วันจันทร์ 29 พฤษภาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > ข่าวไอที > 10 แนวคิดไม่ธรรมดา ของ Evan Spiegel แห่ง Snap (edited)

10 แนวคิดไม่ธรรมดา ของ Evan Spiegel แห่ง Snap (edited)

หมวดหมู่ : ข่าวไอที 13 พฤษภาคม 2017 เปิดอ่าน 365 ครั้ง

ซีอีโอหนุ่มวัย 26 ปีที่ถูกนักข่าวของ CNBC อย่าง Jim Cramer บอกเล่าว่าหยิ่งหรือ arrogant

แม้จะยังไม่ได้บุกตลาดไทยเต็มที่ แต่ในสหรัฐอเมริกา “สแนป” (Snap Inc.) นั้นเป็นคู่แข่งของเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่ได้รับความสนใจมากจากคนทุกวงการ ล่าสุดสแนปกำลังตกที่นั่งลำบากเพราะผลการดำเนินงานไตรมาสแรกพลาดเป้า จนทำให้มูลค่าหุ้นตกต่ำทันที 25% ทำให้ซีอีโอผู้ก่อตั้ง Snap Inc. วัย 26 อย่างอีวาน สปีเกล (Evan Spiegel) ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ว่าซีอีโอหนุ่มจะพูดกับนักลงทุนอย่างไรหลังประกาศตัวเลขไตรมาสล่าสุด

คำพูดเหล่านี้ถือเป็นครั้งแรกที่โลกได้ยินเสียงแนวคิดงานบริหารจากซีอีโอไฟแรงอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะคำพูดที่จะมาอธิบายเรื่องฐานผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้น 8 ล้านคนเท่านั้นในไตรมาสที่ผ่านมา (เบ็ดเสร็จ 166 ล้านคน)

อีกปัจจัยที่ทำให้แนวคิดของ Spiegel เป็นที่สนใจ เพราะในขณะที่สื่อมวลชนอเมริกาตราหน้า Spiegel ว่าเป็นคน “หยิ่ง” (arrogant) แต่บริการที่ Spiegel คิดค้นก็สามารถครองใจวัยรุ่นได้อย่างเหนียวแน่นจริงจัง จนทำให้ Facebook และ Instagram ลงมือถอดแบบแทบทุกคุณสมบัติที่มีใน Snapchat ทั้งการเปิดให้ผู้ใช้แชร์ภาพแล้วลบได้อัตโนมัติ บริการตกแต่งภาพถ่ายและวิดีโอแบบเก๋ไก๋วัยรุ่นชอบ ซึ่งทั้งหมด Snap ตอบโต้อะไรไม่ได้มากนัก แต่ยังคงโกยเงินจากนักโฆษณามากขึ้นต่อเนื่อง บนจุดยืนของบริษัทที่บอกว่าตัวเองเป็นบริษัทกล้องหรือ “camera company” ไม่ใช่บริษัทผลิตแอปพลิเคชันธรรมดานะจ้ะ

10 ประโยคด้านล่างนี้ อ่านแล้วขอเชิญประเมินกันเองว่า Spiegel เป็นคนยโสจริงไหม?

1. ประโยคน่าทึ่งชุดแรกจากปากของ Spiegel ที่ Business Insider บันทีกไว้เป็นเรื่องแนวคิดการเจาะตลาดวัยรุ่น เพราะเป็นประโยคที่สะท้อนว่า Spiegel มองตลาดกลุ่ม “ผู้สูงวัย” อย่างไร

Spiegel บอกสาเหตุที่ทำให้บริษัทวางวิสัยทัศน์ไว้ชัดเจนเรื่องเจาะกลุ่มวัยรุ่น โดยฟันธงว่าเพราะกลุ่มวัยรุ่นสนใจเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่มากกว่าวัยอื่น Spiegel เล่าว่าเคยสอนคุณย่าใช้อีเมล แต่ก็ล้มเหลวเล็กน้อยเพราะคุณย่าเลือกคุยโทรศัพท์มากกว่า ซึ่งแม้วันนี้คุณย่าคุณยายหลายคนจะใช้อีเมลแล้ว แต่เขามองว่าช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าจะผลักดันกลุ่มย่ายายให้มาถึงวันนี้ได้

2. Spiegel พูดถึงจุดยืนการเป็นบริษัทกล้องหรือ “camera company” ของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ เขายกตัวอย่างว่าเมื่อ Google โด่งดัง ทุกคนทุกบริษัทก็จะรู้สึกว่าต้องมี “search strategy” เพื่อทำการตลาดหรือสร้างช่องทางธุรกิจบนบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์ และเมื่อ Facebook โด่งดัง ทุกคนก็รู้สึกว่าต้องทำ social strategy เพื่อหาช่องทางธุรกิจบนโลกโซเชียล

สำหรับ Snap ตัวเขาเชื่อว่าวันนี้หลายบริษัทกำลังรู้สึกว่า จำเป็นต้องวาง “camera strategy” เพื่อหาช่องทางธุรกิจผ่านการใช้งานกล้องบ้างแล้ว

Spiegel บอกว่าถ้าใครอยากเป็นบริษัทสร้างสรรค์หรือ creative company ก็ควรทำใจให้สบายกับความจริงที่ว่า มีหลายคนกำลังรอลอกอยู่

 

   3. Spiegel ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเมื่อต้องพูดถึงภาวะยอดผู้ใช้ Snap โต้ช้าเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยบอกว่าหนึ่งในหลายเหตุผลที่อาจเป็นได้คือภาวะ growth hacking ที่ทำให้ผู้ใช้ถูกดึงไปใช้งานบริการอื่นด้วย notification หรือการแจ้งเตือนบนหน้าจอสมาร์ทโฟน

Spiegel บอกว่าภาวะแบบนี้ไม่เป็นธรรมชาติ โดยบอกว่า growth hacking เกิดขึ้นแล้วในอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ใช้มักได้รับ notification หรือการแจ้งเตือนงานจำนวนมาก จนทำให้ผู้ใช้หลงไปใช้งานแอปพลิเคชันที่แจ้งเตือนเหล่านี้ก่อน

4. สำหรับเลนส์ (lenses) หรือเอฟเฟ็กต์ตกแต่งภาพและวิดีโอที่ฮอตฮิตเหลือเกินบน Snapchat ซีอีโอหนุ่มพูดง่ายๆว่าเป็นเพราะผู้ใช้รู้สึกสนุกกับการได้เห็นตัวเองในภาพที่ถูกตัดต่อ ประเด็นนี้ต้องยกความดีให้ความสร้างสรรค์ ที่ทำให้คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนได้

5. Spiegel บอกว่าการบ้านชิ้นใหญ่ที่บริษัทต้องทำในวงการโฆษณาช่วง 10 ปีนับจากนี้ไปคือการให้ความรู้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมนี้ จุดนี้ Spiegel เชื่อว่าตัวเองมีระบบและทีมงานโฆษณาระดับหัวกะทิแล้ว (Spiegel ใช้คำว่า world-class ad units) และปีนี้ Snap ได้สร้างระบบวัดผลมากมายในการแสดงให้ธุรกิจเห็นแล้วว่าแคมเปญที่บริษัททำกับ Snap นั้นคุ้มค่ามี ROI สูง

สิ่งที่ Snap ต้องทำต่อจากนี้คือการให้ความรู้ต่อไป ที่ผ่านมา นักโฆษณาที่ลงโฆษณากับ Snap ก่อนหน้านี้ล้วนได้เห็นตัวเลขที่ยอดเยี่ยม ซึ่งบริษัทจะต้องแสดงให้ทุกคนเห็นต่อไปว่าการลงโฆษณากับ Snap นั้นมีประสิทธิภาพมากจริง

6. ดีเลิศเช่นนี้ทำไมรุ่งแต่ในบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว? เรื่องนี้ Spiegel พูดได้ดีว่าในระยะยาว ตัวเขาเชื่อว่า Snapchat คือบริการที่เหมาะสำหรับทุกคน เพียงแต่นี่คือช่วงเริ่มต้นของบริษัทเท่านั้น ทำให้ Snap ให้ความสำคัญกับตลาดอเมริกาเหนือและยุโรปก่อนพื้นที่อื่น

7. Spiegel ยืนยันว่าที่ไม่เคยตอบคำถามสื่อมวลชนเรื่องแนวทางออกสินค้าใหม่ของบริษัท ไม่ได้เป็นเพราะหยิ่ง แต่เพราะต้องการเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนประหลาดใจ ซึ่งปีนี้จะมีเรื่องสนุก ๆ ของ Snap รออยู่แน่นอน

8. สำหรับสิ่งที่ต้องทำให้ดีขึ้น Spiegel มองว่าคือการลดแรงเสียดทานระหว่างงานสร้างสรรค์และงานผลักดันยอดผู้ใช้ให้ได้มากขึ้น กลยุทธ์นี้สะท้อนว่า Snap จะไม่ยอมให้แรงกดดันเรื่องตัวเลขฐานผู้ใช้ มามีอำนาจเหนือกว่าแรงบันดาลใจในการสร้างงาน

9. กรณีที่คู่แข่งลอกเลียนแบบบริการของ Snap ซีอีโอหนุ่ม 26 กะรัตบอกว่าเป็นเพราะความชื่นชอบ

Spiegel บอกว่าถ้าใครอยากเป็นบริษัทสร้างสรรค์หรือ creative company ก็ควรทำใจให้สบายกับความจริงที่ว่า มีหลายคนกำลังรอลอกอยู่ถ้าเราสามารถสร้างผลงานชิ้นเยี่ยมได้

10. Spiegel ฝากบอกถึงคู่แข่ง (และคู่ลอกเลียนแบบ) โดยไม่ได้ระบุชื่อ Facebook ว่าท้ายที่สุดแล้ว ก็จะได้รู้กันว่าใครจะสอบได้หรือสอบตก

Spiegel ยกตัวอย่างยาฮู (Yahoo) ว่ามีบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์เช่นกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่า Yahoo จะประสบความสำเร็จเหมือน Google.

 

cr:http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9600000048286

เปิดอ่าน 365 ครั้ง