รู้ร้านอื่นๆเสียยังไงนะ....แต่ที่บ้านเราสรรพากรเขาตีความเป็นการให้เช่าทรัพย์สิน มาตรา40(5) ซึ่งจะหักค่าใช้จ่ายได้เพียง 10% พยายามให้ตีความว่าเป็นบริการ ก็ไม่ยอม ซึ่งถ้าเป็นการบริการจะเข้ากับมาตรา40(8) ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 80% ถ้าเข้าใจไม่ผิด คุณขอเอี่ยวด้วยคน เสียตามมาตรา40(8)ใช่ไม๊
จากคุณ : ขอคุยด้วยฅน - [6 เม.ย. 2545 18:07:04]
การเสียภาษีเป็นดังนี้ครับ
จริงๆ แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ได้เปิดช่องให้กับทางสรรพากรไว้ ในเรื่องของธุรกิจบริการ เช่น ร้านอาหาร, คาเฟ่, ร้านตัดผม ฯลฯ ให้สามารถประเมินรายได้ และหักค่าใช้จ่ายตามเห็นสมควรครับ ซึ่งทุกคนคงคิดว่ามันน่าจะเป็นบรรทัดฐานเดียวกันใช่ใหมครับ แต่จริงๆ แล้วเปล่าเลยครับ ขึ้นอยู่กับตัวสรรพากรเองในแต่ละท้องที่จะเห็นสมควรครับ
อย่างผมไปเสียภาษีเมื่อปลายเดือนมีนาคม มาเรียบร้อยแล้ว โดยใช้แบบ ภ.ง.ด. 90 ครับ ไปนั่งคุยกับสรรพากรประมาณว่าสักชั่วโมงเห็นจะได้ คุยดีๆ นะครับ อ้อนเข้าไว้ อธิบายรายละเอียดต่างๆ ของธุรกิจที่ผมทำอยู่ว่าเป็นมาอย่างไร มีปัญหาอย่างไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายไหนบ้างที่มองไม่เห็น(หมายถึงคนนอกธุรกิจจะไม่รู้) เช่นเรื่องลิขสิทธิ เกมส์, Windows หลังจากนั้นอาจจะด้วยวาทะ หรือลูกอ้อนก็ไม่ทราบได้ สรรพากรท่านก็ใจดี ถามกันตรงๆ เลยว่าจะเสียภาษีให้ได้เท่าไร คือพูดง่ายๆ ว่าแล้วแต่ผมจะเสียนะครับ ผมลองคำนวณตัวเองแล้ว ก็บอกว่าผมพร้อมที่จะเสียให้ได้ปีละ 4,000 บาท หลังจากนั้นท่านก็คำนวณตัวเลขของท่านเอง หักค่าใช้จ่ายให้ผม 70% เบ็ดเสร็จแล้ว ท่านหันมาบอกกับผมว่า "เอางี้ก็แล้วกัน ผมเห็นใจคุณเรื่องลิขสิทธิ คุณเสีย 2,000 แล้วกันสำหรับปีนี้" สรุปตกลงผมได้รับความกรุณาให้เสียภาษีเงินได้ แค่ 2,000 บาท ครับ เรื่องเลยจบลงด้วยประการละฉะนี้ครับ
ขอตอบ ความคิดเห็นที่ 59 ว่า เสียทั้งร้านครับ ไม่ได้คิดเป็นเครื่อง คุณไปให้รายละเอียดกับทางสรรพากรเค้า คุยกับเค้าดีๆ ครับ เสียได้มากน้อยเท่าไรคุยกันได้ครับ แถมถ้าเงินไม่พอเนี่ย ผ่อนได้ครับ
ขอตอบ ความคิดเห็นที่ 60 ว่า ผมได้รับการหักค่าใช้จ่าย 70% ครับ ไม่รู้ว่าจะอยู่ในมาตรา40 วงเล็บไหนดีนะครับ อาศัยคุยรายละเอียดเอานะครับ ผมประเภทลูกทุ่ง แต่จริงใจนะครับ
สุดท้ายยังไงๆ เรื่องลิขสิทธิ ก็เรื่องนึงนะครับ เรื่องเสียภาษีนี้ก็อีกเรื่องนึงครับ อยากให้ทุกคนได้ทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดีของประเทศให้สมบูรณ์แบบที่สุดก็แล้วกันครับ อย่าไปคิดมากครับ อย่างน้อยถนนที่เราท่านใช้อยู่ทุกวันนี้ มันก็มาจากภาษีครับ (ใครจะโกงจะกินก็ช่างหัวมันเถอะครับ กรรมใครกรรมมันทำชั่วสักวันหรือไม่ ก็ชาติหน้าคงได้รับตอบสนองกันบ้างละหนา)
จากคุณ : ขอเอี่ยวด้วยคน - [6 เม.ย. 2545 23:28:27]
อ้างอิงมาจาก http://pantip.inet.co.th/tech/internet/topic/IT901898.html
โดยคุณ : เก็บตกจาก Pantip -
[ 23 เม.ย. 2002 , 03:07:14 น. ]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 1
คือว่าอยากรู้ว่าค่า ลิขสิทธิ์เขาจ่ายกันแต่ครั้งเดียวหรือว่าจ่ายกันเป็นเดือนอ่ะ หรือเป็นปี อยากรู้มากครับผม
โดยคุณ : คนไทยอ่ะ -
[ 3 เม.ย. 2003 , 02:57:07 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 2
ขอรายละเอียดการเปิดร้านเกมส์เพลส์2 โดยคุณ : lionking -
ICQ : -
-
[ 30 พ.ค. 2004 , 11:25:20 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 3
รถมอไซร์แต่งของผมแรงกว่านี้อีก100เท่า เลย
โดยคุณ : ตี๋ -
[ 3 ต.ค. 2004 , 14:15:48 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 4
รถมอไซร์แต่งของผมแรงกว่านี้อีก100เท่า เลย
โดยคุณ : ตี๋ -
[ 3 ต.ค. 2004 , 14:16:08 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 5
ผมรักเกมส์แรกร็อกนี้มาก โดยคุณ : AO -
[ 12 พ.ย. 2004 , 18:42:46 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 6
- - โดยคุณ : อ้อน -
[ 5 พ.ย. 2007 , 15:02:10 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 7
เมื่อจะเปิดร้านเน็ต คุณจะต้องมี..
-เงิน (เพราะถ้ามีเงินก้อจ้างคนมีความรู้ความสามารถมาเฝ้าได้ ถ้าไม่มีก้ออดทุกสิ่ง555+)
-ต้องระวังตำรวจมาไถเงิน
-ต้องระวังพวกลิขสิทธิ มายัดเพลงแล้วเข้ามาตรวจ(ทั้งๆที่เราไม่เคยมีเพลงแต่ตอนมันมาตรวจกลับมีมันให้คนมาเล่นก่อนแล้วส่งเพลงทาง msn แล้วเซฟแค่นี้มันก้อหากินกะเราได้555+
โดยคุณ : อ้อน -
[ 5 พ.ย. 2007 , 15:10:05 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
 | | |  | | | | | คำแนะนำที่ 8
เมื่อจะเปิดร้านเน็ต คุณจะต้องมี..
-เงิน (เพราะถ้ามีเงินก้อจ้างคนมีความรู้ความสามารถมาเฝ้าได้ ถ้าไม่มีก้ออดทุกสิ่ง555+)
-ต้องระวังตำรวจมาไถเงิน
-ต้องระวังพวกลิขสิทธิ มายัดเพลงแล้วเข้ามาตรวจ(ทั้งๆที่เราไม่เคยมีเพลงแต่ตอนมันมาตรวจกลับมีมันให้คนมาเล่นก่อนแล้วส่งเพลงทาง msn แล้วเซฟแค่นี้มันก้อหากินกะเราได้555+
โดยคุณ : อ้อน -
[ 5 พ.ย. 2007 , 15:10:33 น.]
| | | | | | | | | | |  | | | |  | |
|
ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
|
|
| |