| | โพลชี้สำรวจ ลูกค้าช่วงปิดเทอม 2008
สสส.เปิดผลโพล ปิดเทอมเด็กฮิตเล่นเกมร้านเน็ต 70 % อีก 40 % ระบุเล่นเกมระหว่างเปิดเทอมกับปิดเทอมไม่แตกต่างกัน แย่สุดพบพฤติกรรมเสี่ยงข่มขู่ รีดไถ คุกคามทางเพศ
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 เม.ย. ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในงานแถลงข่าว พฤติกรรมเสี่ยงเด็กไทย ในร้านอินเทอร์เน็ต ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ รองผู้จัดการ สสส.กล่าวถึงสถานการณ์เด็กไทย ในร้านอินเทอร์เน็ตว่า สสส.ได้ร่วมกับศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำการศึกษาเรื่อง ปัญหาคุกคามเด็กและวัยรุ่นในร้านอินเทอร์เนตคาเฟ่ : กรณีศึกษาเด็กและวัยรุ่นอายุ 7-19 ปีในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปริมณฑล จำนวน 2,276 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 22-23 เมษายน ที่ผ่านมา
พบว่า เด็กและวัยรุ่นส่วนใหญ่ ร้อยละ 67.8 เล่นอินเทอร์เน็ตเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยร้อยละ 40 ระบุว่าการเล่นอินเทอร์เน็ตไม่แตกต่างกันทั้งในช่วงปิดเทอมหรือเปิดเทอม ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เด็กใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ต มากที่สุดคือ อยู่ใกล้บ้าน ใช้เวลาเดินทางไม่นาน มีเกมที่หลากหลาย และราคาไม่แพง ซึ่งใช้ระยะเวลาเดินทางมาร้านอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ไม่เกิน 5 นาที
โดยจุดประสงค์ในการใช้งานคือ เล่มเกมร้อยละ 72.8 คุย/แชทร้อยละ 39.1 และหาข้อมูลร้อยละ 32.2 เด็กกลุ่มที่ใช้มากที่สุดคือเด็กมัธยมต้น
ทพ.กฤษดา กล่าวว่า พฤติกรรมของเด็กในร้านอินเทอร์เน็ตพบว่า ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลการประมาณการทางสถิติจำนวนเด็กและวัยรุ่นที่เคยประสบปัญหาในร้านอินเตอร์เนตคาเฟ่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีเด็กและวัยรุ่นเคยถูกข่มขู่รีดไถ จำนวน 60,560 คน
เคยถูกทำร้ายร่างกาย ตบตีชกต่อย จำนวน 57,606 คน เป็นหนี้ร้านอินเทอร์เนต เฉลี่ย 76.88 บาท จำนวน 53,175 คน ถูกลวนลามทางเพศ จำนวน 31,018 คน และถูกบังคับเช่น สูบบุหรี่ บังคับให้ซื้อของ ให้เปลี่ยนที่นั่ง จำนวน 44,312 คน
ซึ่งเด็กและวัยรุ่นที่ใช้บริการในร้านที่มีความเสี่ยงมีโอกาสถูกข่มขู่รีดไถ ถูกลวนลามทางเพศมากกว่าร้านที่ไม่มีความเสี่ยงถึง 3 เท่าขึ้นไป
ทพ.กฤษดา กล่าวว่า เด็กส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.3 เคยพบเห็นคนเล่นเกมต่อสู้ที่ร้านอินเตอร์เนตและอายุน้อยที่สุดที่เคยพบเห็นคือ 3 ขวบที่เล่นเกมต่อสู้ ขณะที่ร้อยละ 18.5 เคยพบเห็นคนเล่นเกมที่มีภาพโป๊เปลือย และอายุคนเล่นที่น้อยที่สุดที่เคยพบเห็นคือ 5 ขวบเท่านั้น
ส่วนข้อเสนอแนะจากเด็กและวัยรุ่นต่อร้านอินเทอร์เนต คืออยากให้มีโปรแกรมเพื่อการศึกษา ร้อยละ 52.3 ตามด้วยอยากให้มีเกมสร้างสรรค์จินตนาการเพื่อสังคมและชุมชนร้อยละ 50.9 และความสะอาด ถูกสุขอนามัย ร้อยละ 44.8
ระยะเวลาในการใช้อินเตอร์เน็ตจากที่เคยมีการสำรวจไว้ กับการสำรวจครั้งล่าสุด พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยใช้เวลาในการเล่นเฉลี่ยประมาณ 2 ชั่วโมง 42 นาที โดยพบว่าสาเหตุที่เด็กอยากเล่นเกมส์ที่ร้านคือ ความใกล้บ้าน เกมส์ที่หลากหลาย ราคาไม่แพง ความสะอาด เล่นได้นานเท่าใดก็ได้ ไม่มีกฎระเบียบ"
ส่วนสาเหตุที่ไม่อยากเล่นเกมส์ที่ร้านคือ คนเยอะเกินไป เสียงดังเกินไป ไม่เป็นส่วนตัว มีการมั่วสุม มีอบายมุขต่างๆ ร้านไม่สะอาดคับแคบ ราคาแพง
นายพงศ์ธร ชนะจิต เลขาธิการกลุ่มเครือข่ายร้านอินเทอร์เน็ตไทย กล่าวว่า สถานการณ์ร้านอินเทอร์เน็ตมีปัญหา โดยพฤติกรรมเบี่ยงเบนในการประกอบธุรกิจเกิดจากความเดือดร้อนจากต้นทุนการประกอบธุรกิจ การคุมเวลาที่ไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ เช่น ในกทม. เปิดได้ 24 ชั่วโมง ขณะที่จังหวัดใกล้เคียงถูกควบคุมเวลาเปิดปิด
ทำให้มีการลักลอบปิดร้านเกินกำหนดเวลา ยอมเสี่ยงรับเด็กหนีเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปีใช้บริการก่อน 14.00 น. และหลัง 22.00 น. และบางครั้งร้านที่ทำไม่ถูกกฎหมายก็เกิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการส่งส่วย เพื่อขยายเวลาให้บริการ และผ่อนปรนให้มีเด็กต่ำกว่า 18 ปีอยู่หลัง 22.00 น.
ซึ่งร้านอินเทอร์เน็ตที่ดียังมีอยู่ แต่ร้านที่ไม่ดีและทำผิดกฎหมายยังคงแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กจนเกินขอบเขตโดยไม่ถูกจับกุม จึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการแก้ไข โดยไม่ควรกำหนดเวลาเปิด-ปิด เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม แต่ควบคุมเวลาของเด็กและเยาวชนในการใช้บริการอย่างเคร่งครัดตามกฎหมาย
นายอิทธิพล ปรีติประสงค์ อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการสำรวจของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า ขณะนี้มีร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่จดทะเบียนทั่วประเทศไทยทั้งสิ้น 23,990 แห่ง
โดยเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เป็นกลุ่มที่ใช้บริการร้านอินเทอร์เน็ตมากที่สุด นอกจากนี้ ยังพบการละเมิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติในการกำหนดเงื่อนไขในการออกใบอนุญาตของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2549
คือ ประกอบกิจการนอกเหนือเวลาเปิด-ปิด มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ใช้บริการก่อนเวลา 14.00 น. และหลัง 22.00 น. ติดฟิล์มทึบ ไม่มีกล้องวงจรปิด มีการจำหน่ายบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่มาตรการควบคุมกลับไม่ควบคุมผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และกฎหมายยังขาดความเป็นเอกภาพ ทำให้เกิดความเลื่อมล้ำเวลาปิดเปิด
นายชาญไชย วิกรวงศ์วานิช เครือข่ายครอบครัว กล่าวว่า กลุ่มครอบครัวจะทำการรณรงค์ให้ความรู้กับผู้ปกครองเพื่อรู้เท่าทันต่อโลกเทคโนโลยี พร้อมกับสร้างเกราะคุ้มกันในครอบครัว ด้วยการดูแลเอาใจใส่เด็ก แต่คงทำได้เพียงบางส่วน
ดังนั้น ในวันที่ 25 เมษายนนี้ ทางกลุ่มเครือข่ายครอบครัวจะเดินทางไปยื่นหนังสือกับ 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดกับร้านที่ทำผิดระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เช่น ติดฟิล์มทึบ มีเด็กต่ำกว่า 18 ปี อยู่ในร้านก่อน 14.00 น. และหลัง 22.00 น. มียาเสพติดและเครื่องดื่มมึนเมาจำหน่ายในร้าน
และดึงร้านอินเทอร์เน็ตเถื่อนที่ยังไม่จดทะเบียนให้เข้าสู่ระบบ รวมถึงการตรวจสอบร้านที่จดทะเบียนและยังไม่จดทะเบียนให้ทำถูกต้องตามกฎหมาย
โดยคุณ : มาดูกัน [ กรุงเทพมหานคร ] -
[ 26 เม.ย. 2008 , 09:57:29 น. ]
| | |