วันศุกร์ 15 ธันวาคม 2560
ติดตามเว็บไซต์
หน้าแรก > เรื่องย่อละคร ไฮไลท์วันนี้ > รากนครา ตอนแรก 5 กันยายน 2560 เรื่องย่อ “รากนครา”

รากนครา ตอนแรก 5 กันยายน 2560 เรื่องย่อ “รากนครา”

หมวดหมู่ : เรื่องย่อละคร, ไฮไลท์วันนี้ 5 กันยายน 2017 เปิดอ่าน 471 ครั้ง

ดูละครย้อนหลัง > ละครย้อนหลังช่อง 3 > รากนาครา 2017

รากนครา เป็นเรื่องราวของ เจ้าศุขวงศ์ แห่งเมืองเชียงพระคำ เกิดตกหลุมรัก เจ้าแม้นเมือง หญิงสาวผู้ยึดมั่นรักแผ่นดินและแน่วแน่ในอุดมการณ์ของบรรพบุรุษ ที่ต้องการให้เชียงเงินได้เป็นเอกราชจากสยาม ซึ่งมีน้องสาวต่างแม่คือ เจ้ามิ่งหล้า หญิงสาวผู้เอาแต่ใจและอิจฉาริษยาที่พี่สาวมีชายหนุ่มมาตกหลุมรัก เจ้ามิ่งหล้าจึงวางอุบายดึงเจ้าศุขวงศ์มาใกล้ชิดตัวและวางแผนทำให้เจ้าแม้นเมืองเข้าใจผิด จนเกิดเป็นรักสามเส้า โศกนาฏกรรมทางความรักจึงอุบัติขึ้น โดยมีแผ่นดินเกิดเป็นเดิมพัน

เรื่องย่อ “รากนครา”

บทประพันธ์ : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
บทโทรทัศน์ :ยิ่งยศ ปัญญา
กำกับการแสดง :พงษ์พัฒน์วชิรบรรจง
แนวละคร : พีเรียด – ดรามา อิงประวัติศาสตร์
ผลิต :บริษัท แอค-อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
ผู้จัด : ธัญญา – คุณพงษ์พัฒน์วชิรบรรจง
วันเวลาออกอากาศ : ทุกวันทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.20 – 22.50 น. ทางช่อง 3 และ 33
ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่มตอนแรก วันวันอังคาร ที่ 5 กันยายน 2560
#รากนครา #Ch3Thailand#lakornonlinefan

เรื่องย่อ รากนครา

ในปี พ.ศ.2427 เจ้าศุขวงศ์ หรือ เจ้าน้อย เดินทางกลับมาบ้านเกิดหลังจากที่จากไปเป็นเวลาถึง 15 ปี เขาเป็นบุตรชายคนเดียวของ เจ้าราชบุตรศุษิระ ผู้ล่วงลับ เจ้าศุษิระเป็นผู้มีความคิดสมัยใหม่ เมื่อเห็นว่าอาณาจักรของเขาและบ้านพี่เมืองน้องในดินแดนล้านนาไม่สามารถดำรงความเป็นอิสระไว้ได้ จำเป็นต้องอาศัยบารมีของสยามเพื่อปกป้องแผ่นดินจากการตกเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก


เจ้าศุษิระจึงส่งเจ้าศุขวงศ์ไปศึกษาที่สิงคโปร์ตั้งแต่อายุได้เพียง 10 ขวบ แล้วเจ้าศุษิระและชายาก็ล้มป่วยเสียชีวิต หลังจากเจ้าศุขวงศ์เรียนจบ เขาได้กลับมารับราชการในราชสำนักสยาม เจ้าศุขวงศ์ได้พา มิสเตอร์จอห์น แบร็กกิ้น ฝรั่งชาวอังกฤษซึ่งสนใจสำรวจป่าเพื่อหาลู่ทางทำไม้เดินทางกลับบ้านเกิดพร้อมกันกับเขา

แท้จริงแล้วนั้นแบร็กกิ้นมีเบื้องหลังเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทบริติช บอร์เนียว บริษัทสัมปทานทำไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลมาก แบร็กกิ้นมีความประสงค์ที่จะมาสอดส่องทรัพยากรป่าไม้ ในดินแดนล้านนาเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจของอังกฤษในอนาคต เจ้าศุขวงศ์เคยมีบุญคุณช่วยชีวิตแบร็กกิ้นไว้ ทั้งสองเป็นทั้งเพื่อนที่รู้ใจและรู้เท่าทันกันทุกอย่าง เจ้าศุขวงศ์จึงตัดสินใจให้แบรกกิ้น อยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลาเพื่อที่จะสามารถควบคุมแบรกกิ้นได้โดยง่าย

การพาฝรั่งกลับบ้าน อีกทั้งการแต่งกายแบบสยามซึ่งรับเอาวัฒนธรรมตะวันตกของเจ้าศุขวงศ์ ทำให้ เจ้าเรือนคำ ย่าของเขาไม่พอใจ เจ้าศุขวงศ์พยายามหว่านล้อมให้เจ้าย่าเห็นว่าการพาแบร็กกิ้นมาด้วย แทนที่จะปล่อยให้แบรกกิ้นเข้ามาสำรวจป่าตามใจชอบนั้นเป็นประโยชน์ต่อบ้านเกิดเมืองนอน เพราะทำให้เขารู้เท่าทันและสามารถรักษาผลประโยชน์ของอาณาจักรได้ เจ้าเรือนคำไม่ใคร่พอใจ แต่ด้วยความรักหลาน เจ้าเรือนคำก็ใจอ่อน เจ้าศุขวงศ์พยายามหว่านล้อมเจ้าหลวงศรีวงศ์ซึ่งเป็นอา เจ้าหลวงคนปัจจุบันให้ยอมออกใบอนุญาตสำรวจป่าให้แบร็กกิ้นและศุขวงศ์ยังต้องการเข้าร่วมทุนทำไม้กับแบร็กกิ้นเพื่อควบคุมและรักษาสิทธิในการแสวงประโยชน์จากทรัพยากรป่าไม้ อินทร ข้าเก่าคนสนิทของเจ้าศุษิระได้แสดงตัวขอเป็นผู้รับใช้เจ้าศุขวงศ์ด้วยความจงรักภักดี

วันหนึ่ง เจ้าหลวงศรีวงษ์ให้เจ้าศุขวงศ์เป็นผู้แทนเดินทางไปร่วมงานศพของ เจ้าสิงห์คำ เจ้าอุปราชเมืองเชียงเงินซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติ ศุขวงศ์จำต้องพาแบร็กกิ้นเดินทางไปด้วยเพราะไม่ไว้ใจให้แบร็กกิ้นอยู่ไกลสายตา ที่เชียงเงินซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ และเป็นประเทศราชของสยามด้วยเช่นกัน ศุขวงศ์ได้พบกับ เจ้าแม้นเมือง บุตรสาวคนโตของ เจ้าหลวงแสนอินทะ กลางดงชมพูป่าซึ่งออกดอกสีชมพูสะพรั่งเพียง 10 วันในแต่ละปีเท่านั้น ศุขวงศ์รู้สึกสนใจในตัวแม้นเมืองมากเนื่องจากประทับใจในความเป็นตัวของตัวเองของเธอ

จากการสังเกต ศุขวงศ์พบว่า แม้นเมืองมีสถานภาพเป็นรองเจ้ามิ่งหล้า น้องสาวต่างมารดามากทั้งๆ ที่แม้นเมืองเป็นพี่สาว เนื่องจาก เจ้านางข่ายคำ เจ้านางหลวงคนปัจจุบันซึ่งเป็นมารดาของมิ่งหล้าและมีศักดิ์เป็นน้าแท้ๆ ของแม้นเมืองเลี้ยงดูให้แม้นเมืองต้องยอมมิ่งหล้าทุกอย่างด้วยความกลัวว่าแม้นเมืองจะได้ดีกว่าลูกสาวของตน

ศุขวงศ์ยังได้รู้จักกับ เจ้าหน่อเมือง พี่ชายแท้ๆ ของแม้นเมืองซึ่งได้รับตำแหน่งเจ้าอุปราชต่อจากเจ้าสิงห์คำผู้ล่วงลับ หน่อเมืองแสดงความไม่ชอบใจศุขวงศ์ตั้งแต่แรกเห็นเนื่องจากรูปลักษณ์และความคิดของศุขวงศ์ยืนยันชัดเจนว่าเขายอมหมอบราบคาบแก้วให้กับสยามและตะวันตก ทั้งนี้ หลังจากที่มารดาเสียชีวิต และเจ้าหลวงแสนอินทะ บิดาได้สมรสใหม่ เจ้าหน่อเมืองและเจ้าแม้นเมืองสองพี่น้องก็อยู่ในความดูแลของเจ้าอุปราชสิงห์คำผู้มีความรักชาติอย่างแรงกล้า ทำให้ทั้งหน่อเมืองและแม้นเมืองได้รับการปลูกฝังให้รักความอิสระ เชื่อมั่นในเสรีภาพ และมุ่งมั่นกระทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้เชียงเงินเป็นรัฐอิสระให้ได้

จากการสนทนาทำให้ศุขวงศ์ทราบว่าเจ้าหลวงแสนอินทะเอง ก็มีความมุ่งมั่นในการแยกตัวเป็นอิสระและรังเกียจตะวันตกอย่างยิ่งเจ้าศุขวงศ์มีโอกาสได้พบเจ้าแม้นเมืองตามลำพังที่ดงชมพูป่า แม้นเมืองแสดงความเชื่อของเธออย่างเปิดเผยว่าการยอมรับเอาขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติอื่นมาเป็นของตน เช่นที่ศุขวงศ์กระทำ เป็นการแสดงออกถึงความไร้ราก ไร้ความคิด และไร้ศักดิ์ศรี ทว่าคำบอกเล่าของศุขวงศ์เรื่องเมืองมัณฑ์ เมืองใหญ่ในแถบนั้นซึ่งเป็นเมืองอิสระและไม่เคยยอมก้มหัวให้สยามและตะวันตก กำลังจะกลายเป็นเมืองขึ้นของตะวันตกภายในเวลาไม่นาน ก็ทำให้แม้นเมืองเริ่มไม่แน่ใจในความคิดของเธอ แต่แม้นเมืองก็พยายามเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาและโต้ตอบศุขวงศ์ว่าการล่มสลายอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองของเชียงเงินเป็นสิ่งที่เธอภาคภูมิใจมากกว่าการยอมปรับเปลี่ยนตัวเอง

ในงานศพของเจ้าอุปราชสิงห์คำ เจ้าแม้นเมืองแสดงความโศกเศร้าอย่างยิ่ง ตกเป็นเป้าสายตาของเจ้าศุขวงศ์ตลอดเวลา เจ้ามิ่งหล้าซึ่งเคยชินกับการได้รับความสนใจและต้องเป็นที่หนึ่งเสมอสังเกตเห็นสายตาของศุขวงศ์ที่มองแม้นเมือง ทำให้มิ่งหล้าไม่พอใจและหาทางเอาชนะแม้นเมืองให้ได้ มิ่งหล้าได้ออกอุบายเพื่อให้ตนได้ใกล้ชิดกับศุขวงศ์ มิ่งหล้าพูดให้พี่สาวเข้าใจว่าศุขวงศ์สนใจปองรักตน

เจ้าศุขวงศ์พยายามหาโอกาสใกล้ชิดกับเจ้าแม้นเมือง เขาจึงตอบรับคำขอของเจ้ามิ่งหล้าที่ขอให้เขาเข้าไปแปลหนังสือภาพภาษาอังกฤษให้เธอ ทว่าศุขวงศ์ไม่เคยมีโอกาสได้พบแม้นเมืองในคุ้มหลวงเลยสักครั้ง จนวันหนึ่ง ทั้งสองได้พบกันที่ดงชมพูป่าโดยบังเอิญ ศุขวงศ์จึงมีโอกาสสัมผัสตัวตนที่อ่อนโยนของแม้นเมืองจากเหตุการณ์ที่เธอพยายามช่วยนำลูกนกที่ตกจากรังไปใส่คืนไว้ในรังของมัน ทั้งสองพูดคุยกันด้วยดีเป็นครั้งแรก ศุขวงศ์ออกปากว่าเขาจะมารอพบแม้นเมืองที่ดงชมพูป่านี้ทุกวันไม่ว่าเธอจะมาหรือไม่ก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่ามิ่งหล้ายังคงเพียรพยายามสร้างความเข้าใจผิดให้แม้นเมืองเชื่อว่าศุขวงศ์หลงรักตน แม้นเมืองจึงพยายามขจัดความรู้สึกสนใจที่เธอเริ่มมีให้ศุขวงศ์ออกไปจากใจด้วยความรักน้องสาว

เจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้าหน่อเมืองร่วมกันวางแผนการสามทางเพื่อการประกาศตัว เป็นรัฐอิสระของเชียงเงิน เริ่มด้วยการให้หน่อเมืองเดินทางไปรับสารตราตั้งตำแหน่งเจ้าอุปราชและดื่มน้ำพระพิพัฒน์สัตยายอมเป็นข้าของสยามที่เชียงใหม่ ในขณะเดียวกันก็วางแผนส่งตัวมิ่งหล้าไปเป็นสนมกษัตริย์เมืองมัณฑ์ และสุดท้าย จัดการให้แม้นเมืองแต่งงานกับศุขวงศ์เพื่อทำให้ญาติฝ่ายล้านนาตายใจว่าเชียงเงินไม่ได้เอาใจออกห่างหมู่ญาติ

มิ่งหล้าอาละวาดอย่างหนัก เธอบีบบังคับให้แม้นเมืองรับอาสาเดินทางไปเป็นสนมกษัตริย์เมืองมัณฑ์แทนเธอ ด้วยความรักชาติ แม้นเมืองจึงยอมทำตามคำขอ ทว่าไม่เป็นผลสำเร็จ เนื่องจากเมืองมัณฑ์ระบุมาว่าต้องการตัวมิ่งหล้าซึ่งมีสถานะสูงกว่าแม้นเมือง เจ้านางข่ายคำสนับสนุนความคิดที่จะส่งมิ่งหล้าไปเมืองมัณฑ์เนื่องจากเกรงว่าแม้นเมืองจะกลายเป็นผู้มีความสำคัญมากกว่าลูกสาวของตน เจ้านางข่ายคำจึงบีบบังคับให้แม้นเมืองเกลี้ยกล่อมมิ่งหล้าให้ได้ มิ่งหล้าโกรธมากเพราะไม่เคยถูกขัดใจมาก่อนในชีวิต ประกอบกับเมื่อมิ่งหล้ารู้ว่าแม้นเมืองได้รับการวางตัวให้แต่งงานกับศุขวงศ์ ความโกรธจนขาดสติทำให้มิ่งหล้าประกาศตัดพี่ตัดน้องกับแม้นเมือง

เจ้ามิ่งหล้าลอบหนีออกไปจากคุ้มหลวงเพื่อไปขอให้เจ้าศุขวงศ์ช่วยพาเธอหนี เธอขู่จะฆ่าตัวตายหากศุขวงศ์ไม่ยอมช่วย ศุขวงศ์เห็นแก่ความเป็นญาติและยังเล็งเห็นว่าการที่เชียงเงินส่งมิ่งหล้าไปเป็นสนมกษัตริย์เมืองมัณฑ์นั้นเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์ เนื่องจากอีกไม่นานเมืองมัณฑ์ต้องเสียเมืองแก่ตะวันตกแน่นอน มิ่งหล้าดีใจมากที่ศุขวงศ์ยอมรับปาก แต่เรื่องกลับรู้ถึงหูของเจ้าหลวงแสนอินทะเสียก่อน ศุขวงศ์รู้ไม่เท่าทัน จึงไปลอบพาตัวแม้นเมืองที่ปลอมตัวเป็นมิ่งหล้ามา ทำให้เขาต้องแต่งงานกับแม้นเมือง ส่วนมิ่งหล้าก็ต้องถูกส่งตัวไปเมืองมัณฑ์ในที่สุด

แม้นเมืองเดินทางไปยังเชียงพระคำ พร้อมกับศุขวงศ์ เขียนจันทร์ คำแก้ว อินทร โดยมีหน่อเมืองตามไปส่ง ทั้งสองตกเป็นของกันและกัน โดยที่แม้นเมืองยังเข้าใจผิด คิดว่า ศุขวงศ์มีใจรักต่อมิ่งหล้า ส่วนศุขวงศ์เองก็ยังคิดน้อยใจ ว่าแม้นเมืองไม่รักตน แต่ที่ยอมแต่งงานด้วย เพราะต้องการช่วยเหลือบ้านเมืองของตน

ศุขวงศ์พาแม้นเมืองกลับมาที่เชียงพระคำ เจ้าย่าอดแปลกใจไม่ได้ที่ศุขวงศ์แต่งงานอย่างกะทันหัน แต่คนที่เสียใจที่สุด เห็นจะเป็นละอองคำ ลูกพี่ลูกน้องของศุขวงศ์ที่แอบหลงรักศุขวงศ์มาอย่างเนิ่นนาน สุดท้ายเจ้าย่าเรือนคำตัดสินใจ ขอให้ละอองคำเป็นเมียของศุขวงศ์อีกคน โดยพูดต่อหน้าแม้นเมือง แม้นเมืองไม่ว่ากระไร เพราะให้เกียรติศุขวงศ์แต่ศุขวงศ์เองเสียอีก ไม่ยอมแตะต้องละอองคำ จนทำให้ละอองคำละอายใจ ถึงขนาดตั้งใจผูกคอตาย ดีที่บัวผันช่วยไว้ได้ทัน

แม้นเมืองไม่ได้ต่อว่าอะไรละอองคำ มีเพียงคำให้กำลังใจ ขอให้ละอองคำรักษาตัวให้หายโดยไว ทำให้ละอองคำได้คิด ว่าแม้นเมืองคือผู้หญิงที่ดีเพียบพร้อม ถึงทำให้ศุขวงศ์รักเช่นนั้น ศุขวงศ์เตือนสติ ให้ละอองคำ อยู่กับคนที่รักละอองคำอย่างแท้จริง ชีวิตจะได้ไม่ต้องทุกข์ระทมไปตลอด ศุขวงศ์บอกกับเจ้าย่า ว่าจักรคำ คือผู้ชายที่หมายปองละอองคำมาเนิ่นนาน สุดท้าย ศุขวงศ์จึงพาจักรคำ มาเยี่ยมละอองคำ จักรคำและละอองคำ จึงเริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น และตกลงใจคบหากันต่อไป ซึ่งทั้งคู่ก็มีโครงการจะแต่งงานกันในไม่ช้า

ด้านเจ้านางข่ายคำ ก็พาขบวนของมิ่งหล้ามายังเมืองมัณฑ์ โดยมีฟองจันทร์ ตามมารับใช้มิ่งหล้าอีกด้วย การเข้าพบกษัตริย์เมืองมัณฑ์ เต็มไปด้วยความยากลำบาก เพราะเจ้านางปัทมสุดา เจ้านางหลวงของกษัตริย์ หาวิธีกีดกันสารพัด โดยมีลูกน้องคู่ใจอย่าง ขิ่นแหม่และนางมิ่น เป็นคนรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด แต่ด้วยความที่อยากเอาชนะ มิ่งหล้า ก็หาวิธีจนได้ ด้วยการให้กรมวัง เป็นคนดูต้นทางให้ กษัตริย์และมิ่งหล้าได้พบกันในที่สุด แล้วมิ่งหล้าก็ได้ถวายตัวให้แก่กษัตริย์ เจ้านางปัมสุดาแค้นจัด กุเรื่องว่าตนเองท้อง

นางมิ่นรู้ความลับ ว่าแท้ที่จริงแล้ว เจ้านางไม่ได้ท้อง อย่างที่เอ่ยอ้าง ความโลภมากของนางมิ่น ทำให้เธอแอบยักยกทรัพย์สินเงินทองไว้เป็นส่วนตัว จนเรื่องรู้ถึงหูเจ้านางปัทมสุดา นางมิ่นถูกเฆี่ยนปางตาย เอาชีวิตเกือบไม่รอด ดีที่มิ่งหล้ามาช่วยไว้ เพราะหวังจะให้นางมิ่นมาช่วยงานใหญ่ สุดท้ายพอนางมิ่นหายดี มิ่งหล้าก็นำความลับขึ้นทูลถวายกษัตริย์ เป็นฎีการ้องเรียนเรื่องที่เจ้านางปัทมสุดาไม่ได้ท้อง แต่กล่าวเท็จต่อกษัตริย์ เจ้านางปัทมสุดาลงทุนฆ่าปิดปากแม้กระทั่งหมอ และคนใกล้ชิดทุกคน แต่สุดท้าย นางมิ่นกลับมาเป็นพยานปากเอกให้กับมิ่งหล้า จนทำให้เจ้านางปัทมสุดาถูกปลดออกจากตำแหน่ง

เจ้านางข่ายคำ หลงว่ามิ่งหล้า จะได้ขึ้นเป็นใหญ่ จึงกลับไปที่เชียงเงิน และจับได้ว่า เจ้าหลวงแสนอินทะ นำผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า ขึ้นมาเป็นเมียอีกคน ด้วยความแค้น เจ้านางข่ายคำก็ทำร้าย เฆี่ยนตี จนหญิงผู้นั้นถึงแก่ความตาย เจ้าหลวงแสนอินทะโกรธมาก และได้รู้ถึงความโหดเหี้ยม ที่สำคัญ เจ้านางข่ายคำ สารภาพออกมา ว่าเธอคือคนที่ฆ่า แม่ของแม้นเมืองเสียชีวิต ทำให้เจ้าหลวงแสนอินทะ หมดความปรานีต่อ เลิกรากันในที่สุด ข่ายคำไม่สนใจ กลับไปหามิ่งหล้าที่เมืองมัณฑ์ทันที

เจ้านางปัทมสุดา ให้ขิ่นแหม่ นำกำลังทหารไปจับตัวมิ่งหล้ามาทรมาน จนเกือบปางตาย ฟองจันทร์รอดชีวิตมาได้ ออกตามหาคนของศุขวงศ์ เพื่อส่งข่าวให้ศุขวงศ์มาช่วยมิ่งหล้าจากเมืองมัณฑ์เสียที ส่วนนางมิ่นก็ถูกฆ่าตายอย่างอนาถ ศพถูกแขวนประจาน ให้แร้งกากิน กรมวังเองก็เอาชีวิตไม่รอด เจ้านางปัทมสุดา ไม่ปล่อยให้ใครเล็ดรอดชีวิตไปได้

ระหว่างนั้น ความรักของแม้นเมืองกับเจ้าศุขวงศ์ ก็กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แม้นเมืองท้องแก่ จนเจ็บท้องคลอด ศุขวงศ์ดีใจมาก เขาได้ลูกชาย และตั้งชื่อว่า เจ้าภูแก้ว หรือเจ้าไศลรัตน์
ข่ายคำจะมาหามิ่งหล้า แต่ถึงแค่ชายป่าเมืองมัณฑ์ ก็ถูกโจรปล้นทรัพย์สมบัติจนหมด ส่วนเมืองมัณฑ์ ก็ถูกอังกฤษตีแตก กษัตริย์ และเจ้านางปัทมสุดา ถูกคุมตัวขึ้นเรือไปประเทศอินเดีย โชคดีที่เจ้าศุขวงศ์มาช่วยมิ่งหล้าได้ทัน ทำให้มิ่งหล้ารอดชีวิตมาได้หวุดหวิด เมื่อแม้นเมืองได้เห็นสภาพของมิ่งหล้า ก็ใจหาย นึกสงสารน้องจับใจ รู้สึกผิดที่ตนเอง มีส่วนทำให้มิ่งหล้าต้องเดินทาง ไปที่เมืองมัณฑ์และยังคงคิดว่าศุขวงศ์ยังรักมิ่งหล้าอยู่ จึงตั้งใจจะคืนทุกอย่างให้กับมิ่งหล้า

ศุขวงศ์บอกเจ้าย่าเรื่องที่จะไปเชียงใหม่ เพื่อประชุมกำหนดเขตแดน ฝ่ายเมืองมัณฑ์จะมีผู้แทนจากอังกฤษมาหลายคน ศุขวงศ์บอกเจ้าย่า ว่าอังกฤษ พยายามปลุกปั่นให้เชียงเงินเป็นอิสระจากสยาม เพื่อจะได้เข้ายึดครองเชียงเงินได้อย่างง่ายดาย ง่ายกว่าการตัดเฉือนเอาจากสยาม หน่อเมืองมาหาแม้นเมืองที่เชียงพระคำ บอกว่า จะประกาศความเป็นอิสระ และจะพาแม้นเมืองกลับเชียงเงิน หลังจากประชุมที่เชียงใหม่เสร็จ โดยไม่ยอมให้แม้นเมืองนำลูกที่มีกับศุขวงศ์ มีเชื้อสายของเชียงพระคำ กลับไปด้วย หัวใจของแม้นเมือง เจ็บปวดเกินกว่าจะบรรยาย มิ่งหล้าเริ่มมีอาการดีขึ้น ยอมรับกับแม้นเมืองว่า ความทะเยอทะยาน อยากเอาชนะ ทำให้ตนมีสภาพเช่นนี้

ที่เชียงใหม่ หน่อเมืองบอกว่า เชียงเงินเป็นรัฐอิสระ ในนามตัวแทนเจ้าหลวงแห่งเชียงเงิน ไม่ขึ้นต่อสยาม แต่แล้วศุขวงศ์ ก็เอาหนังสือ ที่มีตราประทับของเจ้าหลวงแสนอินทะออกมา หนังสือลงนามกำกับประทับตราแต่งตั้งเจ้าผาคำ สำเร็จราชการแทนเจ้าหลวงแสนอินทะ และสั่งปลดหน่อเมืองออกจากการเป็นอุปราชแห่งเชียงเงินแล้ว ซึ่งข้อนี้เองที่ทำให้หน่อเมืองได้รับรู้ถึงแผนการอันแยบยลของศุขวงศ์ และแค้นใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ศุขวงศ์ส่งคนไปที่บ้านของตน และบังคับให้พ่อของตนเองต้องทำเรื่องเช่นนี้ และอาฆาตแค้น จะต้องฆ่าศุขวงศ์ให้ได้ โดยที่ศุขวงศ์นั้นมีเจตนา ไม่ต้องการให้เชียงเงินถูกครอบครองโดยอังกฤษ

หน่อเมืองกลับมาหาแม้นเมืองอีกครั้ง นัดแนะให้แม้นเมืองหลอกพาศุขวงศ์ไปให้ตนเองฆ่า แม้นเมืองจำใจรับปาก ทั้งที่หัวใจเจ็บปวด ก่อนที่ศุขวงศ์จะเดินทางกลับมาถึงเรือน แม้นเมืองก็อุ้มลูกไปฝากไว้กับมิ่งหล้า สั่งเสียให้มิ่งหล้า ดูแลลูกของตนเองให้ดี แล้วแม้นเมืองก็ปลอมตัวเป็นชาย ไปหาหน่อเมืองในนามของ ศุขวงศ์ ความคั่งแค้น บดบังตา จนทำให้หน่อเมืองฆ่าน้องสาวตนเอง ส่วนแม้นเมืองนั้นดีใจที่ได้ตอบแทนความรักที่เธอมีให้ต่อศุขวงศ์อย่างแท้จริง เธอได้สละชีวิตให้กับคนที่เธอรัก และอีกประการหนึ่งที่สำคัญ เธอได้ทดแทนคุณของแผ่นดินเกิด ที่หน่อเมืองมักอ้าง ถึงความเป็นอิสระของเชียงเงิน ได้ทำหน้าที่ระบายแค้นแก่พี่ชายของเธอ แม้นเมืองเขียนจดหมายสั่งลาหน่อเมืองไว้ล่วงหน้า และขอร้อง ว่าไม่อยากให้หน่อเมือง กลับมาเหยียบแผ่นดินเชียงพระคำของศุขวงศ์อีก

ศุขวงศ์ กลับมาที่เรือนจึงรู้ความจริงจากมิ่งหล้า แต่เขาก็มาไม่ทันได้ช่วยชีวิตแม้นเมือง มีเพียงแต่คำบอกรักของแม้นเมือง เป็นคำสุดท้าย ที่ศุขวงศ์ได้ยินจากแม้นเมือง แล้วจากนั้นเธอก็สิ้นลม

20 ปีต่อมา ศุขวงศ์ บอกเล่าเรื่องราวในอดีตทั้งหมดให้แก่เจ้าไศลรัตน์ฟัง ศุขวงศ์ยังคงรักและคิดถึงแม้นเมืองทุกลมหายใจ ไศลรัตน์ก้มลงกราบเจดีย์ของแม้นเมือง ที่ซึ่งศุขวงศ์บอกว่า เป็นที่เก็บกระดูกของหญิงที่มากไปด้วยความเสียสละ และความรักที่มีต่อทุกคน

คาแร็กเตอร์ตัวละคร

เจ้าศุขวงศ์ – ฉลาด รู้ทันคน ทันสมัย อ่อนโยน โรแมนติก
มีตำแหน่งเป็นเจ้าราชภาติยะ เจ้าศุขวงศ์เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าราชบุตรศุษิระผู้ล่วงลับ เขาถูกส่งตัวไปเรียนและใช้ชีวิตที่สิงคโปร์ถึง 10 ปี หลังจากนั้น เขาได้กลับมารับราชการในราชสำนักสยาม เจ้าศุขวงศ์ได้รับความไว้วางใจจากสยามให้เป็นผู้แทนสยามเดินทางกลับไปบ้านเกิดเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องแนวทางการปกครองที่ต้องการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น ภารกิจหลักของศุขวงศ์คือ การทำให้เจ้าหลวงของเมืองต่างๆ ในดินแดนล้านนายอมรับอำนาจของสยาม ผ่อนปรนนโยบายของตนเพื่อยืดหยุ่นกับชาติตะวันตก เพื่อให้สามารถดำรงความเป็นปึกแผ่น ไม่ถูกแบ่งแยกดินแดนเป็นเมืองขึ้นของตะวันตก

ในด้านการงาน เจ้าศุขวงศ์เป็นคนฉลาด ทันคน มีไหวพริบ เขาเข้าใจนโยบายของสยาม รู้เท่าทันตะวันตก รู้วิธีที่จะโน้มน้าวใจผู้อื่นให้คล้อยตามตน เขาจึงเป็นคนที่ทั้งสยามและตะวันตกยอมรับ รู้จักหาประโยชน์จากสภาวการณ์ความเปลี่ยนแปลงของบ้านเกิดเมืองนอน ศุขวงศ์เป็นคนทันสมัย ยอมรับความเปลี่ยนแปลง กล้าเป็นตัวของตัวเอง เขาแต่งกายแบบสยามซึ่งรับธรรมเนียมตะวันตกเข้ามา นอกจากนี้ เขายังเป็นคนใจเย็น รู้จักอดทนรอคอยสิ่งที่มุ่งหวัง มีการแสดงออกอย่างอ่อนโยน นุ่มนวล ไม่บุ่มบ่ามเอาแต่ใจ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ตัดสินใจอย่างรอบคอบ

ในด้านความรัก ศุขวงศ์เป็นคนรักเดียวใจเดียว มั่นคง โรแมนติก คิดถึงความรักในด้านสวยงาม เขาเน้นการกระทำที่แสดงออกถึงความรักมากกว่าคำพูดหวานหู ด้วยความที่เขารักเจ้าแม้นเมืองมากทำให้เขาขี้ใจน้อย มีปัญหาขัดแย้งกันก็เก็บไว้ไม่พูด ทำให้ไม่อาจเสพความสุขได้อย่างเต็มที่ ศุขวงศ์ไม่รู้เท่าทันเล่ห์มารยาผู้หญิง ทำให้ตกเป็นเหยื่อของเจ้ามิ่งหล้าจนชีวิตไม่มีความสุข

เจ้าแม้นเมือง – สวยลึกซึ้ง กล้าหาญ มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง
ลูกสาวคนสุดท้องของเจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้านางกาบแก้วแห่งเชียงเงิน หลังจากมารดาเสียชีวิต สถานภาพของแม้นเมืองก็ถูกเจ้านางข่ายคำ แม่เลี้ยงและน้าแท้ๆ กดไว้ให้ต่ำต้อยกว่าเจ้ามิ่งหล้า น้องสาวต่างมารดาของเธอ เจ้าแม้นเมืองและเจ้าหน่อเมือง พี่ชายแท้ๆ ได้รับการอบรมเลี้ยงดูจากเจ้าอุปราชสิงห์คำ ทำให้แม้นเมืองมุ่งมั่นในการทำให้เชียงเงินเป็นอิสระ ดังนั้น ภารกิจหลักของแม้นเมือง คือ การทำทุกวิถีทางให้เชียงเงินเป็นอิสระจากการปกครองของสยาม และรักษาตัวให้รอดจากตะวันตกเป็นลำดับต่อไป

เจ้าแม้นเมืองได้รับการอบรมให้เป็นคนเข้มแข็ง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เสียสละและคิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง เธอรู้ดีว่าเกิดมาพร้อมความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เพื่อบ้านเกิด แม้นเมืองเป็นคนรักครอบครัว เธอผูกพันกับหน่อเมือง พี่ชายคนเดียวมาก นอกจากนี้ แม้นเมืองยังรักและหวังดีกับมิ่งหล้า น้องสาวต่างมารดาด้วยความบริสุทธิ์ใจ เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดไม่ดีกับมิ่งหล้า แม้นเมืองจึงพยายามมองน้องสาวในแง่ดีเสมอ เมื่อแม้นเมืองรู้ตัวว่ารักเจ้าศุขวงศ์ เธอทำใจยินยอมรับความสุขเฉพาะที่สามารถทำใจให้ยอมรับได้โดยไม่เรียกร้องมากไปกว่าที่ควรจะได้รับ

แม้นเมืองไม่ใช่คนดื้อ เธอมีเหตุผล รู้จักคิด สามารถทำใจยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อได้มาใช้ชีวิตร่วมกับศุขวงศ์ แม้นเมืองก็ค่อยๆ ซึมซับความคิดของเขาได้ทีละเล็กละน้อย ความขี้ใจน้อย มีปัญหาแล้วเก็บไว้ ไม่พูดให้กระจ่าง ทำให้ชีวิตของแม้นเมืองตกเป็นเหยื่อความอิจฉาริษยาของมิ่งหล้าจนขาดความสุขเช่นเดียวกับศุขวงศ์

การตัดสินใจครั้งสุดท้ายของแม้นเมือง แสดงให้เห็นความรักที่เธอมีต่อทุกคน ทั้งสามี พี่ชายและน้องสาว รวมทั้งบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ แม้นเมืองมีสติ ใจเย็น กล้าหาญ สงบ สามารถเผชิญหน้ากับความตายด้วยความมุ่งมั่น ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย

เจ้ามิ่งหล้า – สวยสะดุดตา ฉลาด รักตัวเอง ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ
เจ้ามิ่งหล้าเป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าหลวงแสนอินทะกับเจ้านางข่ายคำ มิ่งหล้าได้รับการเลี้ยงดูเชิดชูให้เป็นที่หนึ่งมาโดยตลอดจากมารดาของเธอ มิ่งหล้าจึงต้องการเอาชนะทุกคนเพื่อครองความเป็นที่หนึ่งเสมอ
มิ่งหล้าเป็นคนสวยบาดตา เธอเป็นคนฉลาด รู้จักพูด มิ่งหล้าจึงได้รับสิ่งที่เธอต้องการเสมอโดยที่ไม่ได้ทำให้ผู้อื่นโกรธแค้นไม่ชอบใจ มิ่งหล้ารู้จักหลบเลี่ยงเอาตัวรอด เธอคิดถึงแต่ตัวเอง เห็นแต่ความสำคัญของตน เป็นคนใจดำ เลือดเย็น ไม่ละเอียดอ่อน ไม่ใส่ใจคนอื่น แม้แต่ตอนที่ชีวิตหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างและได้รับความช่วยเหลือจากศุขวงศ์และแม้นเมืองแล้ว มิ่งหล้าก็ยังไม่สำนึกในบุญคุณของทั้งสองคน เธอไม่ได้คิดจะแก้ไขความผิดที่ทำให้พี่สาวและพี่เขยเข้าใจผิดจนไม่มีความสุขในชีวิตคู่
มิ่งหล้ามีนิสัยตรงข้ามกับแม้นเมืองอย่างสิ้นเชิงเพราะมิ่งหล้าไม่รู้จักความรัก เธอติดใจศุขวงศ์เพราะเห็นว่าเขามีความแปลกใหม่และต้องการเอาชนะแม้นเมืองซึ่งเธอสังเกตว่าเป็นผู้หญิงที่ศุขวงศ์หลงรัก มิ่งหล้าไม่เห็นค่าความรักที่แม้นเมืองมอบให้เธอ เธอทำทุกอย่างให้พี่สาวตกอยู่ในอำนาจ อาศัยประโยชน์จากความรักของพี่สาวเพื่อให้ตนได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา นอกจากนี้ มิ่งหล้ายังเป็นเจ้าที่ไม่เคยคิดถึงภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ตนมีต่อแผ่นดินเกิดอีกด้วย

เจ้าอุปราชหน่อเมือง – ตรงไปตรงมา ยอมหักไม่ยอมงอ
ลูกชายคนโตของเจ้าหลวงแสนอินทะและเจ้านางกาบแก้วแห่งเชียงเงิน หน่อเมืองได้รับการอบรมจากเจ้าอุปราชสิงห์คำ ทำให้หน่อเมืองมีภารกิจหลักเช่นเดียวกับแม้นเมือง คือ การทำทุกวิถีทางให้เชียงเงินเป็นอิสระจากการปกครองของสยาม และรักษาตัวให้รอดจากตะวันตกเป็นลำดับต่อไป
เจ้าหน่อเมืองเป็นคนเลือดร้อน แข็งกระด้าง ไม่ฟังและไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างหัวชนฝา เขามีการแสดงออกที่ตรงไปตรงมา ปากกับใจตรงกัน ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม เป็นคนซื่อตรงจนออกจะค่อนข้างทื่อ เขาเป็นคนมุ่งมั่น เพียรพยายามทำเป้าหมายให้สำเร็จอย่างไม่ย่อท้อ ยอมหักดีกว่ายอมงอ หน่อเมืองไม่ละเอียดอ่อนพอที่จะเข้าใจแม้นเมือง เขาจึงไม่เคยสัมผัสความรู้สึกละเอียดอ่อนของน้องสาวเลย

เจ้านางปัทมสุดา – ใจโหด ทรงอิทธิพล
เจ้านางหลวงแห่งเมืองมัณฑ์ เป็นคนฉลาด ทรงอำนาจ โหดเหี้ยม เลือดเย็น มีบารมี ทุกคนยำเกรง ใช้พระเดชมากกว่าพระคุณ หวงแหนอำนาจ ขี้อิจฉา เจ้านางปัทมสุดาทำทุกอย่างเพื่อครองความเป็นหนึ่งในเมืองมัณฑ์

เจ้านางปัทมสุดาเป็นขัติยนารีตั้งแต่กำเนิดเพราะเป็นธิดาของเจ้าหลวงเมืองมัณฑ์ ด้วยความที่พระบิดาไม่มีโอรสเจ้านางปัทมสุดาจึงต้องอภิเษกเพื่อคงไว้ซึ่งอำนาจของสายเลือด ด้วยความรักในอำนาจเจ้านางปัทมสุดาจึงเลือกอภิเษกกับเจ้าชายปลายแถวเพื่อจะได้ครอบงำความคิดเป็นใหญ่เหนือพระสวามี และคงไว้ซึ่งอำนาจของตนต่อไปได้ การอภิเษกของเจ้านางปัทมสุดาจึงมิใช่เพราะความรักเจ้านางเลือกปรนเปรอกษัตรย์เมืองมัณฑ์ พระสวามีด้วยสนมกำนัลมากหน้าหลายตาเพื่อล่อให้พระสวามีมัวเมาในกามจนไม่สนใจเรื่องอื่นทำให้เจ้านางปัทมสุดาเป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก

สิ่งที่เจ้านางปัทมสุดารักที่สุดในชีวิตคืออำนาจ ดังนั้นเธอจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองอำนาจและรักษาอำนาจไว้กับตัวเองตลอดไป ด้วยความที่เจ้านางปัทมสุดาไม่สามารถมีลูกได้เธอจึงต้องกำจัดสายเลือดของพระสวามีที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอื่น เจ้านางเป็นคนไม่กลัวบาปกรรมเพราะเห็นว่าสิ่งที่เธอทำลงไปเป็นความถูกต้องชอบธรรมที่จะรักษาอำนาจไว้ให้เป็นของเธอสงวนอำนาจไว้ให้เป็นของวงศ์ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ของเธอตลอดไป มิใช่ด้วยความหึงหวงพระสวามีแต่อย่างใด เจ้านางปัทมสุดายังเป็นคนกดขี่ผู้ที่ต่ำต้อยกว่าทุกคน เธอเป็นคนไม่เห็นใจใครไม่แยแสความรู้สึกของผู้อื่น โหดเหี้ยม อำมหิต สะใจที่เห็นความทุกข์ทรมานของผู้อื่น คิดถึงแต่ควาต้องการของตน เจ้านางเคยชินกับการมีอำนาจและใช้อำนาจอย่างไม่มีขอบเขตภูมิใจความยิ่งใหญ่และอำนาจของตนจนถึงขั้นเป็นคนกระหายอำนาจ และไม่ยอมให้ใครท้าทายหรือแข็งข้อเด็ดขาด เจ้านางปัทมสุดาเป็นคนเชื่อถือโชคลางเธอสามารถทำทุกอย่างเพื่อคงไว้ซึ่งความมั่นคงยิ่งใหญ่ของเมืองมัณฑ์ได้เสมอ

เจ้าย่าเรือนคำ – ฉลาด ใจดี สายตาแหลมคม มีบารมี
เจ้าย่าของเจ้าศุขวงศ์ เป็นหญิงชราที่มีอำนาจบารมี ทุกคนให้ความเคารพเกรงใจ เจ้าแม่เรือนคำเป็นคนฉลาด มีสายตาแหลมคม ใจอ่อนกับลูกหลาน เธอไม่เข้าใจความคิดของศุขวงศ์แต่ก็ไม่ต่อต้าน เจ้าแม่เรือนคำมีความปรารถนาให้ศุขวงศ์มีความสุขในชีวิต

มิสเตอร์จอห์น แบร็กกิ้น- ฉลาด อดทน ใจเย็น
ฝรั่งชาวอังกฤษวัยกลางคน แบร็กกิ้นเป็นคนฉลาด เขามีความจริงใจให้เจ้าศุขวงศ์ กตัญญูรู้คุณที่ศุขวงศ์เคยช่วยชีวิตเขาไว้ถึงสองครั้ง แบร็กกิ้นไม่ดื้อดึงดันเอาแต่ใจ เขารู้จักประนีประนอม อดทนรอคอยความสำเร็จและสิ่งที่มุ่งหวังด้วยความใจเย็น แบร็กกิ้นปรารถนาความสำเร็จในหน้าที่การงาน

เจ้าหลวงแสนอินทะ – เจ้าเล่ห์ หลักแหลม
เจ้าหลวงแห่งเชียงเงิน เจ้าหลวงแสนอินทะเป็นคนฉลาด เจ้าเล่ห์เพทุบาย หลักแหลม ใช้ประโยชน์จากทุกสิ่งรอบตัว เขาไม่สนใจปัญหาในครอบครัว ดูดายปล่อยให้เจ้าแม้นเมือง ลูกสาวคนโตถูกกดขี่ลดบทบาทโดยไม่โต้แย้ง เจ้าหลวงแสนอินทะปรารถนาให้เชียงเงินเป็นอิสระ

เจ้านางข่ายคำ – รักลูกไม่ลืมหูลืมตา เห็นแก่ตัว ขี้อิจฉา
เจ้านางหลวงแห่งเชียงเงิน เป็นคนรักลูกไม่ลืมหูลืมตา ลำเอียง กล้าทำสิ่งที่ผิดโดยไม่มีมโนธรรม เธอจึงกดเจ้าแม้นเมืองไว้ให้ต่ำกว่าเจ้ามิ่งหล้า ลูกสาวของเธอ เจ้านางข่ายคำทำทุกอย่างเพื่อผลักดันให้เจ้ามิ่งหล้าเป็นที่หนึ่ง เจ้านางข่ายคำจึงส่งลูกสาวไปสู่เส้นทางแห่งหายนะโดยไม่รู้ตัว การกระทำของเจ้านางข่ายคำยังเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตรักของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมืองไม่มีความสุขอีกด้วย

ละอองคำ
ละอองคำ กับ เจ้าน้อย ศุขวงศ์ เติบโตมาด้วยกัน เจ้าย่าเรือนคำ หมายมั่น ปั้นมือ ว่าจะให้แต่งงาน เมื่อทั้งคู่เติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว ละอองคำ เฝ้ารักเจ้าน้อย มาตั้งแต่ต้น รอคอยการกลับมาของเจ้าน้อย ช่วงที่เจ้าน้อยไปเรียนที่สิงคโปร์ แต่แล้วละอองคำก็ใจสลาย เมื่อเจ้าน้อยต้องแต่งงานกะทันหันกับแม้นเมือง ภายนอกละอองคำดูอ่อนหวาน แต่ซ่อนไว้ซึ่งความเจ็บช้ำ เสียใจ ถึงแม้เจ้าน้อยจะแต่งงานแล้ว ทีแรก ก็คิดจะแย่งชิงเจ้าน้อยมาจากเจ้าแม้นเมือง แต่ด้วยความที่เจ้าน้อย รักและซื่อสัตย์ต่อแม้นเมือง และด้วยความดีที่เจ้าแม้นเมืองมีอยู่ ทำให้ละอองคำเริ่มได้คิด เจ้าน้อยเตือนสติให้ละอองคำ รักคนที่เขา รักละอองคำดีกว่า เจ้าน้อย จึงแนะนำให้ละอองคำ รู้จักกับเจ้าจักรคำ จนทั้งคู่ผูกใจรักกันในที่สุด

ละอองคำ จะเป็นผู้หญิงอ่อนหวาน เป็นกุลสตรีในทุกกระเบียดนิ้ว รัก และปรนนิบัติ เจ้าย่าเรือนคำเป็นอย่างดี ความรักทำให้เธอยอมได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมเป็นเมียรองของเจ้าน้อยก็ตาม แต่เมื่อเธอกลับตัวกลับใจได้ในภายหลัง ก็เป็นมิตรที่ดีกับเจ้าน้อย และแม้นเมืองตลอดมา

เจ้าคุณศรีวิศัลย์ – นักการทูต หลักแหลม
เจ้าคุณศรีวิศัลย์เป็นชายสูงวัย ข้าราชการในราชสำนักสยาม เขาเป็นคนฉลาด ใจเย็น มีเหตุผล มองการณ์ไกล มีความสามารถทางการพูดแบบนักการทูต รู้จักการซื้อใจคน

อินทร- ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้
อินทรเป็นชายสูงวัย อดีตข้ารับใช้คนสนิทของเจ้าราชบุตรศุษิระ ปัจจุบันเป็นคนสนิทที่เจ้าศุขวงศ์ไว้ใจ อินทรเป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ เป็นผู้ใหญ่ สามารถเตือนสติ ให้แง่คิด เป็นหลักให้เจ้านายยามที่อ่อนแอได้

ฟองจันทร์ – ซื่อสัตย์ กตัญญู
ฟองจันทร์เป็นลูกสาวครูดาบวงพรหมและนางเขียนจันทร์ เธอเติบโตมาพร้อมกับเจ้าหน่อเมืองและเจ้าแม้นเมือง ฟองจันทร์สนิทสนมและจงรักภักดีต่อเจ้าแม้นเมืองที่สุด แต่เธอไม่มีทางเลือกจึงต้องเปลี่ยนไปรับใช้เจ้ามิ่งหล้า ฟองจันทร์เป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ กล้าหาญ และกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

เจ้าหลวงศรีวงษ์ – รักลูก
เจ้าหลวงแห่งเมืองบ้านเกิดเมืองนอนของเจ้าศุขวงศ์(เป็นเมืองไม่มีชื่อในหนังสือ) เจ้าหลวงศรีวงษ์ไม่ได้เตรียมตัวสำหรับตำแหน่งเจ้าหลวง เพราะเป็นลูกชายคนรอง เขารักเจ้าจักรคำ ลูกชายมาก และมุ่งหวังให้ลูกชายสืบทอดตำแหน่งจากเขา เจ้าหลวงศรีวงศ์ไม่ใช่คนดื้อดึงดัน และไม่ใช่คนมองการณ์ไกลนัก

คำแก้ว – ร่าเริง ช่างพูด
คำแก้วเป็นเด็กสาววัยรุ่น เธอเป็นผู้ติดตามเจ้าแม้นเมืองไปอยู่บ้านใหม่หลังจากที่แม้นเมืองแต่งงานกับเจ้าศุขวงศ์แล้ว คำแก้วเป็นคนช่างพูด ร่าเริง อยากรู้อยากเห็น มีความสุขกับชีวิต

บัวผัน – เป็นผู้ใหญ่ รู้จักกาลเทศะ
บัวผันเป็นสาวใหญ่ เธอเป็นผู้ติดตามเจ้าแม้นเมืองไปอยู่บ้านใหม่หลังจากที่แม้นเมืองแต่งงานกับเจ้าศุขวงศ์แล้วเช่นเดียวกับคำแก้ว บัวผันรู้คิด ไว้ใจได้ รู้จักกาลเทศะ มีความเป็นผู้ใหญ่

นางมิ่น – โลภ เห็นแก่เงิน ทรยศ
นางมิ่นเป็นข้ารับใช้เจ้านางปัทมสุดา ทำหน้าที่สำคัญในการเป็นคนหนึ่งที่ช่วยทำแท้งให้กับบรรดาสนมของกษัตริย์เมืองมัณฑ์ นางมิ่นเป็นคนโลภ ซื้อได้ด้วยเงิน ไม่มีความจงรักภักดี เห็นแก่ตัว

เจ้าไศลรัตน์ หรือ เจ้าภูแก้ว – อ่อนโยน กตัญญู
เจ้าไศลรัตน์เป็นบุตรชายคนเดียวของเจ้าศุขวงศ์กับเจ้าแม้นเมือง เขาได้รับการศึกษาจากอังกฤษตั้งแต่อายุประมาณ 11 ขวบ เจ้าไศลรัตน์เป็นคนกตัญญู รักแผ่นดินถิ่นเกิด อ่อนโยน เขาเดินทางกลับบ้านเพื่อมาช่วยกิจการของครอบครัว

เจ้าอุปราชสิงห์คำ – มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ยอมหักไม่ยอมงอ
เจ้าอุปราชสิงห์คำเป็นอุปราชเมืองเชียงเงิน เป็นคนแข็งแกร่ง ชัดเจน ตรงไปตรงมา กล้าหาญ มีปณิธานมุ่งมั่นในความเป็นอิสระของเชียงเงิน เขาเป็นคนแบบเดียวกันกับเจ้าหน่อเมือง หลานชายที่เขาเอามาเลี้ยงดู คือ ยอมหักไม่ยอมงอ

เจ้าราชบุตรศุษิระ – ทันสมัย มองการณ์ไกล
เจ้าราชบุตรศุษิระเป็นลูกชายคนโตของเจ้าแม่เรือนคำ ได้รับการวางตัวให้เป็นเจ้าหลวงสืบต่อจากบิดา เจ้าศุษิระเป็นคนทันสมัย มองการณ์ไกล กล้าคิดต่าง เขาส่งเจ้าศุขวงศ์ ลูกชายคนเดียวไปเรียนที่สิงคโปร์ตั้งแต่เด็กด้วยความมุ่งหวังให้ลูกชายรู้เท่าทันผู้อื่น เห็นโลกกว้าง เพื่อนำความเจริญกลับมาให้บ้านเกิด

เจ้าจักรคำ
เจ้าจักรคำ เป็นลูกชายเจ้าหลวงศรีวงษ์ เขาเป็นลูกผู้น้องของเจ้าศุขวงศ์ จักรคำมีความสัมพันธ์สนิทสนมกับศุขวงศ์เป็นอย่างดี ใกล้ชิด สนิทสนม กับเจ้าน้อย ศุขวงศ์ มาตั้งแต่เด็ก พอทั้งคู่ ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หลังจากเจ้าน้อยเรียนจบ ไม่ว่า เจ้าน้อย จะมีธุระ หรือปัญหาเรื่องการงานใด ๆ ก็จะมาปรึกษาเจ้าจักรคำอยู่เสมอ เจ้าจักรคำ เป็นคนหัวคิดสมัยใหม่ จึงเข้าใจความรู้สึกของเจ้าน้อยเป็นอย่างดี ถึงการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง และภาระที่เจ้าน้อยต้องแบกรับไว้ เจ้าจักรคำ เป็นคนจิตใจดี อ่อนโยน หลงรักละอองคำมานาน แต่ไม่กล้าแสดงออก สุดท้าย เจ้าน้อย จึงอาสาเป็นทูตสานสัมพันธ์ของคนทั้งสอง จนเจ้าจักรคำ และละอองคำ ได้แต่งงานกันในที่สุด

กษัตริย์เมืองมัณฑ์
กษัตริย์เมืองมัณฑ์มีชาติกำเนิดเป็นเจ้าชายปลายแถว ต่อมาได้อภิเษกกับเจ้านางปัทมสุดา ลูกสาวเจ้าหลวงคนก่อน กษัตริย์เมืองมิณฑ์จึงไม่มีอำนาจอยู่ในมือ เขาเป็นคนมักมากในกาม แวดล้อมด้วยสนมกำนัล ไม่ใส่ใจกับเรื่องที่จะนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเอง

** หมายเหตุ ตัวละคร(เจ้าอุปราชสิงห์คำ , เจ้าราชบุตรศุษิระ, เจ้าจักรคำ, กษัตริย์เมืองมัณฑ์) เป็นตัวละครที่ไม่ได้ปรากฏในหนังสือ มีแต่การกล่าวถึงและสามารถนำไปขยายให้เรื่องเข้มข้นขึ้นได้

รายชื่อนักแสดงนำในละคร รากนครา

ปริญ สุภารัตน์  รับบท  เจ้าศุขวงศ์
ณฐพร เตมีรักษ์  รับบท  เจ้าแม้นเมือง
นิษฐา จิรยั่งยืน  รับบท  เจ้ามิ่งหล้า
ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต  รับบท  เจ้าอุปราชหน่อเมือง
ภัทรากร ตั้งศุภกุล  รับบท  ละอองคำ
จิตรภานุ กลมแก้ว  รับบท  เจ้าจักรคำ
พัชรินทร์ ศรีวสุภิรมย์  รับบท  เจ้านางปัทมสุดา
อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล  รับบท  กษัตริย์เมืองมัณฑ์
ธนากร โปษยานนท์  รับบท  เจ้าหลวงแสนอินทะ
สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ  รับบท  เจ้านางข่ายคำ
ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา  รับบท  เจ้าย่าเรือนคำ
ทวีศักดิ์ ธนานันท์  รับบท  มิสเตอร์จอห์น แบรกกิ้น
ถนอม สามโทน  รับบท  อินทร
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์  รับบท  เขียนจันทร์
ธัญชนก หงส์ทองคำ  รับบท  คำแก้ว
ไอยวริญร์ ชื่นชอบ  รับบท  ฟองจันทร์
ตระการ พันธุมเลิศรุจี  รับบท  เจ้าหลวงศรีวงษ์
วราพรรณ หงุ่ยตระกูล  รับบท  บัวผัน
ปวันรัตน์ นาคสุริยะ  รับบท  นางมิ่น
ศิรินุช เพ็ชรอุไร  รับบท  ขิ่นแหม่
วรุฒ วรธรรม  รับบท  เจ้าอุปราชสิงห์คำ
พิศาล พัฒนพีระเดช  รับบท  กรมวัง
ทัศน์พล วิวิธวรรธ์  รับบท  เจ้าไศลรัตน์ หรือ เจ้าภูแก้ว
เกรียงไกร อุณหนันท์  รับบท  เสด็จในกรม

 

 

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3: ละครวันจันทร์-อังคาร 20.20 – 22.50 น.
ก่อนหน้า รากนครา พ.ศ. 2560 ถัดไป
เล่ห์ลับสลับร่าง บ่วงบรรจถรณ์