


Last Updated on Thursday, 05 May 2011 00:05
Written by tuk2552
Friday, 29 April 2011 00:09

กฎหมายคุ้มครองแรงงานเริ่มเข้า ถึงผู้รับงานไปทำที่บ้าน เดือนหน้ามีผลบังคับใช้ ได้รับเงินชดเชยในกรณีเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน
ที่สำนัก งานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สช.) วันที่ 27 เมษายนนี้ มีการจัดเวที สช.เจาะประเด็นเรื่องสุข-ทุกข์แรงงานนอกระบบไทย เพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ผ่านมา โดย นพ.อำพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 11-13 ธันวาคม 2551 กำหนดฉันทานุมัติเรียกร้องให้มีการติดตามการออกกฎหมายใหม่และการบังคับใช้ เพื่อคุ้มครองและสร้างหลักประกันทางสังคมแก่แรงงานนอกระบบ ซึ่งขณะนี้การดำเนินการมีความคืบหน้าไปพอสมควร
นพ.ภูษิต ประคองสาย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า
ปัจจุบันแรงงานนอกระบบมีจำนวนมากถึง 2 ใน 3 ของแรงงานทั้งหมด หรือประมาณ 24 ล้านคน โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้น้อยกว่าแรงงานในระบบถึง 3 เท่า หรือประมาณ 3,700 บาทต่อเดือน ในขณะที่ต้องทำงานมากกว่าถึงสัปดาห์ละ 50 ชั่วโมง ในจำนวนนี้คิดเป็นผู้สูงอายุประมาณ 10% โดยแรงงานเหล่านี้จะเป็นพวกหาบเร่ แท็กซี่ กลุ่มคนที่รับงานกลับไปทำที่บ้าน รวมถึงภาคเกษตรกรรม ซึ่งส่วนมากเป็นกลุ่มคนในชนบท
ที่ปัจจุบันพบ ว่ากลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาเป็นลูกจ้างในบริษัทใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมาก ในลักษณะของการจ้างงานชั่วคราว จึงไม่ได้รับการคุ้มครองตามหลักประกันทางสังคมในการทำงาน และถึงแม้ว่าแรงงานเหล่านี้จะอยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติหรือระบบ บัตรทอง
แต่ที่ผ่านมามีการไปใช้สิทธิตามหลักประกันสุขภาพแห่งชาติน้อยมาก สะท้อนให้เห็นว่าระบบหลักประกันสุขภาพยังเข้าไม่ถึงกลุ่มคนเหล่านี้
นพ.ภูษิต กล่าวว่า
ที่ผ่านมาการดูแลสวัสดิการของแรงงานนอกระบบจะเป็นระบบสมัครใจตามมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสังคม ซึ่ง จะมีปัญหาในเรื่องของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการคุ้มครองจริง ๆ อย่างผู้ที่มีรายได้น้อย เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสาร ไม่ได้เข้าสู่ระบบดังกล่าว นอกจากนี้ ที่ผ่านมามักจะมีคำวิจารณ์เกี่ยวกับการทำงานของสำนักงานประกันสังคมว่าไม่มี ประสิทธิภาพ การรักษาแย่กว่าการใช้สิทธิบัตรทองด้วยซ้ำ และส่วนมากจะมีความถนัดในการดูแลแรงงานในระบบมากกว่า เพราะมีรายได้ชัดเจน หากต้องดูแลแรงงานนอกระบบที่ไม่มีรายได้แน่นอน จึงไม่รู้ว่าจะเก็บหรือหักจากส่วนไหน ดังนั้น หากสำนักงานประกัน สังคมจะเข้ามาดูแลจริง ๆ ต้องมีการปรับตัวอย่างมาก แต่คาดว่าไม่น่าจะทำได้ ส่วนตนเห็นว่าควรมีการตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่คล้ายกับสำนักงานประกัน สังคมเพื่อดูแลแรงงานนอกระบบโดยเฉพาะ
ด้านนายบัณฑิต ธนชัยเศรษฐวุฒิ นักวิจัยสิทธิแรงงาน มูลนิธิอารมณ์พงศ์พงัน กล่าวว่า เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแรงงานนอกระบบ
ที่ ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้จะมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 โดยกฎหมายดังกล่าวจะคุ้มครองแรงงานนอกระบบกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านเพียง อาชีพเดียว โดยจะได้รับเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยและได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน รวมถึงการได้รับค่าตอบแทนที่ใกล้เคียงหรือไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ โดยพิจารณาจากคุณภาพของการทำงานเทียบเคียงกับงานที่ทำในสถานประกอบการ
ขณะ ที่ รศ.ดร.วรวิทย์ เจริญเลิศ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า
การ คุ้มครองแรงงานให้สามารถเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ นั้น เป็นการนำแนวคิดมาจากประเทศตะวันตก ซึ่งส่วนมากเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีความแตกต่างจากสังคมเกษตรกรรมอย่าง ประเทศไทย ที่แม้จะมีความพยายามพัฒนาให้เป็นประเทศอุตสาหกรรม แต่ยังถือว่าล่าช้า และมีแรงงานในระบบที่สามารถดำเนินการได้ตามแนว คิดดังกล่าวเพียง 8-13 ล้านคน ในขณะที่แรงงานนอกระบบมีอยู่ประมาณ 24 ล้านคนที่ประสบปัญหาความยากจน การแบ่งสีเสื้ออย่างชัดเจน ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการได้ ซึ่งที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนในเรื่องดังกล่าวอยู่บ้าง แต่เป็นการดำเนินการภายหลังจากเกิดปัญหาทางการเงินไปแล้ว
- Latest Articles
Latest Articles:
- Most Read Articles
Most Read Articles: