Written by BatMen Sunday, 23 May 2010 19:18
เตือน "ภัย" กันอีกสักครั้งสำหรับผู้ที่นิมใช้สตางค์พลาสติก "บัตรเครดิต" จะบัตรเงิน-บัตรทอง-วีซ่า-มาสเตอร์...อะไรก็แล้วแต่ ใช้โดยไม่ระวังต้องมานั่งน้ำตาตกกันเยอะแล้ว ทั้ง ๆ ที่มีการเตือนกันมาโดยตลอด !!
เมื่อปี 2545 เฉพาะที่เป็นคดีก็กว่า 20 ราย
แค่ 20 ราย ความเสียหายก็กว่า 5.8 ล้าน !!
เป็นความ เสียหายจากการถูกมิจฉาชีพลักลอบ "ก๊อบปี้บัตร" เอาไปรูด !! นำข้อมูลบนตัวบัตรไปใช้ซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และอีกไม่นานในเมืองไทยคงถึงขั้นมีการเจาะเข้าไป "โจรกรรมข้อมูล" กันดื้อ ๆ ในอินเทอร์เน็ต โดยพวกที่เรียกว่า "แฮกเกอร์" ซึ่งกรณีหลังแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาที่ว่าแน่ยังโดนเป็นล้านบัญชี !!
สกู๊ป:คุ้ย ขยะปล้นไฮเทค !?!? สลิปบัตรเครดิต ทิ้งไม่ถูกที่มีสิทธิ์ซวย
เตือน "ภัย" กันอีกสักครั้งสำหรับผู้ที่นิมใช้สตางค์พลาสติก "บัตรเครดิต" จะบัตรเงิน-บัตรทอง-วีซ่า-มาสเตอร์...อะไรก็แล้วแต่ ใช้โดยไม่ระวังต้องมานั่งน้ำตาตกกันเยอะแล้ว ทั้ง ๆ ที่มีการเตือนกันมาโดยตลอด !!
เมื่อปี 2545 เฉพาะที่เป็นคดีก็กว่า 20 ราย
แค่ 20 ราย ความเสียหายก็กว่า 5.8 ล้าน !!
เป็นความ เสียหายจากการถูกมิจฉาชีพลักลอบ "ก๊อบปี้บัตร" เอาไปรูด !! นำข้อมูลบนตัวบัตรไปใช้ซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และอีกไม่นานในเมืองไทยคงถึงขั้นมีการเจาะเข้าไป "โจรกรรมข้อมูล" กันดื้อ ๆ ในอินเทอร์เน็ต โดยพวกที่เรียกว่า "แฮกเกอร์" ซึ่งกรณีหลังแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาที่ว่าแน่ยังโดนเป็นล้านบัญชี !!
กล่าว สำหรับในไทย...ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการเตือนภัยเครื่องมือก๊อบปี้บัตรเครดิต กันไปบ้างแล้ว แต่แทนที่สถานการณ์จะดีขึ้นกลับยิ่งแย่ลง ชั่วโมงนี้มิจฉาชีพมีการใช้เครื่องมือที่ทันสมัย และกะทัดรัดใช้ง่ายยิ่งขึ้น จากเครื่อง ก๊อบปี้ที่มีขนาดเท่าเครื่องคอมพิวเตอร์มือถือหรือปาล์ม ย่อลงมาเหลือแค่ประมาณซองบุหรี่ มาวันนี้เหลือขนาดพอ ๆ กับ "เพจเจอร์" เครื่องจิ๋ว ๆ เท่านั้น ถ้าไม่ระวังอาจตกเป็นเหยื่อก๊อบปี้ที่นับวันจะยิ่งไฮเทค
ก๊อบปี้แบบ ไฮเทคที่เรียกว่าการทำ "สกิมมิ่ง-Skimming" ข้อมูลในแถบแม่เหล็กบนหลังบัตรเครดิต นำไปทำบัตรปลอม ซึ่งมีข้อมูล "เหมือนบัตรจริง" เปี๊ยบ !!
พฤติกรรมหรือวิธีการของแก๊งมิจฉาชีพพวก นี้น่ะหรือ ? ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ...คือจะมีพวก แคชเชียร์, พนักงานเสิร์ฟ, พนักงานร้านต่าง ๆ สมรู้ร่วมคิด เมื่อลูกค้าชำระเงินค่าสินค้า-บริการด้วยบัตรเครดิตและไม่สนใจดูก็จะแอบใช้ เครื่องรูดก๊อบปี้ข้อมูลบัตรไว้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที
ตามโรงแรม หรู ร้านรวงที่ขายสินค้าราคาแพง เป็นแหล่งที่ยิ่งต้องระวัง เพราะพวกมิจฉาชีพรู้ดีว่าเป็นศูนย์รวมบัตรเครดิตที่มี "วงเงินเครดิตสูง" แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าร้านรวงเล็ก ๆ ทั่วไปจะปลอดภัย
ก็มีโอกาส เสี่ยงเป็น "เหยื่อ" เหมือนกัน !!
นิวัติ จิตตาลาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า... การทำสกิมมิ่งบัตรเครดิตนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และปัจจุบันก็ยังมีการก๊อบปี้ในรูปแบบนี้อยู่ ทั้งด้วยเครื่องรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เครื่องสกิมมิ่งบัตรเครดิตที่มีขนาดเท่ากับซองบุหรี่ ผลิตในไต้หวัน ปัจจุบันก็มีการใช้กันอยู่ และการที่แก๊งพวกนี้สมคบคิดกับแคชเชียร์หรือพนักงานเสิร์ฟ ตรงนี้ก็ยังเป็น "จุดอ่อน" ที่ยังแก้ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การก๊อบปี้ทำบัตรเครดิตปลอมนั้น เชื่อว่ายังไงก็ไม่สามารถทำได้เหมือนบัตรจริง 100% เพราะยังมีการจ้างคนในราคา 1,000-5,000 บาท ให้นำบัตรปลอมไปลองใช้จ่ายอยู่ ซึ่งทางบริษัทก็ได้พยายามบอกกับร้านค้าต่าง ๆ ว่าให้สังเกต และระมัดระวังในส่วนของ "ลายเซ็น" และ "หน้าตา" ผู้ถือบัตร
"หน้าตา ท่าทางของผู้ถือบัตรจะเป็นสิ่งบ่งบอกได้เป็นอย่างดี สังเกตได้เลย...ประเภทถือบัตรทองของต่างประเทศเข้ามา แต่หน้าตาเป็นไทย ชื่อไทย ท่าทางไม่น่าเชื่อถือ หรือท่าทางโทรม ๆ ไม่มีมาดเลย แต่ ซื้อของเป็นเงินหลักแสน อย่างนี้ก็ควรจะสงสัยไว้ก่อนได้เลย..."
ว่า อาจจะไม่ใช่เจ้าของ "บัตรจริง-ตัวจริง"
แต่แค่ระวังบัตรเครดิตถูก ก๊อบปี้อย่างเดียว...ใช่จะนอนใจได้ "สลิปบัตรเครดิต" ที่ได้หลังชำระค่าสินค้า-บริการ หรือจากการกดเงินสด ...ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือของแก๊ง "โจรบัตรเครดิต" ได้เช่นกัน
ถ้า ทิ้งขว้างไม่ถูกที่ถูกทาง !!
การสั่งซื้อสินค้า-บริการผ่านทางอิน เทอร์เน็ตที่กำลังเฟื่องฟูอยู่ในยุคนี้ สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือ "บัตรเครดิต" แต่ก็ไม่ได้ใช้ตัวบัตร ใช้เพียงแค่ข้อมูลบัตร บางเว็บอาจมีขั้นตอนตรวจสอบป้องกันที่รัดกุม แต่ที่ผ่านมาก็มีหลายเว็บที่ใช้แค่ "หมายเลขบัตร" และ "วันหมดอายุ" ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ จะดูรูปโป๊-แทงพนันก็ได้ !! ซึ่งแน่นอน...โจรมันก็ย่อมจะเลือก "ซื้อของแพง" ที่ "แปรเป็นเงิน" ได้ง่าย ๆ
และวิธีการที่พวกนี้จะได้มาซึ่งข้อมูล 2 ส่วนนี้ก็แสนจะง่าย ไม�้องไปขโมยบัตรใครให้ยุ่งยาก แค่ไปเดินเตร่ตามที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าหรือตามหน้าตู้เอทีเอ็ม เจ้าของบัตรก็ "โยนทิ้ง" ให้เก็บอย่างเต็มใจ ก็ข้อมูลเหล่านี้มันอยู่ใน "สลิปบัตรเครดิต" ที่หลายคนไม่ค่อยจะใส่ใจเก็บไว้ตรวจสอบนั่น แหละ !!
พ.ต.อ.ญาณ พล ยั่งยืน รองผู้บัญชาการศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่า... จุดสำคัญของบัตรเครดิตนั้นปกติก็จะอยู่มี 2 ที่ คือหมายเลขบัตร และวันหมดอายุของบัตร ซึ่งผู้ถือบัตรต้องระวัง และควร "รักษาเป็นความลับ" หลังการจับจ่ายใช้สอยหรือเบิกเงินสดแล้วให้เก็บสลิปเอาไว้ที่ตัวก่อน อย่าประมาท ทิ้งตามสถานที่สาธารณะ เพราะว่าอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีเก็บสลิปไปกระทำการโดยมิชอบ
เรื่องนี้ ก็มีการปราบปราม...แต่ยังมีปัญหาอยู่ !!
"ควรเก็บสลิปบัตรเครดิตไว้ ทุกครั้งที่ใช้จ่าย เพื่อความปลอดภัย และเพื่อใช้ตรวจสอบอ้างอิงกับทางธนาคารได้ภายหลังถ้ามีปัญหา และทุกเดือนที่ได้รับเอกสารจากธนาคารก็ควรที่จะตรวจสอบความผิดปกติของยอดใช้ จ่าย ซึ่งหากสงสัยว่าอาจจะมีปัญหาต้องรีบแจ้งธนาคารทันที"
ภัย "โจรไฮเทค" มันแฝงตัวอยู่ทุกที่...แม้แต่ใน "ถังขยะ"
"ประมาท" ก็อาจมีคนมาช่วยใช้ "บัตรเครดิต" ไม่รู้ตัว !!.