ตามรอยคำสอน ของพุทธะ ตอนที่ 38 วันที่ 12 กรกฎาคม 2558

ท่านคือแบบอย่างของความสงบ ไม่ใช่ตัวข้าหรอก แต่เป็นอาจารย์ของข้าต่างหาก  ท่านจะสอนความหนักแน่น ให้แก่ข้าได้มั้ย เขาบอกข้าให้เดินทางสายกลาง ทุกข์ หรือ สุข ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าหากเราเดินทางสายกลาง  แล้วทางสายกลางอยู่ตรงไหน  ทางสายกลางอยู่ในตัวของทุกคน แค่ปลุกมันขึ้นมา ทุกคนจะได้รับมัน นี้คือประตูแห่งความรู้สูงสุด ทุกชีวิตที่เกิดบนโลก ล้วนเกิดขึ้นจากความจริงนั้น เราปรากฎตัวขึ้นจากธาตุ และเราก็หายไป กลับเป็นธาตุเหมือนเดิม   ความจริงอันนิรันมีอยู่ในทุกชีวิต

 

loading...


ท่านได้อะไรจากการทำสมาธิ ? ไม่ได้เลย ข้าเสียความโกรธ ข้าเสียความทุกข์ ข้าเสียความกังวล ข้าเสียความไม่มั่นคง ข้าเสียความกลัววัยชรา และข้าได้ชัยชนะเหนือ ความตาย

การประพฤติที่ไม่ดี มันจะร้อนแรง หากเรายิ่งเติมเชื่อฝื่น ความโกรธ ความกังวล ความโลภ ความกลัว มันจะยิ่งร้อนแรงมากขึ้น หากเรายิ่งโหมกระพือไส่มัน ไฟแห่งความเกลียดชังจะอยู่ ไฟแห่งความระโมบจะอยู่ หากเรายังคงยึดติด กับเรื่องทางโลก หากคนเราจดจอกับการได้มาซึ่งวัตถุ  ยิ่งได้มามากเท่าไร ก็ยิ่งวุ่นว้าย มากขึ้นเท่านั้น เขาจะไม่มีวันพอ เขาจะอยู่ด้วยความหวาดกลัว หากเราตัดความมั่งมีออก หากเราตัดสิ่งกีดขวางออกไปได้ล่ะ เราก็จะไม่กลัวอนาคต หรือจมปลักกับอดีต เราจะเป็นคนที่มั่งคง เราจะอยู่กับแต่ละช่วงของชีวิต เราจะตั้งตนอยู่ที่จุดศูนย์กลาง ไม่เอนไปซ้าย ขวา เราจะมีแต่ความสุข เราจะไม่อยากได้ อยากมี แต่เราจะได้รับ ความสุขจากโลกใบนี้

ท่านสอนเรื่องอะไร หลักการท่านคืออะไร  แต่ว่าโดยส่วนตัวแล้ว ข้าไม่เชื่อในหลักการไดทั้งสิ้น

ท่านแน่ใจหรือว่าท่านไม่เชื่อในหลักการไดๆ ทั้งสิ้น  ท่านเชื่อว่าท่านเป็นผู้ไม่เชื่ออย่างนั้นเหรอ
มันก็แค่คนพูดพลิกแพลง  มันคือกลของจิตใจท่าน

เมื่อไรก็ตาม ที่คนเรายึดมั่นกับหลักการในชีวิตของเขา และเมื่อนั้นแล้ว เขาก็จะสูญเสียอิสระภาพ เขาจะกลายเป็นคนที่ยึดติด เขาจะคิดว่า หลักการของเขานั้น ถูกต้องทุกอย่าง และความเชื่อของตัวเองนั้น ถูก ส่วนที่เหลือ ไม่ใช่เรื่องจริง และเมื่อเราเสียอิสระทางความคิด เราจะยึดติดกับความคิดเดียว มนุษย์เราก็จะยิ่งทุรนทุราย เป็นจุดเริ่มต้นของความดิ่นรน และความขัดแย้ง ความเชื่อในสิ่งได สิ่งหนึ่ง ถึงจะเชื่อว่าไม่เชื่อ ก็ทำให้คนยึดติด ความคิดมีพลังมหาสาร และมันจับเราไว้ จับไว้อย่างแน่นหนา การยึดติดกับความคิด คืออุปสรรคที่ใหญ่สุดของการเติบโตทางจิตวิญญาณ หากเราติดอยู่ในนั้น ประตูแห่งความรู้อันนิรัน นั้นก็จะไม่เปิดออก

และคนที่ทำตามคำสอนของท่าน พวกเขาจะไม่ติดกับ อย่างนั้นเหรอ
ข้าพูดถึงประสบการของตัวเอง หนทางของข้าไม่ใช่หลักการ และไม่ใช่ปรัชญา มันคือประสบการ ล้วนๆ  ประสบการของความจริงนิรัน

แต่ถ้ามีคนถือว่าหนทางของท่าน คือหลักการล่ะ
หนทางของข้า คือการเรียนรู้  มันไม่สามารถยึดติด หรือเอาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวได้เลย ความรู้ของข้า ก็เหมือนเรือลำหนึ่ง มีไว้ใช้ข้ามแม่น้ำ เพียงครั้งเดียว แต่หลังจากข้ามแล้ว เราก็ไม่ต้องแบกเรือ เอาไว้ บนหัวอีกต่อไป ใช่หรือไม่  

อารมณ์มีด้วยกัน3รูปแบบ  สุข ทุกข์ และ วางเฉย ทั้ง3แบบรวมอยู่ใน กายของเรา และในจิตของเรา  อารมณ์ก็เป็นเหมือนดังคลื่น ไม่นานเดียวมันก็จางหายไป เราต้องเห็นความลึก ของอารมณ์เหล่านี้ ต้องเข้าใจมัน รู้จักมัน  รู้ว่ามันเกิดมาจากที่ได ไม่ว่าท่านจะสุข หรือว่าท่านจะเศร้า จงดูจาก ที่มาของมัน เมื่อค้นพบที่มาของมันแล้ว ท่านจะรู้ว่า แท้จริงแล้วมันว่างเปล่า  มันว่างเปล่าเหมือนกับท้องฟ้า มันวางเปล่าแต่มันได้ห่อหุ้มทุกอย่างเอาไว้ข้างใน เหมือนกับผ้าชิ้นหนึ่ง  ท่านต้องฝึกฝน เมื่อฝึกฝนแล้วท่านจะค่อยๆ พบว่า คลื่นนั้น มันจะหยุดชัดสูง ขึ้น ความสงบอันนิรันในตัวของเรา ก็คือความจีรัง ท่านจะลงลึกลงไป และพบว่า ตัวเองได้เดินทางผิด สิ่งที่เน่าเปลือย ท่านจะคิดว่ามันทำร้ายไม่ได้  ความเขลาคือรากเหงาของความชั่วร้าย  ตอนนี้ข้าแค่พูดถึงการทำสมาธิ  สมาธิทำให้ความเขลาหมดไป ความเขลาไม่ได้หมดไป ด้วยความเลือมใส โดยการอดอาหาร หรือโดยของทวาย หรืออย่างอื่น