ทูโพโต้ กรุ๊ป
สมัครสมาชิก เพื่อรับข่าวสาร #คนทำงานร้านเน็ต



โปรแกรมบริหาร จัดการร้านเน็ต

#คนทำงานร้านเน็ต




ร้านเกมส์ออนไลน์ใกล้มหาวิทยาลัยไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม
นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเผย ร้านเกมส์ออนไลน์ใกล้มหาวิทยาลัยไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม แต่การกำจัดร้านเกมส์ออกไปไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา การอมรมที่ดีจากผู้ปกครองและการที่ทางมหาวิทยาลัยมีการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ให้เด็กทำจะเป็นทางออก

ร้านเกมส์ออนไลน์เป็นธุรกิจที่มีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นเยาวชน จึงมีร้านเกมส์จำนวนมากยึดทำเลทองบริเวณใกล้มหาวิทยาลัยอย่าง ตลาดสามย่าน เป็นสถานที่ประกอบกิจการ โดยมีความรุนแรงเป็นเนื้อหาหลักของเกมส์ที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าของร้านเกมส์แห่งหนึ่งในตลาดสามย่านกล่าวว่า ร้านของตนมีลูกค้าเป็นนิสิตนักศึกษาเข้าใช้บริการตลอดทั้งวัน บางกลุ่มก็เล่นเกมส์ต่อถึงตอนกลางคืนหรือนอนค้างที่ร้านก็มี โดยทางร้านมีห้องน้ำและขนมไว้ให้บริการตลอด นอกจากนี้จอคอมพิวเตอร์ของร้านเป็นจอLCDถนอมสายตา และเก้าอี้ที่ใช้ก็สามารถปรับเอนนอนได้

“ที่นี่มีเด็กเยอะแต่ก็แข่งขันกันสูง เลยต้องทำร้านให้ดีๆ ส่วนเรื่องปัญหาของเด็ก เราเป็นแค่ผู้ประกอบการ เราก็ต้องให้บริการทุกคน แต่เด็กระดับมหาวิทยาลัยเขามีความคิดแหละ โตแล้วคงแบ่งเวลาได้ และทางร้านก็ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเกมส์เราก็ถูกลิขสิทธิ์ ส่วนในกรณีของเด็กเล็กเดี๋ยวนี้เขาก็มีกฎห้ามใส่ชุดนักเรียนมาเล่นก่อนเลิกเรียน แต่ตำรวจก็ไม่ค่อยดูแลหรอก มีแต่มาเก็บเงินมากกว่า” เจ้าของร้านเกมส์กล่าว

นายชัยฤทธิ์ ประเสริฐอิทธิกุล นิสิตชั้นปีที่4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลว่า ตนเป็นลูกค้าของร้านเกมส์ออนไลน์ มักไปเล่นเกมส์กับเพื่อนในเวลาว่าง และมีความเห็นว่าการมีร้านเกมส์อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเป็นเรื่องดี เพราะสามารถเดินกลับไปเรียนได้ทันเวลาและตนคิดว่าการเล่นเกมส์ไม่ใช่ปัญหา เพราะระดับเด็กมหาวิทยาลัยสามารถแบ่งเวลาได้และมีวุฒิภาวะที่เพียงพอ

“มีร้านเกมส์ใกล้ๆไม่เป็นอะไรหรอก เพราะมหาวิทยาลัยมีการรีไทร์ ถ้าเล่นเกมส์ทั้งวันคอยดู 1 เทอมก็โดนรีไทร์แล้ว เด็กมัธยมน่าเป็นห่วงมากกว่า น่าจะมีการออกกฎอะไรมาควบคุมบ้าง แต่ไม่เอาประเภทจัดอันดับ 10 เกมส์ต้องห้ามอะไรแบบนี้นะ เพราะมันไม่ได้ผล มันทำให้อยากเล่นมากกว่า” นายชัยฤทธิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของนายวสันต์ วงศ์คุณานันต์ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น การมีร้านเกมส์อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเป็นการทำให้นิสิตเข้าถึงเกมส์ได้ง่ายขึ้น และอาจเป็นปัญหาได้ เพราะมีนิสิตบางส่วนใช้เวลาอยู่ในร้านเกมส์ตลอดทั้งวัน และมีอารมณ์ร่วมกับเกมส์มากเกินพอดี

“ร้านมันใกล้ ก็เลยไปบ่อยๆ เคยเห็นบางคนเล่นทั้งวัน อินมากไป พอแพ้ก็มีขว้างเมาส์หรือกระแทกคีย์บอร์ดบ้าง ทะเลาะกันก็มี แบบแพ้ทุกตาแล้วโมโหไปหาเรื่องคนอื่นท้าทายกันนอกเกมส์ ผมคิดว่าเวลาเล่นต้องเล่นเพื่อคลายเครียดไม่ใช่ไปจริงจังกับมัน แต่ข้อดีของการมีร้านอยู่ใกล้ๆก็คือ คนที่ไปเล่นกับเราจะเป็นเพื่อนๆกัน ไม่ทะเลาะกันนอกเกมส์อยู่แล้ว ดีกว่าไปเล่นกับคนแปลกหน้าที่อื่น” นายวสันต์กล่าว

นิสิตที่ไม่เล่นเกมส์อย่างนางสาวอภิชญา พันนิกุล นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้เหตุผลที่ไม่เล่นเกมส์ แม้จะมีร้านอยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัยว่า ตนมีกิจกรรมอย่างอื่นที่น่าสนใจมากกว่าการไปเล่นเกมส์ให้ทำอยู่แล้ว และตนคิดว่าในกรณีของบุคคลที่ติดเกมส์ ไม่ว่าร้านเกมส์จะย้ายไปอยู่ที่ไหน เขาก็จะตามไปเล่นอยู่ดี แต่หากบุคคลนั้นชอบเล่นเกมส์มากจริงๆ น่าจะให้เขาผันไปเรียนในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพราะอย่างน้อยก็จะสามารถหาประโยชน์ได้จากสิ่งที่เขารัก

นอกจากนี้ นายสมชัย พจนวราพันธ์ ผู้ปกครองของนิสิตคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความเห็นว่าการที่รอบๆมหาวิทยาลัยมีร้านเกมส์นั้นไม่ใช่สิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะเด็กมหาวิทยาลัยมีความคิดความอ่าน และหากผู้ปกครองอบรมสั่งสอนลูกดี เด็กจะไม่หลงผิด และการที่เด็กเห็นร้านเกมส์บ่อยๆก็จะทำให้เขารู้สึกเบื่อไปเอง และร้านเกมส์จะไม่ใช่สิ่งที่น่าตื่นเต้นในระยะยาว

“ต้องให้ความรู้ลูก สอนในเขารู้จุดประสงค์ของตัวเองในการเล่นเกมส์ เราต้องตั้งคำถามเขาว่า เขาเล่นเกมส์ไปเพื่ออะไร และต้องแบ่งเวลาให้ได้ว่าจะไปทำอย่างอื่นด้วยไหม ต้องทำให้เขาคิดว่า นี่ชีวิตทั้งชีวิตจะเล่นเกมส์อย่างเดียวแล้วไม่ทำอย่างอื่นเลยหรอ อย่างนี้เขาจะคิดได้ แล้วก็สอนให้เขาเข้าใจว่าหากเขาติดเกมส์ เขาจะisolate ตัวเองออกจากโลกของความเป็นจริงเรื่อยๆนะ” นายสมชัยกล่าว

นายณรงค์ ขำวิจิตร์ อาจารย์สอนวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ประจำภาควิชาวารวารสนเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ทางออกของปัญหาการมีอยู่ของร้านเกมส์ใกล้ๆมหาวิทยาลัยว่า ทางมหาวิทยาลัยควรจะจัดสัดส่วนของพื้นที่รอบๆมหาวิทยาลัยให้เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ไม่สามารถบังคับไม่ให้เด็กไปเล่นเกมส์ได้อยู่แล้ว ทางที่ดีคือต้องหากิจกรรมสร้างสรรค์อื่นๆให้เด็กทำ เช่นการเล่นดนตรี หรือกีฬา หรือมีการเปิดพื้นที่สาธารณะให้เด็กแสดงความสามารถ

“ถ้าไม่มีอย่างอื่นให้เขาทำ เขาไปเล่นเกมส์แน่นอนอยู่แล้ว เด็กวัยนี้ต้องหากิจกรรมมารองรับให้เขาทำ เช่นไปเตะบอล หรือเข้าชมรม วัยรุ่นเป็นวัยที่มีพลังเยอะ ถ้ามีพื้นที่ให้เขาได้ปล่อยพลังอย่างเหมาะสม เขาจะไม่หลงผิด และสุดท้ายเขาจะเข้าใจว่า อย่างไรก็ตามปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์มันดีกว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว” นายณรงค์กล่าว

tag:lcd ร้านเกมส์ใช้จอ LCD ธรรมดา หรือ LCD wide เก้าอี้เอนสบาย


โดย ทักษยา วัชรสารทรัพย์ 494 50492 28



อรณิชชา โภชนจันทร์ 494 51487 28

เคดิต:http://www.oknation.net/blog/print.php?id=304798
โดยคุณ : เล่าสูกันฟัง - [ 21 ต.ค. 2008 , 17:15:32 น. ]

คำแนะนำที่ 1
สำหรับถ้าเปิดร้านใช้LCD ธรรมดา ครับ เพราะมันถูกกว่า ;D
แต่ถ้าใช้เองใช้แบบ Wide Screen เล่นเกมส์ดูหนังได้อารมณ์ดี ไม่ต้องกลัวว่าภาพ
โดยคุณ : co - [ 21 ต.ค. 2008 , 17:17:13 น.]


ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
จาก :
email :
icq : รูปภาพ :

รายละเอียด



กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียวครับ....