ดู สาปดอกสร้อย วันที่ 11 มกราคม 2559 ตอน4  ผังออกอากาศ สาปดอกสร้อย  11 12 18 19 25 26 มกราคม 2559  เรื่องราวของนางรำสาวที่ยอมให้ผีกะสิงร่างเพื่อแลกกับชีวิตของผู้เป็นพ่อ ผีกะใช้ร่างเธอคอยหาเหยื่อ เธอต้องทนทุกข์กับมือที่เปื้อนเลือด ยิ่งได้พบรักกับนายตำรวจหนุ่มยอดฝีมือ เขาและเธอก็ยิ่งทรมาน เมื่อต่างเข้าใจผิดคิดว่า ฆาตกรที่ฆ่าพ่อของเขาคือผีกะในร่างเธอ สอดแทรกแง่คิดที่ว่า รักแท้คือการเสียสละ ละคร สาปดอกสร้อย ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤศหัสบดี เวลา 20.20 น. ทางช่อง 7 สี (สาปดอกสร้อย 12 มกราคม 2559 ตอนที่ 5)

สาปดอกสร้อย ละครช่อง 7 บทประพันธ์โดย : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์ บทโทรทัศน์โดย : ลายน้ำ กำกับการแสดงโดย : ธนาพล ผังดี ผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอเทนเมนท์ จำกัด ควบคุมการผลิตโดย : ธงชัย ประสงค์สันติ ติดตามชม "สาปดอกสร้อย" ต่อจากละคร “ชื่นชีวา” ทางช่อง 7 HD      

 

อย่าลืมกด like เพื่อรับชมก่อนใครน๊าจ๊ะ

สาปดอกสร้อย ย้อนหลัง ตอนล่าสุด

ติดตามตอนต่อไป สาปดอกสร้อย 11 12 มกราคม 2560

 

ลิงค์ดูสด คลิ้กที่นี้ ดูสด ช่อง 7 คลิกที่นี้

สาปดอกสร้อย เป็นบทประพันธ์โดย เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์ บทโทรทัศน์โดย ลายน้ำ กำกับการแสดงโดย ธนาพล ผังดี สร้างเป็นละครโทรทัศน์ทาง ช่อง 7 ในปึ 2559 นำแสดงโดย วงศกร ปรมัตถากร, ทิสานาฏ ศรศึก, วีรคณิศร์ กานต์วัฒนกุล และ พรชดา เครือคช กำลังถ่ายทำ

loading...

ดู Clip VDO ละครย้อนหลัง > ละครย้อนหลัง ช่อง 7 > สาปดอกสร้อย

 

“สาปดอกสร้อย”
       บทประพันธ์ : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์
       บทโทรทัศน์ : ลายน้ำ
       กำกับการแสดง : ธนาพล ผังดี
       แนวละคร : ดราม่า ลึกลับ สยองขวัญ
       ผลิตโดย : บริษัท พอดีคำ เอ็นเทอเทนเมนท์ จำกัด
       ออกอากาศ : พุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7 สี และ ช่อง 7HD เริ่ม 29 ธันวาคม 2559 นี้
       
       เรื่องย่อ
       สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย “คณะดอกสร้อย” เป็นที่ร่ำลือไปทั้งนครเขลางค์ ว่าเป็นคณะการแสดงเร่ที่สร้างความบันเทิงได้อย่างน่าประทับใจ การรำฟ้อนอันแสนงดงามอ่อนช้อยของ ดอกสร้อย เมื่อบวกรวมกับความสวยงามของเธอ ไม่ว่าหญิงหรือชาย หนุ่มหรือแก่ต่างตั้งตารอคอยชมการแสดงของเธอสักครั้งในชีวิต โดยหารู้ไม่...ภายใต้ความงามของดอกสร้อย มีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่
       
       ดอกสร้อย ฟ้อนแอ่นร่ายรำไปตามจังหวะเสียงสะล้อซอซึง ด้วยใบหน้ายิ้มพริ้มเพราให้ผู้ชม แต่ทุกครั้งที่ดอกสร้อยหันไปเจอ ฟองจันทร์ ผู้เป็นแม่เลี้ยง ภาพแห่งความเศร้าและขมขื่นก็ปรากฎชัดขึ้นในใจของเธอ
       ภายหลังจากแม่ตายด้วยไข้ป่า คำป้อน พ่อของดอกสร้อย แต่งงานใหม่กับฟองจันทร์ ผู้ตั้งป้อมจงเกลียดจงชังลูกเลี้ยงคอยหาทางกลั่นแกล้งดอกสร้อยสารพัด ดอกสร้อยจำต้องยอมให้แม่เลี้ยงใจยักษ์ เพราะรู้ว่าคำป้อนรักและหลงฟองจันทร์มาก
       
       ฟองจันทร์มีลูกสาวให้กับคำป้อนชื่อ ซอมพอ และคอยยุยงให้ลูกเกลียดชังดอกสร้อยไปด้วย ซอมพอจึงกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจและจิกใช้ดอกสร้อย ซอมพอหนีไปเล่นน้ำตกแล้วพลาดตกน้ำ ดอกสร้อยกระโดดลงไปช่วยไว้ได้ ฟองจันทร์เข้าใจผิดคิดว่าดอกสร้อยแกล้งลูกตน จึงผลักดอกสร้อยตกน้ำไป โชคดีที่ ไผ่ เด็กกำพร้าที่มาอาศัยอยู่กับคำป้อน ว่ายน้ำมาช่วยดอกสร้อยไว้ทัน เด็กทั้งสองจึงกลายเป็นเพื่อนรักที่คอยช่วยเหลือกันนับแต่นั้น
       ขุนฤทธิไกร (ชื่อเดิมนายไกร) นายตำรวจหนุ่มหล่อมีฝีมือเชิงมวยและเชิงดาบ รับข่าวจากม้าเร็วว่านายทอง ผู้เป็นพ่อ ถูกฆ่าตายระหว่างเดินทางไปไหว้พระธาตุลำปางหลวง ขุนฤทธิไกรออกเดินทางพร้อม นายเปรื่อง เพื่อนชาวอยุธยาที่มีวิชาอาคม ขุนฤทธิไกรเห็นศพพ่อก็แปลกใจที่ร่างกายโดนแหวกท้องตับไตไส้พุงหายไป นายผิน คนรับใช้บอกว่าโดนผีกะฆ่าตาย แต่ นายปัน บอกว่าโดนโจรป่าฆ่าแล้วปล่อยให้สัตว์กิน ขุน ฤทธิไกรสัญญาต่อหน้าศพจะฆ่าคนผิด ไม่ว่าเป็นคนหรือผี!
       
       ดอกสร้อย ออกเดินทางพร้อมชาวคณะนักดนตรีไปยังบ้านผาหมอก หมู่บ้านห่างไกลในหุบเขาอันซับซ้อน ตามคำเชิญของผู้ใหญ่สัก ที่ต้องการให้ดอกสร้อยมาแสดงให้นางบัวศรี เมียที่ตรอมใจด้วยโรคประหลาด ขาทั้งสองข้างเดินไม่ได้ ผู้ใหญ่สักหวังว่าการแสดงของคณะดอกสร้อยจะทำให้นางมีชีวิตชีวาขึ้น ระหว่างการเดินทางของคณะดอกสร้อย กลุ่มโจรป่าได้บุกปล้นและจับตัวดอกสร้อยและซอมพอไปขืนใจ ขุนฤทธิไกรและนายเปรื่องช่วยทั้งสองไว้ได้ ดอกสร้อยซาบซึ้งและประทับใจที่ ขุนฤทธิไกรช่วยชีวิต ขุนฤทธิไกรก็ถูกชะตาดอกสร้อย ยิ่งเห็นความอ่อนแอก็เป็นห่วงกลัวเกิดเหตุร้าย อาสาจะไปส่งให้ถึงหมู่บ้าน...แต่ดอกสร้อยไม่ยอม เลือกที่จะไปกันเอง
       สิ้นแสงสูรย์ ทันทีที่ตะวันลับขอบฟ้า เสียงดนตรีบรรเลงเสนาะทั่วเชิงดอย ขุนฤทธิไกรตามเข้ามาในหมู่บ้านเห็นดอกสร้อยร่ายรำก็เหมือนต้องมนต์ในความงามของลีลาการร่ายรำ มีพลังบางอย่างที่ทำให้ดอกสร้อยดูแข็งแรงและมีพลังชีวิต แตกต่างจากช่วงกลางวันที่อ่อนแอเปราะบาง ทันใดนั้น กลุ่มโจรป่าบุกเข้ามาปล้นชาวบ้านแล้วลากตัวดอกสร้อยออกไป! ดอกสร้อยร้องขอชีวิต ไล่ให้โจรป่ารีบหนีไปก่อนที่จะต้องตาย โจรป่าไม่ฟังเสียงห้ามใดๆ ผีกะ วิญญาณร้ายในร่างดอกสร้อยออกอาละวาดไล่ฆ่าตาย ดอกสร้อยรู้สึกตัวอีกทีพบว่ามือ ปาก และเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดของโจร ดอกสร้อยกรีดร้องด้วยความเสียใจสุดจะประมาณ คำป้อนปลอบใจดอกสร้อยพร้อมขอโทษ ที่ทำให้ลูกสาวต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้
       
       ย้อนไปเมื่อสองสามปีก่อน ไม่มีใครสนใจชมการแสดงคณะดอกสร้อยและซ้ำร้าย ดอกสร้อยล้มป่วยง่าย ไม่สามารถแสดงได้ ฟองจันทร์สั่งให้คำป้อนตัดดอกสร้อยออกจากคณะ ทิ้งดอกสร้อยไว้ที่บ้านป่าเพียงลำพัง ดอกสร้อยออกตามหาพ่อเห็นผีกะกำลังจะฆ่าคำป้อน ดอกสร้อยร้องขอชีวิต ผีกะโดนพรานเวทย์ไล่ล่า ขอสิงร่างดอกสร้อยแลกกับชีวิตคำป้อน ดอกสร้อยจึงยอมให้ผีกะสิงร่างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา!! ดังนั้นทุกครั้งหลังจากแสดง คำป้อนจึงต้องเอาเป็ดไก่มาให้ผีกะกินบนเรือนพักของดอกสร้อย ผีกะจึงช่วยให้ดอกสร้อยมีพลังชีวิต สามารถร่ายรำได้อย่างทรงพลัง!!
       
       ขุนฤทธิไกรตกใจกับสภาพศพโจรป่าที่ถูกฆ่าตาย พยายามสืบหาความจริงเหตุการณ์นี้และจับผู้ร้ายที่ฆ่าพ่อ! แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะ ขุนพิศณุแสน (ชื่อเดิมนายปลิว) คู่อริเก่าของขุนฤทธิไกร ได้รับคำสั่งให้มาดูแลความสงบที่หมู่บ้าน ขุนพิศณุแสนหวังจะได้เลื่อนขั้นเหนือกว่าขุนฤทธิไกร จึงขัดขาและหักหน้าขุนฤทธิไกรโดยมี นายดำเป็นผู้ช่วย!
       
       เอื้องคำ นางรำประจำหมู่บ้าน อิจฉาที่ใครๆ สนใจและชื่นชมดอกสร้อย เอื้องคำสั่งให้ ศรีออน สาวรับใช้ไปกลั่นแกล้งแต่ล้มเหลว เอื้องคำจึงยุยงว่าดอกสร้อยเป็นตัวกาลกิณี ใส่ไฟชาวบ้านให้ไล่คณะดอกสร้อยออกไป ผู้ใหญ่สักยืนยันที่จะให้คณะดอกสร้อยแสดงให้นางบัวศรีดูต่อไป ยิ่งทำให้เอื้องคำ เกลียดชังและหาทางกำจัดดอกสร้อยโดยไว!
       
       เรื่องราวผีกะฆ่าโจรป่า ถูกพูดปากต่อปากจนเข้าหูพรานเวทย์ ผู้มีความแค้นกับผีกะ ผีกะเคยฆ่าเมียและลูก! พรานเวทย์จึงพา ไอ้ใบ้ ชายหนุ่มกำพร้าเดินทางไปบ้านผาหมอก!!
       
       ดอกสร้อยเปิดทำการแสดงอีกครั้ง ขุนพิศณุแสนเมามายเข้าไปลวนลามดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรและไผ่เข้าไปปกป้องดอกสร้อย เกิดการต่อยตีโกลาหล เอื้องคำสบโอกาสสั่งศรีออนลากดอกสร้อยไปตบตีหลังหมู่บ้าน ดอกสร้อยขอร้องให้เอื้องคำและศรีออนหยุด แต่ทั้งสองไม่ยอม ผีกะในร่างดอกสร้อยจะเล่นงานพวกเอื้องคำ เป็นจังหวะเดียวที่ขุนฤทธิไกรตามเข้ามาช่วยดอกสร้อย ทั้งขุนฤทธิไกรและพวกเอื้องคำจะเห็นร่างผีกะ แต่คำป้อนฆ่าเป็ดไก่เรียกผีกะไปเสียก่อนคำลับของดอกสร้อยจึงยังเป็นความลับอยู่ ขุนฤทธิไกรเข้าไปช่วยเหลือดอกสร้อยไว้ เอื้องคำยิ่งหมั่นไส้ดอกสร้อย อยากได้ขุนฤทธิไกรเป็นคู่ชีวิต!!
       
       ขุนฤทธิไกรพาดอกสร้อยไปพักฟื้นดูแลที่เพิงริมลำธาร ดอกสร้อยไม่อยากอยู่กับขุนฤทธิไกรตามลำพังแต่ฝนตกหนัก กลับบ้านไม่ได้ ขุนฤทธิไกรถามถึงเหตุการณ์โจรป่าถูกฆ่าตายและชวนคุยเรื่องผีกะดอกสร้อยพยายามกลบเกลื่อน ทันใดนั้น ผีกะปรากฎตัว! ดอกสร้อยกลัวผีกะจะเล่นงานขุนฤทธิไกรรีบวิ่งฝ่าสายฝนหนีไป!! ทำให้ขุนฤทธิไกรแปลกใจในท่าทีของดอกสร้อยมากขึ้น!
       
       ดอกสร้อยนึกย้อนในวันแสดง เธอมองเห็นผีตายโหงชายตนหนึ่งสิงอยู่ในร่างนางบัวศรี มันคอยกัดกินร่างนางจนกว่านางจะตาย ดอกสร้อยขอร้องให้ตองนวล สาวใช้นางบัวศรีพาไปที่ห้อง ดอกสร้อยปรุงยาสมุนไพรให้นางบัวศรีกินจนหลับ และดอกสร้อยได้ขอร้องให้ผีตายโหงออกจากร่าง ผีตายโหงไม่ยอมจะทำร้ายดอกสร้อย นายเปรื่องเข้าไปช่วยไว้ ผีตายโหงจึงหนีไปหลบในป่า นายเปรื่องพยายามซักดอกสร้อย แต่ขุนฤทธิไกรเห็นดอกสร้อยไม่สบายรีบพากลับเรือน สั่งห้ามนายเปรื่องกวนใจดอกสร้อยอีก
       
       คำป้อนสั่งให้ดอกสร้อยปิดปากเรื่องผีตายโหง เพราะถ้าชาวบ้านรู้ว่ามีผีในหมู่บ้านก็จะพากันแตกตื่น และภัยจะถึงตัวดอกสร้อย!!
       
       ดอกสร้อยทำการแสดงให้นางบัวศรีและชาวบ้านดู....ผีตายโหงโกรธแค้นดอกสร้อย เข้ามาหลอกหลอนชาวคณะ...แล้วสิงร่างดอกสร้อย ทำให้การร่ายรำผิดเพี้ยน...แต่แล้ว..ผีกะมากระชากร่างผีตายโหงออกไป วิญญาณทั้งสองไปต่อสู้กันในป่าไผ่ ผีกะเล่นงานผีตายโหงอย่างหนัก อย่ามายุ่งกับดอกสร้อย ไม่งั้นจะฆ่าให้วิญญาณดับ! ผีตายโหงเก็บความแค้นไว้ รอวันที่จะสะสางกับผีกะ!!
       
       ขุนฤทธิไกรมั่นใจว่าดอกสร้อยมีความลับปกปิดไว้ เขาจึงเข้าหาเพื่อหาทางช่วยดอกสร้อย ยิ่งทำให้ฟองจันทร์ไม่พอใจ ฟองจันทร์รู้ว่าขุนพิศณุแสนชอบพอดอกสร้อย อาสาลวงดอกสร้อยไปหาของป่าแล้วล่ามโซ่ดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนจะขืนใจดอกสร้อย ไผ่เข้าไปช่วยแล้วประกาศเป็นคู่รักดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนเจ็บใจจะจับดอกสร้อยมาทำเมียให้ได้!!
       
       อยู่มาวันหนึ่ง ไผ่สารภาพรักดอกสร้อย แต่ดอกสร้อยมอบใจให้ได้แค่เพื่อน ไผ่เสียใจอย่างหนักยืนยันจะพิสูจน์ให้ดอกสร้อยเห็นว่าเขารักดอกสร้อยหมดใจ ให้ได้แม้กระทั่งชีวิต!!
       
       ดอกสร้อยหลบหลีกผู้คนไปอยู่ในป่าเพียงลำพัง ขุนฤทธิไกรเฝ้าติดตามชีวิตดอกสร้อย สงสารอยากทำให้ดอกสร้อยมีชีวิตชีวาเหมือนตอนรำแสดง ขุนฤทธิไกรพาดอกสร้อยขี่ม้าชมดอกกล้วยไม้ป่าและทุ่งดอกไม้บนเชิงดอยที่ดอกสร้อยไม่เคยเห็น ดอกสร้อยตื่นตาตื่นใจ และอุ่นใจที่มีคนคอยปกป้อง ทำให้ดอกสร้อยมีพลังชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
       ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยกลับไปส่งบ้าน ขุนพิศณุแสนและดำปลอมตัวเป็นโจร เข้ามาทำร้าย ขุนฤทธิไกรได้รับบาดเจ็บต้องควบม้าหนีไปที่บ้านเกิดนครสวรรค์ ขุนพิศณุแสนจึงสร้างเรื่องว่าขุนฤทธิไกรลักพาตัวดอกสร้อย ฟองจันทร์โกรธจัดใส่ไฟว่าดอกสร้อยจงใจแย่งขุนฤทธิไกร ซอมพอพลอยเกลียดชังดอกสร้อยหนักกว่าเดิม นายเปรื่องคอยเตือนสติไม่ให้ซอมพอหูเบา อย่าเชื่อในสิ่งที่ไม่เห็น..ยิ่งทำให้ซอมพอพาลโกรธนายเปรื่อง คิดว่านายเปรื่องก็รักดอกสร้อย นายเปรื่องปฎิเสธว่าเขามีคนรักแล้วแต่ไม่ยอมบอกว่าเป็น ซอมพอ
       
       นางแสง แม่ของขุนฤทธิไกรให้หมอมารักษาแต่อาการไม่ดีขึ้น ดอกสร้อยสั่งให้นายผินและนายปันไปหาสมุนไพรป่า ดอกสร้อยต้มยาหม้อและรักษาจนกระทั่งขุนฤทธิไกรฟื้นได้สติ..นวล สาวใช้นางแสงเห็นความรักและความห่วงใยที่ดอกสร้อยมีต่อขุนฤทธิไกร นำความไปบอกเจ้านาย..ประกอบกับนายผิน,นายปันฟ้องว่าตั้งแต่ดอกสร้อยมาอยู่ เป็ดไก่ในเล้าตายทุกคืน นางแสงจึงสั่งให้นายผินและนายปันจัดเวรยามเฝ้าดูดอกสร้อย!
       
       ผีกะในร่างดอกสร้อยออกหากิน นายผินและนายปัน,นวลเห็นผีกะก็วิ่งหนีตกใจ นายเปรื่องเห็นผีกะหายไปในห้องพักของดอกสร้อย สะกดรอยตามไป แล้วภาพตรงหน้าทำให้นายเปรื่องแทบหมดสติ เขาเห็นดอกสร้อยกินไก่สดอยู่ในห้อง ดอกสร้อยหันมาเจอนายเปรื่อง ทันใดนั้น นายปันพานางแสงบุกมาที่ห้อง ยืนยันว่าเห็นผีกะเข้าห้องดอกสร้อย นางแสงสั่งให้จับตัวดอกสร้อยไป ขุนฤทธิไกรรู้เรื่องก็ฝืนตัวจากไข้เข้าไปห้าม ไม่ยอมให้ใครทำร้ายดอกสร้อย นายเปรื่องเห็นความรักที่เพื่อนมีต่อดอกสร้อยก็สงสารไม่กล้าบอกความจริง นายเปรื่องตัดสินใจเป็นพยานว่าดอกสร้อยไม่ได้เลี้ยงผีกะ นางแสงจึงต้องยอมปล่อยตัวดอกสร้อย ดอกสร้อยซึ้งน้ำใจที่เปรื่องช่วยปิดบังเรื่องผีกะ นายเปรื่องได้แต่รอเวลาที่จะบอกความลับกับขุนฤทธิไกร
       
       นางแสงต้องการให้ดอกสร้อยออกไปจากชีวิตขุนฤทธิไกร สร้างเรื่องว่าขุนฤทธิไกรมีคู่รักแล้ว ขอให้ดอกสร้อยออกไปจากชีวิตขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยก้มกราบรับคำ เธอรู้ดีว่าความรักระหว่างเธอกับขุนฤทธิไกรไม่มีวันเป็นไปได้....ดอกสร้อยจึงหนีไปจากคุ้ม!
       
       พรานเวทย์มายืนอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่สัก...เครื่องรางของขลังในตัวพรานเวทย์ทำให้ผีตายโหงที่สิงนางบัวศรีอาละวาดทันที พรานเวทย์ทำพิธีจับผี.. ผีตายโหงต่อสู้สุดกำลัง...หลุดรอดจากการจับลงหม้อไปได้อย่างหวุดหวิด นางบัวศรีจึงลุกเดินได้เป็นปกติ ผู้ใหญ่สักดีใจมากมอบเงินทองให้พรานเวทย์มากมาย พรานเวทย์จึงเข้าป่าตามล่าวิญญาณผีตายโหง!!
       
       ดอกสร้อยกลับมาถึงหมู่บ้านตอนกลางวัน...พรานเวทย์สัมผัสได้ถึงเงาดำที่อยู่รอบตัวเธอ .....เพราะจิตของเธออ่อนแอง่ายต่อการถูกผีสิง พรานเวทย์มอบตะกรุดไม้ไผ่ให้เธอห้อยคอ คำป้อนรู้เรื่องนี้ก็สั่งให้ดอกสร้อยเอาไปทิ้ง เพราะถ้าเก็บไว้ผีกะเข้าสิงดอกสร้อยไม่ได้! ดอกสร้อยรับคำแต่แอบเอามาแขวนคอ ถึงเวลากลางคืน....ผีกะเข้าสิงดอกสร้อยไม่ได้ ขู่จะฆ่าชาวคณะ...ดอกสร้อยจึงบอกความจริงว่าได้ตะกรุดจากพรายเวทย์. ผีกะได้ยินชื่อพรานเวทย์ก็รู้แล้วว่าภัยกำลังมาถึงตัว ผีกะขอร้องให้ดอกสร้อยนำตะกรุดไปทิ้ง ดอกสร้อยเพิ่งเห็นผีกะกลัวเป็นครั้งแรก ถ้าเธอสวมตะกรุดเส้นนี้ ชีวิตของเธอก็คงหลุดพ้นจากผีกะ หรือเธอต้องอยู่กับผีกะเพื่อช่วยชาวคณะ ในที่สุดดอกสร้อยเลือกที่จะซ่อนตะกรุดคณะดอกสร้อยจึงทำการแสดงให้ชาวบ้านชมต่อไปได้....
       
       ฟองจันทร์สั่งห้ามดอกสร้อยเข้าหาขุนฤทธิไกรเด็ดขาด เพราะเป็นคนรักของซอมพอ...ซอมพอสับสนในใจ เพราะซอมพอเริ่มมีใจให้นายเปรื่อง.. เขาคอยบอกให้เธอสงสารดอกสร้อย โดยไม่ยอมบอกว่าเพราะอะไร? ซอมพอจะเข้าไปซักความจริงจากดอกสร้อย เห็นดอกสร้อยกำลังกินสัตว์ ผีกะไล่ล่าจะฆ่าซอมพอ นายเปรื่องช่วยซอมพอไว้ได้ ....ดอกสร้อยเสียใจที่เกือบฆ่าน้องสาว..เล่าความลับที่มาของผีกะตัวนั้นให้ซอมพอฟัง ซอมพอรู้ความจริงว่าดอกสร้อยต้องเสียสละเพื่อชาวคณะ ก็รู้สึกผิดที่ใจร้ายใจดำกับดอกสร้อย สัญญาจะปกปิดความลับนี้ไว้และช่วยเหลือดอกสร้อย สองพี่น้องกอดร้องไห้ด้วยความรักความเข้าใจอันดีที่มีต่อกัน
       
       ดอกสร้อยรู้ดีว่าเธอไม่มีทางหนีรอดผีกะตัวนี้ได้ เพราะมันใช้อาคมเวทย์สิงสถิตย์อยู่ในตัวเธอ เธอเป็นเพียงร่างเดียวที่ทำให้มันมีพลังฤทธิ์เดชมากขึ้น ดอกสร้อยจำต้องเอาตะกรุดไปทิ้งน้ำตก แล้วยอมให้มันสิงร่างต่อไป แลกกับชีวิตของชาวคณะ!
       
       ขุนพิศณุแสนและดำรู้ว่าพรานเวทย์ได้เงินและทองมากมายจากผู้ใหญ่สัก ปลอมตัวเป็นโจรออกปล้น เล่นงานพรานเวทย์หมดสติ ขุนฤทธิไกรและนายเปรื่องเข้าไปขวาง ขุนพิศณุแสนพลิกสถานการณ์และหลักฐานว่าขุนฤทธิไกรคือโจรป่าทำร้ายพรานเวทย์ นายเปรื่องช่วยขุนฤทธิไกรไว้ โดยระหว่างนั้นขุนฤทธิไกรตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ในป่า เพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
       
       ผีตายโหงรู้ว่าพรานเวทย์บาดเจ็บรักษาตัว มันเข้าสิงขุนฤทธิไกรไปเล่นงานพรานเวทย์และทุกคนในหมู่บ้าน นางแสงและนวลเข้ามาตามขุนฤทธิไกรกลับบ้าน โดนผีตายโหงในร่างขุนฤทธิไกรเล่นงาน ดอกสร้อยรีบไปเอาตะกรุดที่เคยทิ้งไว้ที่น้ำตก มาคล้องคอขุนฤทธิไกร ผีตายโหงโกรธแค้นคิดว่าผีกะในตัวดอกสร้อยเล่นงานมัน จะฆ่าดอกสร้อยและพวกเอื้องคำ พรานเวทย์ฝืนตัวจากอาการบาดเจ็บใช้มีดหมอเล่นงานผีตายโหง ก่อนวิญญาณผีตายโหงจะดับ ได้บอกความลับกับพรานเวทย์ ว่าผีกะซ่อนอยู่ในหมู่บ้าน...ไม่ทันพูดจบ ไอ้ไบ้ใช้อาคมฆ่าผีตายโหงดับ หวังเอาหน้าว่ามันเป็นหมอผีที่เก่ง พรานเวทย์ลงโทษไอ้ไบ้อย่างหนัก โกรธแค้นที่ไม่รู้ว่าผีกะอยู่ร่างใคร?
       
       นางแสงตกใจเรื่องผีนอนหมดสติ ขุนฤทธิไกรอยากอยู่ช่วยดูแลแม่ แต่โดนขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักไล่ล่าต้องหนีเข้าป่า ดอกสร้อยอาสาช่วยดูแลนางแสง ฝ่ายฟองจันทร์บังคับให้ซอมพอไปเอาใจนางแสง ซอมพอรับปากแต่กลับไปเป็นลูกมือช่วยเหลือดอกสร้อย แล้วก็กันท่าไม่ให้เอื้องคำเข้าหานางแสง ดอกสร้อยดูแลจนนางแสงหาย นางแสงรู้สึกดีและยอมรับในตัวดอกสร้อย หากขุนฤทธิไกรหลุดคดีความจะไปสู่ขอดอกสร้อย ดอกสร้อยกลับปฎิเสธเพราะรู้ดีว่าความรักของเธอกับขุนฤทธิไกรไม่มีวันสมหวัง
       
       ผีกะในร่างดอกสร้อยอาละวาดฆ่าคน และมีพลังอำนาจแก่กล้ามากขึ้น ดอกสร้อยไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของผีกะอีกแล้ว หอบผ้าหนีเข้าป่าไปให้ไกลแสนไกล ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยกลับหมู่บ้าน ดอกสร้อยสารภาพความจริงว่าเธอคือร่างของผีกะ เธอฆ่าโจรป่าและคนมากมาย ขุนฤทธิไกรไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่เขารักจะเป็นร่างของผีกะและฆ่าคน! ขุนฤทธิไกรเอาเถาวัลย์มามัดมือดอกสร้อยกับเขาไว้...แบกพาดอกสร้อยกลับบ้าน
       
       เวลายามค่ำคืน ผีกะเข้าร่างดอกสร้อยจะฆ่าขุนฤทธิไกร ขุนฤทธิไกรตกใจไม่คิดว่าสิ่งที่ดอกสร้อยพูดจะเป็นความจริง ขุนฤทธิไกรหนีไม่ได้เพราะเขามัดล่ามตัวไว้กับดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรเรียกชื่อดอกสร้อยเพื่อให้สติ ดอกสร้อยพยายามฝืนใจตัวเองสู้กับผีกะในร่างที่จะฆ่าขุนฤทธิไกรให้ได้ สุดท้ายคำป้อนฆ่าสัตว์ให้ผีกะออกไปกิน ผีกะจึงยอมปล่อยขุนฤทธิไกร
       
       ดอกสร้อยได้สติอีกครั้ง มือของเธอเปื้อนเลือดขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยนึกทบทวนเรื่องราว ร้องไห้เสียใจที่เธอเกือบฆ่าผู้ชายที่รักเธอมากและเธอก็รักเขา ดอกสร้อยไม่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อฆ่าใครอีกแล้ว ดอกสร้อยตัดสินใจจะฆ่าตัวตายที่หน้าผา แต่แล้ว ขุนฤทธิไกรมาดึงร่างโอบกอดไม่ยอมให้ดอกสร้อยตาย เพราะเขารักดอกสร้อย ดอกสร้อยซาบซึ้งใจไม่เคยคิดว่าจะมีชายคนใดจะยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นได้ ทั้งสองโอบกอดร้องไห้ในวิบากกรรมที่เกิดขึ้น
       ขุนฤทธิไกรไปส่งดอกสร้อยที่หมู่บ้าน ขอร้องให้ดอกสร้อยรักษาชีวิตไว้ เขาจะเร่งเรียนวิชาอาคมจากเปรื่อง หาทางช่วยเหลือดอกสร้อย ดอกสร้อยรับคำแต่ภายในใจเธอรู้ดีว่าไม่มีใครช่วยเธอได้ มีหนทางเดียวที่จะกำจัดมันคือเธอต้องตายไปพร้อมกับมัน! ดอกสร้อยขอร้องให้ซอมพอไปบอกให้พรานเวทย์ฆ่าดอกสร้อย ซอมพอไม่ยอมแต่ทนรบเร้าไม่ได้ จำต้องไปนัดหมายพิธีกับพรานเวทย์!
       
       ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านแห่มาชมการแสดงของดอกสร้อย เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ชาวคณะจะเดินทางไปที่อื่น โดยไม่มีใครรู้ว่า เป็นการรำครั้งสุดท้ายในชีวิตของดอกสร้อย พรานเวทย์ปรากฎตัวเข้ามาทำพิธีมัดร่างดอกสร้อยกับผีกะไว้ เสียงร้องโหยหวลของผีกะดังไปทั้งดอย ขุนฤทธิไกรขัดขวางไม่ยอมให้พรานเวทย์ฆ่าดอกสร้อย ผีกะออกจากร่างหนีเข้าป่า ขุนฤทธิไกรรีบพาดอกสร้อยหนีไป ชาวบ้านจึงรู้ว่าผีกะอาศัยอยู่ในร่างดอกสร้อย ขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักนำพวกออกไล่ล่าขุนฤทธิไกรและดอกสร้อย!!
       
       ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยหนีไปให้ไกลสุดหล้า แต่ดอกสร้อยไม่ยอม เพราะรู้ดีว่าเมื่อถึงกลางคืน ผีกะต้องมาสิงร่างตนและมันต้องฆ่าขุนฤทธิไกร ผีกะไล่ล่าตามมาพบ ขุนฤทธิไกรใช้วิชาอาคมที่เรียนรู้จากนายเปรื่องป้องกันตัว ผีกะจึงเข้าสิงร่างดอกสร้อยทำร้ายขุนฤทธิไกร ขุนฤทธิไกรไม่กล้าทำร้ายดอกสร้อย จึงโดนผีกะในร่างดอกสร้อยเล่นงานปางตาย นายเปรื่อง ไผ่ นายปัน และนายผินมาช่วยไว้ แต่ขุนพิศณุแสนและผู้ใหญ่สักตามมาจับขุนฤทธิไกรและดอกสร้อย!!
       
       ชาวบ้านจับดอกสร้อยมัดไว้กลางลาน เอื้องคำยุให้ชาวบ้านเผาดอกสร้อยทั้งเป็น ชาวบ้านจึงช่วยกันสุมไฟเผาร่างดอกสร้อย ในขณะที่ขุนพิศณุแสนและนายดำบุกไปที่คุมขังจะฆ่าขุนฤทธิไกร นายเปรื่องบอกให้ผู้ใหญ่สักจับขุนพิศณุแสน แต่ผู้ใหญ่สักกลับทำร้ายนายเปรื่องและขุนฤทธิไกร ทั้งสองจึงรู้ความจริงว่าผู้ใหญ่สักเป็นคนฆ่าพ่อของขุนฤทธิไกร และออกปล้นชาวบ้าน ผู้ใหญ่สักจะฆ่าขุนฤทธิไกรปิดปาก ดอกสร้อยซึ่งมีพลังของผีกะในตัวดิ้นออกจากกองไฟมาช่วยขุนฤทธิไกร..ฆ่าผู้ใหญ่สักและขุนพิศณุแสน,นายดำตาย! ชาวบ้านต่างหวาดกลัวที่ดอกสร้อยเป็นกึ่งผีกึ่งคน...พรานเวทย์เอาตะกรุดทองเหลืองคล้องคอดอกสร้อย...ผีกะหลุดออกจากร่าง...ขุนฤทธิไกรจะพาดอกสร้อยไปรักษาในเมือง แต่ดอกสร้อยไม่กล้าสู้หน้าใครและกลัวผีกะจะทำร้ายขุนฤทธิไกรอีก...จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่า!!
       
       นางฟองจันทร์กลัวผีกะฆ่า.. สั่งให้ชาวคณะหนีไปจากหมู่บ้าน คำป้อนไม่ยอมทำตามคำสั่งเมีย....เพราะเป็นห่วงดอกสร้อย.....บรรดาชาวคณะก็ช่วยคำป้อนออกตามหาดอกสร้อย ฟองจันทร์ไม่พอใจประกาศแยกทางกับคำป้อน ขโมยเงินทั้งหมดของคำป้อนหนีไป!!
       
       ขุนฤทธิไกรพบดอกสร้อยซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหลังม่านน้ำตก... ดอกสร้อยเอาโซ่มาล่ามขาตัวเองไว้ .. ไม่อยากออกไปฆ่าคน..ขุนฤทธิไกรใช้ดาบฟันโซ่จนขาด...จะพาดอกสร้อยไปให้พรานเวทย์รักษา...เอื้องคำสั่งให้ขุนฤทธิไกรฆ่าดอกสร้อย ขุนฤทธิไกรไม่ยอมทำ เอื้องคำกระชากสร้อยตะกรุดของพรานเวทย์ทำลายทิ้ง..ผีกะจึงเข้าสิงดอกสร้อยออกอาละวาดใหญ่ เอื้องคำขวัญเสียหวีดร้องลั่นป่ากลายเป็นคนบ้าร้องเพ้อเรียกผีกะฟองจันทร์เจอผีกะฆ่า..กลัวรนรานวิ่งหนีตกหน้าผาตาย!! ...ส่วนคำป้อนโดนผีกะกินตับไตเหมือนที่คำป้อนเคยฆ่าสัตว์ให้ผีกะกิน!!
       
       ผีกะเล่นงานชาวบ้านอย่างหนัก คาถาอาคมของพรานเวทย์สู้ไม่ได้ มีทางออกทางเดียวที่จะปราบผีกะได้คือใช้วิญญาณที่แกร่งกล้า....ไผ่อยากช่วยดอกสร้อยเพราะหากปล่อยให้ผีกะสิงร่างดอกสร้อยข้ามคืน ดอกสร้อยจะกลายเป็นผีกะตลอดกาล.... ไผ่ขอร้องให้พรานเวทย์ฆ่าเขา เอาวิญญาณเขาสู้กับผีกะ ดอกสร้อยขัดขวางไม่ให้ไผ่ฆ่าตัวตาย..แต่ไผ่ปลิดชีวิตตัวเองเพื่อช่วยดอกสร้อย...
       
       พรานเวทย์ทำพิธี วิญญาณของไผ่กลายเป็นผีตายโหงที่มีพลังเข้าต่อสู้กับผีกะ จนพลังของผีกะอ่อนแรง แต่ด้วยพลังแก่กล้าของมันก็ทำลายวิญญาณไผ่ดับ ผีกะจะฆ่าพรานเวทย์ มีดหมอตกอยู่ข้าง
       ขุนฤทธิไกร ดอกสร้อยร้องขอให้ขุนฤทธิไกรฆ่าเธอ ขุนฤทธิไกรจำต้องคว้ามีดหมอแล้วแทงร่างดอกสร้อย วิญญาณผีกะจึงดับสลายไป พรานเวทย์และชาวบ้านจึงรอดพ้นจากความตาย!
       
       ขุนฤทธิไกรเสียใจที่เป็นคนฆ่าดอกสร้อย นำร่างดอกสร้อยไปวางไว้ทุ่งดอกไม้ที่ดอกสร้อยชื่นชอบ เมื่อละอองหมอกลอยผ่านมา ร่างดอกสร้อยฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เพราะขุนฤทธิไกรไม่ได้แทงส่วนสำคัญของร่างกาย ขุนฤทธิไกรรีบนำดอกสร้อยไปรักษาตัวจนหายดี นางแสงผูกข้อมือสู่ขอดอกสร้อยให้ขุนฤทธิไกร และขอซอมพอให้นายเปรื่อง ดอกสร้อยจึงใช้ชีวิตร่วมกับขุนฤทธิไกรอย่างมีความสุข
       
       โดยไม่มีใครรู้ว่า ได้มีผีกะตัวใหม่ ถือกำเนิด ณ ที่แห่งนั้น